บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ดีที่สุดแล้ว

“ทำอะไรอยู่จ๊ะลูกสาวของแม่” พิมพ์อรเดินเข้ามานั่งบนโซฟาข้างๆลูกสาวสุดที่รักของเธอ เห็นเอบีเกลอมยิ้มให้กับโทรศัพท์มือถือก็อดที่จะถามไม่ได้

“เกลกำลังไลน์หาบอกเอ็มเจค่ะว่าถึงบ้านแล้ว” หันมาตอบคนเป็นแม่ด้วยรอยยิ้มสดใสก่อนจะก้มหน้ามองจอแล้วกดส่งข้อความไปหาเขา ใจก็แอบหวังว่าข้อความที่เธอส่งไปจะขึ้นว่า อ่านแล้ว แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ‘เขาคงยุ่งอยู่กับ...’ พอคิดแบบนั้นภาพผู้หญิงสวยราวกับนางแบบก็โผล่ขึ้นมาทันที เจ็บจี๊ดๆเลย

“ไลน์? เดี๋ยวนี้ว่าที่คู่หมั้นของเกลมีให้ไลน์บอกด้วยเหรอเนี่ย แปลกจัง” ขนาดคนเป็นแม่ยังรู้สึกแปลกใจเลย แล้วนับประสาอะไรกับเอบีเกล ตอนที่เขาบอกให้ไลน์หาเธอเองก็อึ้งอยู่เหมือนกัน ปกติเอ็มเจจะไม่ให้เธอทักหาเขาเลยถ้ามีอะไรหรือจะมาพบเขาให้โทรเช็กตารางงานกับวิชาญก่อน ทั้งสองมีทั้งเบอร์และไลน์ แต่ไม่เคยได้คุยส่วนตัวกันเลยสักครั้งเดียว

“ค่ะคุณแม่ เกลก็แปลกใจเหมือนกันค่ะ แต่ไม่อยากจะถามอะไรเขา” ขยับตัวเข้าไปใกล้แม่มากขึ้น หอมแก้มแม่ตัวเองแรงๆก่อนจะสวมกอดเพื่อรับความอบอุ่นเข้ามาในหัวใจของเธอ

พิมพ์อรยกมือลูบศีรษะของลูกสาวอย่างอ่อนโยน เธอสัมผัสได้ถึงความเศร้าหมองใจบางอย่างของลูกสาว และนั่นก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของเอ็มเจ คนเป็นแม่ย่อมรู้จักลูกของตัวเองดี เธอรู้ว่าลึกๆในใจของเอบีเกลมีเอ็มเจอยู่ในนั้นมาโดยตลอด ลูกสาวของเธอแอบมอบหัวใจไปให้ลูกชายของเพื่อนสนิทตั้งแต่ตอนประถมเห็นจะได้ แต่ตอนนั้นเป็นการแอบชอบแบบไม่รู้ตัวเพราะยังเด็กมากๆ

เพราะเหตุนี้ทำให้พิมพ์อรและมิรันดาแม่ของเอ็มเจมีความเห็นตรงกันว่าอยากให้เด็กทั้งสองคนหมั้นหมายกันเมื่อถึงวัยที่เหมาะสม เพราะทางเอ็มเจเองก็ดูจะชอบเอบีเกลอยู่ไม่น้อย เวลาไปเที่ยวไหนเอ็มเจจะขอให้มิรันดาพาไปรับเอบีเกลมาเที่ยวด้วยกัน จะไปไหนทำอะไรก็ต้องมีเอบีเกลด้วย เป็นแบบนี้จนกระทั่งมิรันดาส่งลูกชายฝาแฝดไปเรียนต่างประเทศ แต่พอกลับมาเอ็มเจก็ไม่เหมือนเดิม

เขาเปลี่ยนไปจากใจดีเป็นใจร้ายและเย็นชา ปากร้ายกับเธอด้วยในบางครั้ง จนเอบีเกลใช้เวลาอยู่นานกว่าเธอจะปรับความรู้สึกของตัวเองและปรับตัวเว้นระยะห่างของเธอกับเขา เหลือเพียงเราต้องรู้จักกันเพียงเพราะผู้ใหญ่หมั้นหมายเอาไว้ตั้งแต่ยังเด็ก เหตุผลที่เอ็มเจกลายเป็นแบบนี้ไม่มีใครรู้ มิรันดาก็ไม่กล้าถามลูกชายตรงๆ ขนาดเบเนดิกต์ฝาแฝดของเขายังไม่อาจรู้ได้แล้วคนอื่นๆจะไปรู้ได้อย่างไร

แม้เอ็มเจจะเปลี่ยนไปแบบนั้นแต่พิมพ์อรเชื่อว่าผู้ชายคนนี้จะดูแลลูกสาวเธอได้ อะไรบางอย่างบอกเธอแบบนั้น บอกให้เธอยังมั่นใจในตัวเอ็มเจ เอบีเกลอาจจะเจ็บปวดบ้างแต่เมื่อถึงเวลาที่เอ็มเจปลดล็อคบางอย่างในใจเขาได้ พิมพ์อรเชื่อว่าลูกสาวของเธอจะกลายเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุด เพียงแค่ทั้งสองคนจะต้องผ่านบททดสอบหัวใจของตัวเองกันก่อน

‘มันดีที่สุดสำหรับลูกรักของแม่แล้ว’

@ร้านขายเฟอร์นิเจอร์นำเข้าแห่งหนึ่ง

“ร้านของเรามีสินค้าเข้ามาใหม่หลายตัวเลยค่ะ”

พนักงานขายรีบผายมือเชิญเอบีเกลเข้าไปเลือกชมสินค้านำเข้าที่พึ่งมาส่งใหม่ๆหมาดๆเมื่อวานนี้เอง

“คุณเอบีเกลสนใจเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนเป็นพิเศษไหมคะ หากที่สตูของเราไม่มี ทางร้านจะรีบเช็กสต็อกและจัดหาให้ทันทีเลยค่ะ ขอเพียงคุณเอบีเกลบอกมาเท่านั้น”

“วันนี้เกลอยากมาดูโคมไฟแชนเดอเรียค่ะ แต่ยังไม่ได้มีแบบในใจเลย” ตอบพนักงานขายกลับไปด้วยท่าทางเคอะเขินเล็กน้อย วันนี้เธอพอมีเวลาว่างอยู่บ้างเลยให้คุณกานต์ขับรถมาร้านขายเฟอร์นิเจอร์ เธออยากเปลี่ยนโคมไฟแชนเดอเรียตัวใหม่ที่ห้องรับแขกภายในบ้าน ที่เอบีเกลอยากเปลี่ยนเพราะตัวเก่าเริ่มชำรุดแล้วและดีไซน์ก็ล้าสมัยไป

“ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะไปเอาแคตตาล็อกที่ทางเราได้ทำการอัพเดตโคมไฟรุ่นใหม่มาให้นะคะ ระหว่างนี้คุณเอบีเกลลองเลือกชมแบบที่ทางร้านมีโชว์อยู่ไปพลางๆก่อนนะคะ” เอบีเกลพยักตอบพร้อมรอยยิ้มสวยก่อนจะเริ่มเดินชมที่ละโซนไปเรื่อยๆไม่รีบร้อน

เธอไม่ค่อยได้มาร้านเฟอร์นิเจอร์บ่อยเท่าไหร่นักแต่พอมาทีก็รู้สึกอยากเปลี่ยนของในบ้านใหม่ทุกครั้ง อันนั้นก็ดีอันนี้ก็สวย

“ถ้าเปลี่ยนใหม่ทั้งบ้านคุณแม่ต้องบ่นเราเป็นเดือนๆแน่เลย” คิดเองก็ขำเอง เมื่อนึกว่าแม่ของตัวเองจะบ่นอะไรบ้างเวลาที่เธอซื้อของชิ้นใหญ่ๆเข้าบ้านโดนไม่ขอคำปรึกษาก่อน และในขณะที่เอบีเกลกำลังขำเบาๆให้กับความคิดของตัวเองสายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับสองหนุ่มสาวที่กำลังเดินควงกันเลือกดูของอยู่ ผู้หญิงเธอไม่รู้จักแต่ผู้ชายเธอรู้จักดี ‘เอ็มเจ’

ด้วยความที่เอบีเกลไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธออยู่ตรงนี้ เธอเลยรีบยืนหันหลังให้สองคนนั้นและกำลังจะก้าวขาเดินออกไป ทว่ายังไม่ทันที่ขาของเธอจะได้ก้าวไปไหน เสียงของเขาก็ดังขึ้น

“เอบีเกล” เขาเรียกชื่อเธอ นั่นทำให้เอบีเกลต้องสูดหายใจเข้าและปล่อยออกมาช้าๆก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้าเขากับสาวสวยข้างกายเอ็มเจ

“สวัสดีค่ะเอ็มเจ” เอ่ยทักทายเขาพร้อมหันไปยิ้มให้ผู้หญิงอีกคนก่อนจะเอ่ยทักทายเธอคนนั้นเช่นกัน “สวัสดีค่ะ” ทักทายด้วยรอยยิ้มแต่คนข้างๆเอ็มเจไม่ยิ้มตอบแถมยังทำเป็นไม่สนใจเธอด้วยแล้วยังกอดแขนเอ็มเจแน่นขึ้นไปอีก ทำเหมือนหวงผู้ชายคนนี้มาก ของตัวเองก็ไม่ใช่ทำไมหวงจัง

“คุณมากับใครครับ” เอ็มเจถามแต่ก็ยืนนิ่งๆปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นควงแขนเขาต่อ

“เกลมาคนเดียวค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” ไม่อยากยืนคุยกับเขานาน เอบีเกลรู้สึกไม่ชอบสายตาของผู้หญิงคนนั้นสักเท่าไหร่ มองเธออย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อกัน สายตาไม่มีความเป็นมิตรเลยสักนิด

“เดี๋ยวเกล...” เขาเรียกเธอและมั่นใจว่าเอบีเกลได้ยินด้วยแต่ทำไมเธอไม่หยุดเดิน แต่เขาพอจะเข้าใจเหตุผลที่เอบีเกลไม่ยอมหยุดเดิน ที่เธอไม่อยากอยู่ตรงนี้คงเป็นเพราะ...

“ปล่อยแขนผมด้วย เกาะอยู่ได้รำคาญ”

“...” ตลึงไปเลยเมื่อเจอเอ็มเจพูดด้วยแบบนี้ เขาแค่ยอมให้เธอมาเดินดูของด้วยแต่มาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแบบนี้ไม่ชอบ เคยนอนด้วยกันแค่ครั้งเดียวอย่าได้ฝันว่าจะได้มากกว่านี้ ชื่ออะไรเอ็มเจยังไม่จำเลยและเขาก็ไม่ชอบซื้อซ้ำด้วย

“เชิญคุณกลับไปที่รถของผมนะครับ บอกคุณชาญว่าผมให้เขาไปส่งคุณกลับ ส่วนผมจะกลับเองไม่ต้องห่วง” และนี่คือวิธีการไล่แบบสุภาพของเอ็มเจ แต่ถ้าฟังไม่รู้เรื่องแล้วละก็...

“เข้าใจแล้วค่ะ!” พูดเสียงกระแทกกระทั้นก่อนจะสะบัดหน้าแล้วเดินออกจากตรงนี้ไป เอ็มเจยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย หึ นึกว่าจะเข้าใจอะไรยาก แบบนี้ก็ดีเพราะเขาไม่ได้อยากทำตัวหยาบคายเท่าไหร่หรอก อะไรที่ไม่ดีก็พยายามปรับตัวเองอยู่ก็ไม่รู้ทำไปเพื่อใคร หรือว่าทำเพื่อเธอ?

“เอบีเกล คุณเลิกเดินหนีผมได้แล้วครับ” รีบก้าวยาวๆเดินไปดักด้านหน้าของว่าที่คู่หมั้นดีนะที่เอบีเกลไม่ได้เดินเร็วมากทำให้เธอพอจะเบรกขาตัวเองทันไม่ชนเขาสะก่อน

“กะ เกลไม่ได้เดินหนีเอ็มเจนี่คะ เกลก็เดินดูของไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้เดินหนีใครเลย”

เลิ่กลั่กขนาดนี้เอ็มเจคงเชื่อหรอก แต่เพื่อไม่ทำให้เธอรู้สึกแย่เพราะถูกเขาจับได้ว่าตัวเองเจตนาเดินหนีกันชัดๆ เขาจะทำเป็นเชื่อก็ได้

“มาซื้ออะไรครับ” เริ่มชวนคุยด้วยคำถามทั่วไปอยากดึงความสนใจของเธอมาอยู่ตรงนี้ อยากให้ลืมภาพผู้หญิงคนเมื่อกี้ไป เรื่องไม่สำคัญไม่ต้องจำ ไม่อยากให้ใส่ใจ

“เกลมาดูโคมไฟแชนเดอเรียค่ะ”

“ดูไปทำไมครับ” คือเธอตอบเขาสั้นไปหรือเปล่าและด้วยความที่เกิดอยากจะรู้ เอ็มเจเลยขอถามเพิ่มจะถามเรื่อยๆจนกว่าเขาจะพอใจ

“เกลอยากเปลี่ยนใหม่ค่ะ อันที่บ้านเก่าแล้ว” ตอบเขาพร้อมกับออกเดินดูของด้านข้างต่อแต่ครั้งนี้เธอไม่ได้เดินคนเดียวแล้ว ควรจะดีใจดีไหมที่เขามาเดินดูของกับเธอถึงแม้ตอนเริ่มจะไม่ได้มาด้วยกันก็เถอะ แต่ตอนนี้เขาอยู่ตรงนี้เดินช่วยเธอเลือกของและมันเป็นเรื่องใหม่สำหรับเอบีเกล ปกติเอ็มเจยอมมาเดินซื้อของกับเธอที่ไหนล่ะ

“แล้ววันนี้เอ็มเจมาซื้ออะไรเหรอคะ” ขอถามกลับไปบ้างหวังว่าเขาจะไม่ฉุนนะ

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องการอะไร ของมาลงใหม่หลายอย่างเลย ผมเลือกไม่ค่อยถูก แต่เจอคุณก็ดีนะครับ ผมอยากให้เกลเป็นคนเลือกให้”

“อยากให้เกลเลือกเหรอคะ?” เธอฟังผิดแน่ เอ็มเจเนี่ยนะจะให้เธอช่วยเลือกของให้ ปกติเขาไม่ให้เธอเข้ามาช่วยอะไรเลยแทบจะไม่อยากให้ยุ่งเกี่ยวมากด้วยซ้ำ แต่ทำไมวันนี้มาแปลก?

“ใช่” ตอบห้วนมากแต่ทำไมตายิ้ม หรือเอบีเกลจะคิดไปเองว่าเขายิ้มให้ทางสายตา ก็วันนี้เขามาแปลกนี่นาจะไม่ให้แอบคิดได้อย่างไงกัน

“แล้วถ้าเกลเลือกไม่ถูกใจเอ็มเจล่ะคะ” ขอถามข้อนี้ก่อนเลยเพราะถ้าเลือกให้แล้วไม่ถูกใจ เธอก็กลัวจะทำให้เขาอารมณ์เสีย เอ็มเจเดาใจยากจะตาย

“ก็ลองเลือกดูก่อนสิครับ”

“ก็ได้ค่ะ แล้วเอ็มเจอยากให้เกลช่วยเลือกอะไรก่อนดีคะ โซฟา เก้าอี้ หรือ...”

“ฟูกนอนครับ”

เอบีเกลหันควับเป็นเชิงถามเขาอีกครั้ง ว่าสิ่งแรกที่อยากให้เลือกคือฟูกนอนจริงๆเหรอ? ให้เลือกอย่างแรกก็เป็นของชิ้นใหญ่เลยแล้วแบบนี้เธอจะเลือกถูกใจเขาไหมเนี่ย ความชอบของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีกแล้วเอ็มเจจะชอบฟูกแบบไหน นิ่มมากไหม ต้องทำจากวัสดุอะไรเป็นพิเศษไหม ทำไมรู้สึกว่ายากจัง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel