บทที่ 26 ตอน Twenty-six Time
"ว่าไงพะยะค่ะ หม่อมฉันรอฟังคำตอบ" มือขาวทั้งสองกุมมือของตนเองไว้ราวกับว่าอยากให้ผ่านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ภาษาของมนุษย์ได้คะแนนเยอะมากขอรับ ส่วนของทางจักรวรรดิไม่ได้คะแนนเยอะแต่ก็ไม่ได้น้อยนัก" เมล์ตัดสินใจบอกแทนเจ้านายของตนเองที่มัวแต่ลีลาจนคุณชายริคแทบจะหัวใจวายตายอยู่ร่อมร่อ
"หม่อมฉันมีเพียงคำถามเดียว"
"ว่ามาสิ กระรอกน้อยของข้า"
"เมื่อกี้ท่านพี่พูดว่าอะไรนะ ไหนลองพูดอีกทีสิพะยะค่ะ" เหมือนเขาจะหูฝาดไปนะ ของลองฟังให้ชัดๆ อีกสักครั้ง
"ข้าพูดอะไรผิดรึ กระรอกน้อยของข้า" รอบนี้ไม่น่าฟังผิดล่ะ ทำไมถึงได้พูดแบบนั้นออกมาเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลยนะ เขาเป็นผู้ชายนะรู้หรือเปล่า
"หม่อมฉันเป็นผู้ชายพะยะค่ะ"
"ข้ารู้ ว่าเจ้าเป็นผู้ชาย"
"หม่อมฉันไม่สามารถมีลูกให้ท่านได้ รัชทายาทไม่เข้าใจหรือพะยะค่ะ" ความมั่นคงทางราชบัลลังค์มันจะสั่นคลอนถ้าไม่มีทายาทแบบนี้
"ไม่เห็นจะเกี่ยวตรงไหน พ่อแม่ข้ายังไม่ว่าอะไรเลย" เสียงทุ้มต่ำไม่ได้รู้สึกอะไรถึงความเดือดร้อนในครั้งนี้
“หมายความว่ายังไงพะยะค่ะ หม่อมฉันไม่เข้าใจเลย” เสียงหวานยังคงโต้เถียงด้วยความสงสัยใคร่รู้
“พวกเรามีอายุที่ยาวมากนัก เรื่องทายาทยังไม่จำเป็นต้องคิดก็ได้”
“เพราะว่าร่างกายของกระรอกน้อยเองต่างหากที่จะเปลี่ยนไป”
“เปลี่ยนไป” เขาพยายามพูดทวนอีกครั้งแต่ก็ยังไม่เข้าใจ
“ทุกอย่างจะพิสูจน์เองนะ ตอนนี้ข้าเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน” มาพูดให้อยากรู้แล้วก็เบี่ยงประเด็นแบบนี้ก็ได้เหรอ ทำแบบนี้ก็เป็นด้วยหรือไงนะ รัชทายาทบทจะมีสาระก็เยอะมาก บทจะไร้สาระก็อะไรของเขาไม่รู้ ผมล่ะตามไม่ทันจริงๆ
“ต่อจากนี้ไปเจ้าคือผู้ช่วยส่วนตัวของข้า ขึ้นตรงกับคำสั่งของข้าเท่านั้น”
“จะไม่มีใครหน้าไหนมาสั่งให้เจ้าไปทำอะไรแปลกๆ ได้เป็นอันขาด” คนที่จะสั่งแปลก ประหลาดมันน่าจะเป็นพระองค์เสียมากกว่า ริคยังไม่เห็นว่าจะมีใครแปลกตรงไหนนอกจากคนตรงหน้านี่แหละ!
“หม่อมฉันว่าคุณชายไวท์สามารถช่วยงานเฉพาะภาษาของมนุษย์ในจักรวรรดิเท่านั้น นอกนั้นภาษาอื่นๆ พวกเรายังต้องทำกันเองเหมือนเดิมพะยะค่ะ รัชทายาท” เมล์รีบห้ามเจ้านายของตนก่อนที่จะสั่งให้ทำอะไรที่มันเกินความสามารถ สรุปแล้วจะมาช่วยหรือจะมาป่วนกันแน่ เริ่มไม่เข้าใจ
“สรุปแล้วใครเป็นเจ้านายกันแน่ระหว่างเจ้ากับข้า” คีย์เองก็เริ่มไม่พอใจเหมือนกัน ขัดไปเสียทุกเรื่องแบบนี้ รู้นะว่าถูกสอนมาให้ขัดเกล้าเจ้านายเป็นแวมไพร์ที่ดีแต่บางทีก็ให้มันน้อยๆ ลงบ้างก็ได้ อีกที่จะเป็นครูสอนหนังสือส่วนตัวไปแล้ว
“ข้ารู้ว่าทั้งสองคนสนิทกันมาก แต่ถ้ามัวแต่เถียงกันแบบนี้งานกองนั้นจะเสร็จไหม” นิ้วชี้เรียวยาวชี้ไปทางเอกสารกองโตเท่าโต๊ะหนึ่งตัวเลยก็ว่าได้และไม่รีบทำเกรงว่าจะไม่เสร็จอย่างแน่นอน
“ยังไงรบกวนช่วยจัดแจงงานก่อนเถอะ พรุ่งนี้พวกเราต้องออกเดินทางแต่เช้าไม่ใช่รึ” คำพูดไม่กี่ประโยคของกระรอกน้อยเหมือนดึงสติของแวมไพร์หนุ่มทั้งสองให้มาทำงานอีกครั้ง เมล์แบ่งงานส่วนภาษามนุษย์ให้ไวท์ทำทั้งหมด ส่วนพวกเขาก็จัดการภาษาทางจักรวรรดิกันต่อไป ท่ามกลางความเงียบนั้นมีเพียงเสียงกระดาษพลิกไปมาและการจรดน้ำหมึกของทั้งสามที่ช่วยกันทำงานอย่างดี
เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมคนทำงานในโลกของเขาส่วนใหญ่ถึงชอบทำงานตอนกลางคืนมากกว่ากลางวัน เพราะมันทั้งเงียบสงบและทำให้คิดงานได้ง่ายกว่าหลายเท่า แถมประสิทธิภาพในการทำงานก็ดีกว่าช่วงกลางวันเป็นไหนๆ แต่วิถีชีวิตของเผ่าพันธ์ถ้าจะให้เปลี่ยนมาทำแบบแวมไพร์คงจะยาก อะไรหลายๆ อย่างก็ไม่ได้อำนวยเสียด้วย
แต่ถ้าหากอยู่ร่วมกันไปแบบนี้เรื่อยๆ ริคเองก็น่าจะใช้ชีวิตแบบแวมไพร์ได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก มาอยู่ได้ไม่กี่วันก็เริ่มนอนกลางวันแล้วมาทำงานตอนกลางคืนแทน อีกไม่นานคงจะเคยชินกับวิถีชีวิตแบบนี้แน่นอน เอกสารพวกนี้มากจนไม่คิดว่าคือจำนวนของคนที่ต้องทำมันช่างไม่บาลานกันเลยสักนิด ยิ่งอยู่สูงมากเท่าไหร่ยิ่งเหนื่อยมากเท่านั้นสินะ
"กระรอกน้อยทำไหวไหม มีอะไรให้ข้าช่วยหรือเปล่า" เสียงทุ้มต่ำถามด้วยความเป็นห่วง
"ก่อนที่รัชทายาทจะเป็นห่วงคนอื่น กรุณาห่วงตัวเองก่อนเถอะพะยะค่ะ งานเยอะขนาดนี้ยังทำไม่เสร็จอีก" เมล์ขัดจังหวะทันทีไม่ใช่ว่าไม่ห่วงคุณชายริคแต่อีกคนตั้งท่าจะหนีงานตนเองต่างหาก จึงต้องกันไว้ดีกว่าแก้
"ผมยังไม่ง่วงเท่าไหร่ครับ คิดว่ารีบจัดการตรงนี้ให้เสร็จก่อนดีกว่า" เสียงหวานตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มสดใส หวังว่าจะไม่มีการทะเลาะกันเกิดขึ้นอีก
"คุณชายไวท์ช่างสมชื่อมากจริงๆ ขอรับ งดงาม สง่างาม สดใสเหมือนสีขาว ไม่เหมือนคนแถวนี้หรอกขอรับ ดำมืดมากจนไม่คู่ควรกับแสงสว่าง" เมล์ยังไม่ลืมที่จะจิกกัดเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันอย่างคีย์
"ทั้งสองคนหยุดต่อปากต่อคำกันได้แล้วครับ เดี๋ยวผมไปทำของหวานมาให้กิน เพราะฉะนั้นกรุณาหยุดเถียงกันได้แล้ว" ครั้งนี้ริคทนไม่ไหวถึงกับยกมือห้ามไม่ให้มีการทะเลาะกันเกิดขึ้นอีก เถียงกันเรื่องงานก็มากพออยู่แล้ว เรื่องอื่นไม่จำเป็นต้องเถียงกันมากขนาดนั้น
ทันทีที่ร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากห้องทำงานเหล่าแวมไพร์หนุ่มที่อยู่ด้านในก็ยังเถียงกันต่อไปจนริคไม่ได้ยินเพราะเดินมาไกลจากห้องทำงาน มือขาวหยิบส่วนผสมจากห้องครัวอันได้แก่ ไข่ไก่ 1 ฟอง น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ นมจืด (150 Ml) กลิ่นวานิลลา ของเหล่านี้เป็นส่วนผสมของคัสตาร์ดพุดดิ้ง ต่อมาก็น้ำตาล 1 ช้อนชา น้ำ 1 ช้อนชา น้ำร้อน 1 ช้อนชา ของเหล่านี้เป็นส่วนผสมของคาราเมล น่าจะจัดสักห้าหกชุดเผื่อไม่อิ่มกัน เตรียมต้มนมสดไว้ด้วยเลยดีกว่า จะได้มีอะไรอุ่นๆ ดื่มหลังกินของหวานแล้ว
