บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 หยางจวิ้นอ๋อง

เช้าวันนี้อากาศแจ่มใสมิร้อนมิหนาวสายฝนหยุดตก พื้นถนนชุ่มเปียกกลิ่นไอดินลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศชุ่มชื้นไปอีกแบบ แม้มีเมฆบดบังอยู่บ้างแต่มิได้อึมครึมเสียทีเดียว ทั้งท้องฟ้าเหนือจวนยามนี้กลับปรากฏสายรุ้งเส้นหนึ่งพาดผ่านนั่นยิ่งเป็นนิมิตหมายอันดีและมงคล โดยรวมแล้วบรรยากาศวันนี้ช่างเหมือนธรรมชาติอวยพรวันเกิดฮูหยินผู้เฒ่าไปโดยปริยาย

ส่วนในจวนใหญ่ตระกูลหลินนั้นคึกครื้นเป็นพิเศษ ทั้งจวนเต็มไปด้วยผู้คนที่ทยอยเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับนายหญิงผู้เฒ่าของจวนมิขาดสายและเหนือสิ่งอื่นใด การที่บุตรสาวทั้งสองคนยังมิได้ออกเรือนนั้นย่อมถูกหมายตาจากบรรดาหลายตระกูลใหญ่เป็นธรรมดา เหล่าคุณชายขุนนางข้าราชการทั้งฮูหยินต่างประโคมแต่งตัวกันเสียหรูหราเต็มยศ ทำให้ซูเหยาที่แอบมองบรรยากาศในงานอย่างใจจดใจจ่อเพื่อรอคอยคนผู้หนึ่งอยู่นั้นต้องลอบเบ้หน้าในความฟุ่มเฟือยจนเกินงามของพวกเขา

“คุณหนูลงมาเถิดเจ้าค่ะ ระวังนะเจ้าคะคุณหนู โธ่!” ถานเยว่คอยประคองผู้เป็นนายซ้ายขวาอย่างระแวดระวังสีหน้านางมีแวววิตก

ซูเหยาหันมองสาวใช้เพียงครู่ก็มิคิดจะสนใจ นางคงคงเกาะเสาชะเง้อคอมองทางประตูใหญ่ของจวนด้วยสายตามีความหวัง

“ช่างข้าเถอะน่าซูเยว่ ขอข้ามองอีกหน่อยเผื่อจ้าวหยางจะมาแล้ว” ซูเหยายังพูดมิทันได้จบหน้าประตูใหญ่ก็ปรากฏขันทีใหญ่หานกงกงที่นางรู้จักเป็นอย่างดี เพราะนางนั้นชอบคะยั้ยคะคอให้เขาคอยเล่าเรื่องของหยางจวิ้นอ๋องยามออกว่าราชการช่วยท่านปู่ให้นางฟังบ่อย ๆ และนางเองหาได้ใช้งานเขาเปล่าประโยชน์ไม่ ถุงหอมลายปักงดงามไม่เหมือนผู้ใดและมีกลิ่นเฉพาะตัวเป็นเอกลักษณ์ของผู้ใช้นั้นของเขาล้วนแต่เป็นฝีมือนางทั้งสิ้น เกรงว่าเวลานี้เขาคงมีเกือบเสียครึ่งร้อยแล้วกระมัง

“เอ๊ะนั่น ๆ มาแล้วล่ะ” น้ำเสียงตื่นเต้นของซูเหยาทำให้บรรดาบ่าวรับใช้ชะเง้อคออยากมองเชยชมความหล่อเหลาองอาจของหยางจวิ้นอ๋องมิต่างกัน ยิ่งเมื่อยืนเคียงคู่กับผู้เป็นอาเหออ๋องแล้วนั้นล้วนองอาจมิต่างกัน แต่สิ่งที่ทำให้หยางจวิ้นอ๋องโดดเด่นกว่ามากก็คือเรือนกายสูงใหญ่กำยำ ผิวขาวประดุจหยกขาวมันแพะ ใบหน้าคมคิ้วกระบี่ สันกรามคมชัด ดวงตาลุ่มลึกยาวรีดุจหางหงส์ ท่าทางสุขุมหากแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายดุดันน่าเกรงขาม ส่วนท่านอาเหออ๋องของเขานั้นรูปร่างพอ ๆ กันแต่มิกำยำเท่าใบหน้าคร้ามแดดประกายตามุ่งมั่นแต่ก็ประดับแย้มยิ้มอยู่ตลอด ทำให้ซูเหยาคิดในใจว่าตำแหน่งองค์รัชทายาทที่ว่างเว้นหากเลือกจ้าวหยางนั้นก็คู่ควรยิ่งนักด้วยบรรดาศักดิ์เป็นถึงบุตรชายขององค์ชายใหญ่ ซ้ำพระองค์ยังเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้เสด็จปู่ของเขากว่าองค์ชายทั้งหลายผู้เป็นบุตรเสียอีก

และสิ่งที่ทำให้ซูเหยานึกขัดใจจนแทบสงบอารมณ์ไม่อยู่เห็นจะเป็นบรรดาคุณหนูทั้งหลายของญาติ ๆ นาง และซูเยว่น้องสาวต่างแม่ของนางที่เสนอหน้าไปรับจ้าวหยางถึงประตูจวนนั่นเองทำให้ซูเหยาต้องรีบก้าวเท้าเร็ว ๆ เพื่อไปแย่งชิงความดีความชอบจากองค์ชายมาไว้ที่ตน

“องค์ชาย”

ในขณะที่หยางจวิ้นอ๋องกำลังชื่นชมกับความโฉมสราญบอบบางน่าทะนุถนอมของคุณหนูรองตระกูลหลิน สตรีที่ตนพึงใจอยู่นั้นก็มีเสียงหวานหนึ่งแทรกขึ้นอีกทั้งนำพาร่างกายของตนเองมาแทรกกลางระหว่างเขาและนางอย่างน่าชัง ไร้มารยาท แม้จะงดงามเพียงใดหากกิริยาหยาบคายเช่นนี้จ้าวหยางเองก็มิพึงสนใจ เช่นนั้นเขาจึงใช้มือลอบผลักนางออกห่างเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต นั่นจึงได้รับสายตาตัดพ้อของนางทั้งแสดงสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งตึงของนางมาหนึ่งครา

‘ท่านอ๋อง’ ซูเหยาลอบตัดพ้อในใจ นางเองดีใจแทบตายเมื่อได้พบพระพักตร์แต่ท่านอ๋องกลับลอบผลักนางออกห่าง ซ้ำใบหน้ายังราบเรียบนิ่งขรึมขึ้นถนัดตาช่างแตกต่างจากเมื่อครู่ราวคนละคน 'นี่หมายความเช่นไร เป็นเพราะนางแน่ เป็นเพราะนางซูเยว่ที่เสนอหน้ามาต้อนรับท่านอ๋องก่อนตน เป็นนางที่มาช้าท่านอ๋องถึงได้ขุ่นเคืองพระทัย' ซูเหยายืนกับที่จมปลักกับความคิดเพียงครู่ก็ได้สติเมื่อบ่าวคนสนิทสะกิดนางว่าผู้เป็นพ่อนั้นเรียกให้ไปนั่งประจำที่ให้เรียบร้อย

หลังเหล่าขุนนางข้าราชการทั้งหลายทยอยกันให้ของขวัญล้ำค่ามากมายเสร็จสิ้นก็ถึงคราที่หลานสาวโฉมงามที่เป็นที่เลื่องลือทั้งสองของจวนเสนาบดีฝ่ายซ้ายต้องมองของขวัญที่ตระเตรียมไว้ และทั้งสองถูกจับจ้องจากคนทั้งงานไปโดยปริยาย

“ขอให้ท่านย่ามีสุขภาพแข็งแรงตลอดไปเจ้าค่ะ”

“ฮ่า ๆ ขอบคุณ ๆ พวกเจ้าหลานรักทั้งสองของย่า”

“พวกเราขอให้เหล่าฮูหยินสุขภาพแข็งแรงอายุยืนยาว” คนทั้งงานร่วมอวยพรก่อนจะร่วมดื่มเหล้ามงคลเสวียนฟู่ที่หาซื้อได้ยากและราคาสูงลิ่วอย่างพร้อมเพรียงกันหลังจากคุณหนูทั้งสองของจวนเอ่ยจบ และต่างก็ได้รับพรนั้นกลับคืนจากฮูหยินเฒ่าผู้เป็นเจ้าของงาน

บรรยากาศในงานดำเนินอย่างราบรื่นและชื่นมื่น แต่มิมีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของวูเหยาคุณหนูใหญ่เลยแม้แต่น้อย ที่แม้ใบหน้าแย้มยิ้มแต่ในใจนั้นกลับซ่อนความอาฆาตไว้เสียจนอนทนแทบไม่อยู่ เมื่อนางพยายามมองสบตาหยางจวิ้นอ๋องซักเพียงใด เขากลับเอาแต่มองสบตาน้องสาวของนางไปเสียทุกที ไม่แม้แต่จะชายตามองมาทางตนแม้แต่น้อย และนึกหงุดหงิดเต็มทีกับพวกคุณชายที่เอาแต่เกาะแกะนางเสียมิเลิก และนางมิอาจเสียมารยาทไปได้แม้ในใจนึกอยากอาระวาดเสียตรงนี้ ซึ่งอาการที่นางเป็นอยู่นั้นมิอาจรอดพ้นสายตาของฮูหยินรองที่บัดนี้ขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งของมารดานางเป็นที่เรียบร้อย

“หึ! ซูเหยานางเด็กโง่ช่างสาแก่ใจข้านัก”

“เจ้าว่าอะไรนะฮูหยิน” หลินเจียงหันมาถามผู้เป็นฮูหยินข้างกายเมื่อสักครู่นั้นฟังมิค่อยถนัดนัก

“เปล่า ๆ ท่านพี่” ซูฉีบอกปักสามีพร้อมแย้มยิ้มเปี่ยมเมตตาให้หลินเจียงอย่างเป็นธรรมชาติ เก็บซ่อนปกปิดความร้ายกาจไว้เสียมิดชิด

เมื่อกินดื่มกันเสียพอเป็นพิธีก็ถึงคราที่หลานสาวทั้งสองต้องมอบของขวัญที่ตระเตรียมไว้ให้ผู้เป็นย่า ซูฉีนั้นได้ส่งสัญญาณให้ชิงเยว่เป็นผู้ก้าวออกไปก่อนซูเหยาเพราะผ้าปักคำอวยพรของซูเยว่นั้นนางตั้งใจทำขึ้นเพื่อเอาชนะผู้เป็นพี่สาวเช่นซูเหยานั้นเอง และนางมั่นใจว่าของนางย่อมดีกว่าและวันนี้ซูเหยาจะต้องถูกนางกดให้จมดินไปเลยทีเดียว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel