ตอนที่ 6 รู้สึกผิด
“หยุดเพ้อเจ้อแล้วนั่งลง”
เหยาลี่เซียงพูดจบก็ดึงเพื่อนสนิทนั่งลงที่ข้าง ๆ แต่น้ำเสียงที่ดุดันของเธอ ก็ทำให้ใบหน้าสวย ๆ ของหลินขุยอันเริ่มหงิกงอขึ้นแล้ว เหยาลี่เซียงถอนหายใจออกมา ก่อนจะจัดการเปิดขวดเครื่องดื่มแล้วส่งให้เธอ
“ดื่มหน่อยไหม”
มองเห็นถุงอาหารและเครื่องดื่มมึนเมาหลายกระป๋องที่เหยาลี่เซียงขนมา หลินขุยอันก็พอจะรู้แล้วว่า วันนี้เพื่อนเธอคงไม่ยอมกลับจริง ๆ เพียงแต่เธอมีเรื่องสำคัญต้องจัดการ จะมาเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร
แม่ทัพหลิงกำลังตกอยู่ในอันตราย ฉันช้ากว่านี้ไม่ได้
“ฉันไม่ดื่ม ฉันอยากนอน”
หลินขุยอันพูดจบก็ลุกขึ้นตรงไปที่เตียงกว้าง แต่เหยาลี่เซียง ก็เดินมาจับมือเพื่อนเอาไว้
“อันอัน ฉันรู้ว่าเธอชื่นชอบแม่ทัพหลิงมาก แต่เขาไม่มีตัวตน เขาเป็นเพียงบุคคลในประวัติศาสตร์ ทั้งหมดเป็นเพียงความฝันที่เธอคิดขึ้นมาเอง”
เป็นเพียงความฝันที่เธอคิดขึ้นมาเอง หลินขุยอันได้ยินประโยคนี้ก็ปวดหนึบในอก จนเผลอกัดริมฝีปากตนเองแน่น
นั่นสินะเรื่องเหนือธรรมชาติพวกนี้จะเกิดขึ้นได้ยังไงกัน แต่สาบานได้ เธอไปพบเขามาแล้วจริง ๆ เมื่อก่อนเธอก็ชอบหลิงอี้มาก แต่กลับไม่ได้มากขนาดนี้ บัดนี้ไม่รู้ด้วยเหตุผลใด ในใจเธอกลับร้อนรนรุ่มร้อนอยากแต่จะไปหาเขา เพราะคิดว่าหากช้ากว่านี้ เธอกับเขาจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วตลอดกาล
แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้น เธอก็เข้าใจเพื่อนสาวของตนเองที่จะไม่เชื่อ แต่หากเป็นเพียงความฝันที่เธอคิดไปเองอย่างที่เหยาลี่เซียงบอก แล้วบาดแผลที่คอของเธอล่ะเกิดขึ้นได้อย่างไร ยาในกล่องปฐมพยาบาลเหล่านั้นหายไปไหน ผ้าห่มของเธออีก ทุกอย่างล้วนชี้ชัดว่ามันไม่ใช่ความฝัน เพียงแต่จะทำอย่างไรเหยาลี่เซียงจึงจะเชื่อเธอและยอมปล่อยให้เธอได้นอน เธอแค่ข้ามไปครู่เดียว ข้ามไปดูให้เห็นว่าเขาไม่เป็นอะไรแล้วก็พอ
“อันอัน เธอหมกมุ่นกับเรื่องพวกนี้มากเกินไป เอาอย่างนี้คืนนี้เรามาผ่อนคลายกัน...เชื่อฉัน” หลินขุยอันยังคงเงียบ แต่เหยาลี่เซียงก็ไม่ล้มเลิกความพยายาม
“อันอันเธอกับฉันโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าด้วยกัน คิดว่าฉันเห็นเธอเป็นแบบนี้แล้วจะสบายใจเหรอ” ครั้นได้ยินน้ำเสียงปนสะอื้นของเพื่อนรัก หลินขุยอันก็พลันได้สติ และรู้สึกผิดจนต้องโน้มตัวไปกอดเพื่อนเอาไว้
“เซียงเซียงฉันขอโทษ ขอโทษที่ทำให้เธอเป็นห่วง ฉันบ้าไปเอง” เหยาลี่เซียงตบมือลงบนแผ่นหลังของเธอเบา ๆ
“ไม่เป็นไรน่า ไม่ใช่ว่าเธอเพิ่งจะคลั่งแม่ทัพหลิงวันนี้เสียเมื่อไร จริงไหมหลิงฮูหยิน” เหยาลี่เซียงดันหลินขุยอันออกมา และขยิบตาขึ้นมา บรรยากาศที่หม่นหมองเมื่อสักครู่ก็พลันหายไป
หลินขุยอันคิดได้แล้วว่า เธอหมกมุ่นเกินไปจริง ๆ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ที่ผ่านมาเธอเฝ้ารอข้ามมิติมาตลอด แต่ก็ไม่ข้าม เช่นนั้นก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของวาสนาเถอะ
‘หลิงอี้ฉันหวังว่าคุณจะปลอดภัย และรอฉัน’
หลินขุยอันมองเหยาลี่เซียงสลับกับกระป๋องแอลกอฮอล์อย่างชั่งใจ เพียงแต่หากเทียบกันแล้ว เรื่องดื่มเธอแข็งแกร่งกว่าเหยาลี่เซียงมากในเมื่ออีกฝ่ายอยากดื่ม เธอก็ไม่ขัด และหากโชคดีครั้งนี้ข้ามมิติไปพร้อมกัน เหยาลี่เซียงจะได้เชื่อเธอสักที
“เซียงเซียงเธอแน่ใจแล้วเหรอว่าจะดวลกับสิงห์นักดื่มอย่างฉัน จะบอกให้เลยเทพดาราที่ว่าขี้เมา ยังสู้ฉันไม่ได้!” น้ำเสียงของหลินขุยอันไม่ได้หม่นหมองเหมือนเช่นเดิมแล้ว แน่นอนว่าเหยาลี่เซียงดีใจเป็นอย่างมาก
“ฮ่า ๆ มันต้องอย่างนี้สิ เพื่อนรักของฉันตัวจริง”
กระป๋องเบียร์จากมือหญิงสาวทั้งสองกระทบกันจนเกิดเสียง ก่อนจะถูกยกกระดกลงไปในลำคอ เซียงเซียงเล่าเรื่องที่มหา’ลัยในช่วงที่ขุยอันลาพักร้อนมานอนรอข้ามมิติให้ฟังอย่างละเอียด
เหยียนต้าฮ่าวเองก็ถามหาหลินขุยอันทุกวันเช่นกัน ทว่าอาจารย์หนุ่มไม่กล้าพอที่จะโทรเข้ามาหา ทำได้เพียงส่งข้อความและถามข่าวจากเพื่อนสนิทอย่างเซียงเซียงเท่านั้น
“อาจารย์เหยียนเป็นตัวเลือกที่ดี” หลินขุยอันเหลือบมองเหยาลี่เซียง ก่อนจะกระดกดื่มอีกคำ
“เหมาะจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และขอร้องเลิกชงได้แล้ว ฉันปฏิเสธอาจารย์เหยียนแล้ว ในเมื่อหัวใจฉันมีอีกคนอยู่ข้างใน มันก็ไม่แฟร์หากจะดึงอีกคนให้เข้ามา เขาควรเจอคนที่ดี ที่รักเขาแต่...คนนั้นไม่ใช่ฉัน” เหยาลี่เซียงถอนหายใจ แต่ก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าคำตอบเป็นยังไง
หลินขุยอันกับเหยาลี่เซียงดื่มกันไปพลาง คุยกันไปพลาง เวลาแห่งความผ่อนคลายมักจะผ่านไปเร็วเสมอ จนกระทั่งดึกดื่น คนที่เข้าประตูมาชวนดื่มก็หมดฤทธิ์ นอนหลับฟุบไปบนโซฟา คนที่คอแข็งกว่าได้แต่มองแล้วถอนหายใจยาว
“คออ่อนแล้วยังมาท้าคนอื่นดื่มอีกยัยขี้เมาเอ๊ย”
ถึงจะบ่นแต่ริมฝีปากกลับยิ้มขำ เธอยกขาเพื่อนจัดท่านอนบนโซฟาให้ดี ๆ พร้อมกับเดินไปหยิบผ้ามาห่มให้อย่างใส่ใจ ความจริงอยากพาไปนอนด้วยกันในห้อง แต่เธออุ้มไม่ไหว ก็ทั้งคู่ตัวเล็กพอ ๆ กัน จะให้ลากไปก็ไม่ได้อีก เช่นนั้นก็นอนตรงนี้แหละ
“อันอันแม่ทัพหลิงเขาอาจจะไม่มีตัวตนจริง ๆ ก็ได้นะ เธอต้องตื่นได้แล้วนะ ฉันเป็นห่วงเธอมากนะรู้ไหม”
คนบนโซฟาบ่นเสียงงัวเงียด้วยความห่วงใย หลินขุยอันมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาแดงก่ำ รู้สึกผิดอยู่ในใจที่ทำให้อีกฝ่ายต้องห่วงใยเธอขนาดนี้
“เซียงเซียง แม่ทัพหลิงเขามีตัวตนจริง ๆ นะ” ถึงแม้ประวัติศาสตร์จะเอ่ยถึงเขาอย่างเลื่อนลอย แต่เธอก็รู้ว่าเขามีตัวตนจริง ๆ