ตอนที่ 1 一 คดีที่หนึ่ง ศพแห้งกรัง หลังจวนตระกูลจาง
กลางดึกในคืนเดือนมืดของเมืองหนานโจว แคว้นต้าเหอ อยู่ๆ ฝูงนกในป่าก็แตกฮือส่งเสียงอย่างตื่นตระหนก พวกมันบินออกมาจากป่า ผ่านเข้ามายังกำแพงเมืองหนานโจว นี่คือสิ่งที่ผิดแปลกไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทหารเฝ้ายามประตูเมืองพยายามมองผ่านความมืด
...กระทั่งใต้ฝ่าเท้าของเขาสั่นสะเทือน
เสียงกลองกึกก้องจากประตูเมืองปลุกทุกคนให้ตื่นจากหลับใหล จากประตูด้านตะวันตกสู่ตะวันออก แม้กระทั่งเสียงกลองศึกยังประตูทิศเหนือที่ใกล้กับชายแดนก็ดังขึ้น
ต่อมา...หายนะอย่างแท้จริงก็ทำให้ผู้คนแตกตื่น แผ่นดินไหวโยกจนโคมไฟที่แขวนหน้าจวนส่ายไหว ทั่วทุกมุมถนนมีเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ฝุ่นคละคลุ้งจากสิ่งก่อสร้างที่กำลังพังทลาย ไม่นานความโกลาหลในความมืดก็เปลี่ยนเป็นกองเพลิงแดงฉาน
หลายชีวิตติดอยู่ในซากปรักหักพัง หลายชีวิตถูกกองไฟกลืนกิน กระทั่งหลายชีวิตสูญหายไม่มีใครพบเห็น
ชั่วข้ามคืนเมืองหนานโจวทั่วทุกหนแห่งล้วนเต็มไปด้วยความวิปโยค ผู้คนล้มตาย บ้านเรือนเสียหาย หลายคนหมดเนื้อหมดตัว หลายคนกลับกลายเป็นคนเสียสติหลังการสูญเสียที่ไม่อาจรับได้
เจ้าเมืองหนานโจวสั่งการให้มือปราบทั้งหลายออกไปสำรวจความเสียหาย ทุกฝ่ายต่างร่วมมือกันค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ในซากปรักหักพัง
ช่วงเวลาแห่งหายนะและความสูญเสียก่อให้เกิดความเศร้าไปทั่วทุกมุมถนน ฮ่องเต้ส่งผู้แทนพระองค์ลงพื้นที่เพื่อเยียวยาพร้อมสำรวจความเสียหาย กว่าสามเดือนกับศพคนตายนับพันที่ค้นพบใต้ซากปรักหักพัง บ้านเรือนถูกก่อสร้างขึ้นใหม่ ศพคนตายถูกฝัง ทิ้งเอาไว้เพียงความทรงจำอันสยดสยอง และความน่ากลัวของภัยธรรมชาติที่หลายคนยังคงคิดว่าเป็นคำสาป
ทว่า...หลังหายนะครั้งใหญ่ในเมืองหนานโจวผ่านไปไม่กี่เดือนกลับมีคดีแปลกๆ เกิดขึ้นไม่เว้นวัน
อย่างเช่นคดีแรก
...ศพแห้งกรังหลังกำแพงจวนตระกูลจาง
มือปราบหลายคนกำลังปิดกั้นพื้นที่โดยรอบทั้งนี้ก็เพื่อสำรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม หลังตอนเช้าตรู่มีคนไปแจ้งว่ามีมือโผล่ออกมาจากพื้นดิน
เหอเสวี่ยผู้เป็นหัวหน้ามือปราบเดินเข้าไปหาสตรีนางหนึ่งที่ยืนรออยู่ นางอายุราวยี่สิบสองยี่สิบสาม ใบหน้านวลเนียนดวงตาตื่นกลัว ริมฝีปากเม้มแน่นสองมือกุมตะกร้าในมือสั่นเทาเล็กน้อย เสื้อผ้าตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายหยาบๆ มีรอยปะชุนซ้ำๆ รองเท้าที่นางสวมเองก็เก่าแสนเก่า สตรีผู้นี้เป็นคนที่พบศพคนแรกและให้คนไปแจ้งทางการ
“ท่านนี้คงจะเป็น...หลี่ฮูหยิน”
“เจ้าค่ะ” นางพยักหน้าชะโงกหน้ามองศพที่ถูกเจ้าหน้าที่ห่อเอาไว้ด้วยผ้าสีขาว “เมื่อเช้าข้าน้อยกำลังจะออกไปขายขนมที่ตลาด ปกติจะเดินผ่านถนนเส้นนี้เป็นประจำ เมื่อเช้ามาสายก็เลยวิ่งด้วยความรีบร้อนทำให้หกล้มจนตะกร้าหลุดมือ ตอนก้มลงเก็บขนมข้าน้อยก็เห็นแหวนหยกวงหนึ่งโผล่จากพื้น คราแรกดีใจยิ่งเพราะคิดว่าเป็นโชคดี ที่ไหนได้พอหยิบขึ้นมา...มือเจ้าค่ะ เป็นมือข้างหนึ่ง!” นางใบหน้าซีดขาวด้วยความตื่นตระหนกพูดต่อไปไม่ออก
“นอกจากเจ้ามีผู้อื่นอยู่ด้วยหรือไม่”
นางพยักหน้าชี้ไปยังชายชราที่ยืนอยู่อีกฟาก “ท่านตาผู้นั้นเจ้าค่ะ ตอนข้าน้อยล้มลงเขาเองก็เห็น”
เหอเสวี่ยก้มลงมองตะกร้าขนมซาวปิ่งของนาง เขาพบว่าขนมเหล่านั้นมีเศษดินเปื้อนอยู่จริงๆ เมื่อเขาหันไปมองชายชราผู้นั้นก็พยักหน้า “เช่นนั้นเชิญท่านลงนามเอาไว้ วันหน้าอาจต้องเรียกตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมในฐานะพยาน”
“ตะ...แต่...”
“ทำไมหรือ” มือปราบหนุ่มหรี่ตามองนาง
“ขะ...ข้าน้อยไม่รู้หนังสือเจ้าค่ะ”
เขาอึ้งงันไปคล้ายนึกขึ้นได้ จากนั้นกวักมือเรียกคนของตน “บอกชื่อแซ่และที่อยู่ของเจ้าจากนั้นลงลายมือ”
“เจ้าค่ะ”
ชื่อแซ่ของนาง...เซิงหลี่จี ฮูหยินของหลี่จือผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในเหยื่อของหายนะแผ่นดินไหว บ้านอยู่ในตรอกสืออี ถนนฟู่หลาง
เซิงหลี่จีมองไปยังศพที่อยู่บนรถลาก สายตาของนางเย็นชาลงหลายส่วน เมื่อเดินผ่านไปยังหลังจวนที่มีกำแพงสูง ประตูหลังถูกแง้มเปิดออกเพื่อแอบดูอยู่เงียบๆ ทว่าเมื่อเห็นนางเดินผ่านกลับรีบปิดลงอย่างลนลาน
ประตูหลังมีอักษรแขวนอยู่ จวนตระกูลจาง...
