EP 10 : อดใจไม่ไหว(เด็กมันยั่ว)
ตอนที่ 10 : อดใจไม่ไหว(เด็กมันยั่ว)
เวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงคืน
บรรยากาศในผับยิ่งดึกยิ่งสนุกและเป็นการทิ้งท้ายสุดมันก่อนที่จะถึงเวลาผับปิด ผู้คนต่างปล่อยตัวไปกับจังหวะดนตรีและแอลกอฮอล์ที่สั่งมา แสงไฟในผับก็ยิ่งปลุกเร้าให้ดูน่าตื่นเต้นและเร้าใจจนอดใจไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาโยกย้ายร่างกายอวดท่วงท่าและลีลา
ระรินเสยผมอย่างไม่ตั้งใจระหว่างที่เต้นไปตามจังหวะเพลงมัน ๆ ผมยาวสลวยถูกปัดไปด้านหลังทำให้โชว์ลำคอระหงยิ่งทำให้เธอดูโดดเด่นสะดุดตา มืออีกข้างของเธอถือแก้วเหล้าไว้แน่นและยกดื่มเป็นระยะ ความร้อนของแอลกอฮอล์ทำให้เลือดในร่างกายเธอสูบฉีดจนกล้าเต้นแบบไม่เขินอาย
ทางฝั่งแก๊งหนุ่ม ๆ ต่างโยกหัวไปตามจังหวะเพลงบางคนปรายตามองสาวสวยที่ไม่รู้จักกำลังออกลีลาท่าทางให้ชวนมอง สายตาของสามหนุ่มไม่ได้มองแค่รุ่นน้องในคณะแต่มองผู้หญิงสวย ๆ ในผับที่ผ่านสายตายกเว้นแต่ดีเซลที่จับจ้องแต่เมียสุดรัก
ฟีนิกซ์เอนกายพิงโซฟาและโยกหัวไปตามจังหวะของเพลง มือหนายกแก้วเหล้าสีอำพันขึ้นและกระดกเข้าปากครั้งแล้วครั้งเล่า สายตาคมกวาดมองบรรยากาศในผับไปเรื่อยตามประสาหนุ่มโสด ทว่าสุดท้ายสายตาของเขากลับมาหยุดนิ่งที่ร่างอรชรในชุดเดรสสั้นสีดำรัดรูปที่กำลังเต้นแบบไม่สนใจสายตาใคร
เขาไม่อยากปล่อยให้ความคิดถลำลึกไปมากกว่านี้ จึงเบือนสายตาหนีก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเงียบ ๆ และเดินเลี่ยงความวุ่นวาย มุ่งไปยังด้านหลังของผับเพื่อสูบบุหรี่ให้สมองโล่งขึ้น
"ช้าน ปวด ฉี่" ระรินบอกต้นหลิวด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้และทำท่าทางบิดตัวเหมือนจะทนไม่ไหว
"ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม" ต้นหลิวถามด้วยความเป็นห่วง
"ม่ายเป็นไร ช้านเดินไปเองได้..." ระรินโบกมือปัด ๆ ให้หายห่วงทั้งที่แทบจะยืนทรงตัวไม่อยู่
ระรินปลีกตัวออกมาด้วยท่าทางเซไปเซมา เสียงเพลงอึกทึกเริ่มเบาลงและหายไปในที่สุดเมื่อเธอเดินมาอยู่ด้านนอกของผับ ใบหน้าหวานหันซ้ายหันขวาเพื่อหาห้องน้ำแต่ก็ไม่มีวี่แวว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เริ่มเล่นงานหนักขึ้นเรื่อย ๆ เธอพยายามถ่างตามองหาห้องน้ำและเดินสะเปะสะปะไปเรื่อย
จนกระทั่งไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอเดินมายังด้านหลังของผับ ระรินหยุดยืนงงและเกาหัวตัวเองอย่างสับสน
"ทามมายช้าน มาอยู่ตรงนี้ละ...อึก" เธอพึมพำออกมาพลางสะอึกจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ดวงตาที่ปรือแทบจะปิดเต็มทีมองไปรอบตัวเองอีกครั้ง แต่ก็ไร้วี่แววป้ายห้องน้ำ และยังไม่เข้าใจทำไมตัวเองถึงมายืนตรงนี้ได้
เสียงหวานที่คุ้นหูทำให้ชายหนุ่มที่ยืนพิงกำแพงสูบบุหรี่ชำเลืองมอง ควันสีขาวถูกพ่นออกจากริมฝีปากหนาและจ้องมองหญิงสาวร่างเล็กที่ยืนโอนเอนไปมาอยู่ไม่ไกล ตรงที่เขายืนอยู่เป็นมุมอับของผับทำให้เป็นจุดค่อนข้างลับสายตาคน
"ฉี่แถวนี้ได้ไหม" ระรินพึมพำกับตัวเองพลางมองซ้ายและมองขวา เมื่อเห็นว่าแถวนี้ไม่มีคนอยู่ทำให้เธอพยายามเดินอย่างโซซัดโซเซไปยังพุ่มไม้ที่เป็นจุดอับสายตาคนพอสมควร
ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้เธอไม่มีสติจนแทบไม่เหลือความยับยั้งชั่งใจ ร่างเล็กโอนเอนไปมาตลอดทางเดินทั้งที่เป็นทางเดินตรง ๆ และพื้นเรียบ แต่เธอกลับเดินเหมือนตอนนี้แผ่นดินกำลังไหว หลายครั้งที่เธอเกือบเสียหลักล้ม เธอพยายามคุมตัวเองให้ตรงแต่ก็ไม่ตรงเสียที ร่างของเธอค่อย ๆ ถลำลงพุ่มไม้ที่อยู่ตรงหน้า
หมับ
ฟีนิกซ์ที่ยืนสูบบุหรี่อยู่บริเวณนั้นรีบฉุดรั้งตัวเธอไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่ตัวเธอจะล้มหน้าทิ่มพุ่มไม้ และออกแรงดึงทำให้ร่างบางเซเข้ามาปะทะกับแผงอกแกร่งของเขาอย่างจัง
"หือ...ไม่ล้มแหะ" ระรินพูดขึ้นเบา ๆ ด้วยความแปลกใจทั้งที่เมื่อครู่นี้รู้สึกเหมือนตัวเองจะหน้าทิ่ม ใบหน้าหวานของเธอแนบชิดกับของแข็งบางอย่างทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมอง จึงรู้ว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีร่างกายกำยำเป็นคนฉุดรั้งเธอไว้
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเล็กน้อยส่งให้เขาอย่างไร้เดียงสา โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าคนที่ฉุดรั้งเธอไว้คือใครเพราะตรงที่ยืนไม่มีแสงไฟตกกระทบ เห็นเพียงแค่เค้าโครงของผู้ชายแต่กลับรู้สึกคุ้นตา
"คุ้นจัง เหมือนไอ้พี่ฟีนิกซ์ขี้เก๊กเลย"
คิ้วหนาเลิกขึ้นหนึ่งข้างเมื่อได้ยินสรรพนามนำหน้าที่ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่และยังต่อท้ายด้วยคำพูดที่ทำให้เขาไม่พอใจเข้าไปอีก
"กลิ่นก็เหมือน" ระรินพึมพำออกมา ก่อนจะก้มสูดดมกลิ่นตามลำตัวของคนที่เข้ามาช่วยเธอเอาไว้ราวกับหมาพิสูจน์กลิ่น
ฟีนิกซ์ก้มมองการกระทำของเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง
ไม่นานนักเธอก็เงยหน้าขึ้นดวงตาที่ปรือแทบจะปิดผลพวงมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จดจ้องมองเขาไม่วางตา "แต่ไอ้พี่ฟีนิกซ์คงม่ายช่วยหนู ไอ้บ้านั่นมันคงปล่อยให้หนูล้มไปแล้ว อึก"
ระรินเห็นว่าคนที่ช่วยเธอเงียบและยืนนิ่งเป็นหุ่นทำให้เธอเกิดความสงสัย เธอเอียงหัวเล็กน้อยมองคนตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา สติที่เหมือนจะกลับมาเพียงเล็กน้อยทำให้เธอค่อย ๆ ขยับเท้าถอยหลังออกมา
ทว่ามือหนาฉุดรั้งข้อมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้เธอถอยห่างแม้แต่นิดเดียว
"หือ...ทามมายม่ายปล่อยหนู ชอบหนูเหรอ...อยากจูบหนูไหม" ระรินทำปากจู๋เหมือนกำลังให้คนตรงหน้าโน้มใบหน้าเข้ามาจูบ
สายตาคมจ้องมองใบหน้าหวานไม่วางตา เพิ่งเคยเห็นสภาพเธอแบบนี้ครั้งแรกและยังใช้คำพูดยั่วยวนที่ทำให้เลือดในร่างกายสูบฉีดด้วยความกระสันไปในเวลาเดียวกัน เธอไม่ได้พูดเปล่าแต่ใช้ปลายคางมนเกลี่ยแผงอกแกร่งของเขาเหมือนเด็กขี้อ้อนไม่รู้ตัว
"....."
"เงียบจัง คนหรือหุ่น ปล่อยนะ ไม่งั้นหนูจะตะโกนเรียกคนมาช่วย" ระรินพยายามออกแรงดีดตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งแต่อาการมึนเมาของเธอทำให้เธอโอนเอนไปมาแทบควบคุมไม่ได้ และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยเธอจึงรวบรวมสติแล้วตัดสินใจตะโกน
"ช่วยด้วย...อื้อ"
จุ๊บ
คำร้องขอความช่วยเหลือถูกกลืนหายไปทันที ฟีนิกซ์โน้มใบหน้าลงไปหาใบหน้าหวานอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากหนาประกบจูบริมฝีปากบางเพื่อหยุดเสียงโวยวายนั้น
ดวงตากลมเบิกตาโพลงโต กลิ่นบุหรี่อ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจแทรกเข้ามาในจังหวะที่เขาจู่โจมอย่างอุกอาจ ลิ้นสากเกี่ยวพันลิ้นเล็กด้วยความชำนาญ เขากำลังส่งลิ้นสากไปทั่วทั้งโพรงปากของเธอ ความตกใจไม่ได้ทำให้เธอผลักเขาออกแต่ยืนนิ่งปล่อยให้เขาทำ มือเรียวเล็กกำเสื้อยืดของเขาไว้แน่นราวกับต้องการที่พยุงตัวเองไม่ให้หงายหลัง ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวกลับทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำ
เพราะเธอยั่วยวนอารมณ์ของเขา ทำให้ความอดทนอดกลั้นที่ฟีนิกซ์พยายามสะกดเอาเริ่มสั่นคลอน จังหวะที่เธอพยายามขยับตัวไปมาร่างกายของเธอแนบชิดเขามากขึ้น ขาของเธอเสียดสีกลางหว่างขาจนมันเริ่มก่อตัวและเกิดอารมณ์พลุ่งพล่าน
จุ๊บ
เสียงดูดกลืนน้ำหวานดังเล็ดลอดออกมาท่ามกลางความเงียบ ระรินยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นน้ำแข็ง เธอไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรดีร่างกายเหมือนหยุดทำงานเลยปล่อยให้เขาตักตวงน้ำหวานจากปากเธอราวกับสาวใจง่าย
ระรินจับจ้องมองใบหน้าคมคายด้วยที่เธอเริ่มปรับสายตาเข้ากับแสงมืดได้แล้วและระยะความใกล้เพียงเท่านี้ทำให้เธอเห็นใบหน้าของเขาชัดขึ้น เธอเบิกตาโพลงโตอีกครั้งด้วยความตกใจ
"อื้อ...อี้อีอิก(พี่ฟีนิกซ์)"
ฟีนิกซ์ได้ยินเสียงหวานส่งเสียงในลำคอชัดเจน ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มทั้งที่เขายังจูบปากเธออย่างดูดดื่ม มือหนาประคองใบหน้าหวานไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอขยับหนี
เมื่อเธอรู้แล้วว่าเป็นเขาแต่ร่างกายของเธอกลับไม่ได้ดีดดิ้นอย่างที่ควรจะเป็น จู่ ๆ ภาพฉากพระเอกในนิยายที่กำลังจูบนางเอกก็ผุดขึ้นมาในหัว พานทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
...แบบนี้เหรอที่เรียกว่าจูบ ความรู้สึกมันเป็นแบบนี้งั้นเหรอ แล้วทำไมต้องมานึกออกตอนที่เขาจูบเธอด้วยนะ
ฟีนิกซ์เหลือบมองด้านหลังของเธอเมื่อเห็นเงาคนกำลังเดินเข้ามาใกล้เขาจึงผละริมฝีปากออกอย่างรวดเร็วก่อนจะออกแรงผลักร่างบางให้ถอยไปแนบชิดกับผนังปูนของตัวอาคารผับ
ระรินรีบโกยอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับผนังปูนที่เย็นเฉียบทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย
"พี่...อื้อ" ยังไม่ทันที่เธอจะร้องท้วง ริมฝีปากหนาของเขาก็เข้ามาจู่โจมอีกครั้ง
จ๊วบ
ลิ้นสากแทรกตัวเข้าไปในโพรงปากของเธออย่างอุกอาจ หูฟังเสียงฝีเท้าของคนที่เดินมาใกล้เรื่อย ๆ ร่างกายของเขาสามารถบดบังร่างกายเธอได้อย่างมิดชิด
"โรงแรมไหมวะ เห็นออกมานานนึกว่ามาทำอะไร ที่แท้นัดผู้หญิงออกมานี่เอง จะดูดบุหรี่สักหน่อยก็กลัวยืนดูแล้วมีอารมณ์" โอโซนพูดกับเพื่อนสนิทพลางยกยิ้มมุมปากชอบใจที่ออกมาเจอฉากเด็ด
ฟีนิกซ์ผละริมฝีปากออกจากริมฝีปากบาง เป็นจังหวะที่ใบหน้าหวานของเธอรีบเข้ามาซุกกลางอกราวกับไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเป็นเธอ เขาเอี้ยวใบหน้าไปมองเพื่อนสนิทเพียงนิด
"ออกไป" ฟีนิกซ์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"เออ กูไม่ขัดจังหวะมึงก็ได้ แล้วมึงเห็นน้องระรินไหมวะ พวกเพื่อน ๆ น้องเขาบอกว่าหายไปนานแล้ว"
"กลับไปแล้ว กูเห็นขึ้นรถไปเมื่อกี้" ฟีนิกซ์ตอบกลับแบบสั้น ๆ
ระรินได้ยินคำพูดนั้นทำให้เธอเงยหน้ามองเขา มือเรียวเล็กเผลอจิกเข้าที่แผงอกแกร่งอย่างลืมตัวและพยายามดึงตัวเขามาบดบังตัวเองให้มิด
"แต่น้องระรินมากับน้องต้นหลิวนี่หว่า" โอโซนขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจในคำตอบของฟีนิกซ์
"กูบอกให้ออกไป" ฟีนิกซ์กดเสียงต่ำและเย็นยะเยือกกว่าเดิม
"เออ ๆ ก็ได้วะ แหม ได้สาวแล้วเฉดหัวเพื่อนเลยนะมึง สภาพนี้มึงคงไม่เข้าไปดื่มต่อแล้วใช่ไหม เพราะมีอย่างอื่นที่จะไปแดกต่อที่โรงแรม" โอโซนพยายามชะโงกหน้ามองสาวของฟีนิกซ์แต่ก็ถูกบดบังจนมิด
"อืม" ฟีนิกซ์ตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนจะหันหน้ากลับมามองคนที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา หูยังคงฟังเสียงฝีเท้าของโอโซนที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป
