บทที่ 18 ตอน Eighteenth Time
แกร๊ก!
"ยินดีต้อนรับสู่วังสวิตขอรับ คุณชายริค" ชาร์ทีเอ่ยทักทายด้วยคำสุภาพแต่เหมือนจะไม่มีอะไรตอบกลับมาเลยสักนิด มีเพียงสีหน้างงงวยของคนหน้าหวานเท่านั้น แต่กลิ่นเลือดหอมหวานชวนให้ลากมากินนั้นรุนแรงเสียจริง องค์รัชทายาทมีความอดทนสูงมาก ของหวานอยู่ตรงหน้าแต่กลับไม่ลิ้มลองสักหยด
"ที่นี่ที่ไหนเหรอ ข้าจำได้ว่าท่านพี่บอกห้ามเปิดประตูรถม้าให้ใคร" ในเมื่อไม่มีทางเลือกผมเองก็ต้องพูดภาษาของที่นี่เพื่อปรับตัวเหมือนกัน แปลว่ามีเบื้องหลังอะไรเกี่ยวกับการมาลอบทำร้ายรถม้าคนนี้แน่ พวกมันต้องการอะไร
"เจ้าคือคุณชายริค ไวท์ ลูกชายบุญธรรมของดยุคริค ชาร์คใช่หรือไม่" เทรเลอร์ตัดสินใจถามอย่างไม่เป็นมิตรออกไปเพื่อดูท่าทีของอีกฝ่ายว่าจะตอบกลับเช่นไร
"แล้วท่านล่ะเป็นใคร ดูจากการวางท่าแล้วคงจะเป็นแวมไพร์ที่มีอำนาจไม่ใช่น้อย" คิดผิดแล้วที่จะมาสังเกตคนอย่างผม ถึงที่นี่ผมจะไม่รู้จักอะไรมากมายแต่หลักจิตวิทยาแบบนี้ที่โลกมนุษย์มีสอนนะ ที่นี่สอนอะไรไม่สำคัญมันสำคัญที่ว่าจะเอาความรู้ที่มีในโลกมนุษย์มาใช้กับที่นี่ได้ยังไงต่างหากล่ะ
"หึ เข้ามาก่อนสิ" การตอบสนองคาดเดาได้ยากนัก ไม่รู้เลยว่าภักดีต่อรัชทายาทหรือหวังจะลอบทำร้าย แบบนี้ถึงกลายเป็นคนดังข้ามคืน ไม่สบอารมณ์เลยสักนิดเดียว ข้าไม่มีทางยอมก้มหัวให้กับว่าที่จักรพรรดินีคนใหม่ที่เป็นมนุษย์เด็ดขาด
"จะรับอะไรดีขอรับคุณชาย"
"ของข้าเหมือนเดิมนะ ชาร์ที"
"ไม่ขอรับ พอดีที่บ้านสอนว่าอย่าเสี่ยงกินของคนแปลกหน้า หน้าแปลก สิ่งมีชีวิตที่แปลกด้วย" ไหนเมื่อลองหยั่งเชิงกันแบบนี้ ก็เล่นสงครามไปบ้างก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก ยิ่งดูเป็นพวกเลือดร้อนแบบนี้มีหวังขาดสติแน่นอน
การยั่วโมโหได้ผลดีเกินคาดไม่ถึงนาทีคอของร่างสูงโปร่งถูกบีบจากมือของคุณชายคนโตของตระกูลทันที กล้ามากที่ท้าทายกันซึ่งหน้าแบบนี้ ไม่เคยเจอใครลองดีแบบนี้มานานแล้ว อยากรู้เหมือนกันว่ามนุษย์ของจักรวรรดิกับมนุษย์ที่ไม่มีใครรู้จัก ฝั่งไหนจะมีความอดทนได้มากกว่ากัน คอขาวเริ่มมีรอยแดงจากการถูกบีบอย่างแรง จิตใจอำมหิต แววตาวาวโรจน์ที่เคยเห็นแต่ในละครกลับมาเห็นที่นี่ตอนนี้ ช่างน่าประทับใจเสียจริง ถ้าผมกลับโลกปัจจุบันได้อยากเป็นนักเขียน รับรองเลยว่าบรรยายได้ราวกับตาเห็นเพราะเห็นมากับตาตัวเอง
ท่าทีไม่เกรงกลัว แววตาเมินเฉยนี่มันอะไรกัน มนุษย์คนนี้ไปอยู่ที่ไหนมาถึงมีท่าทีแบบนี้ ไม่ใช่แบบที่ข้าคาดหวังเอาไว้ ปล่อยดีกว่าขืนทำแรงกว่านี้มีหวังตายคามือจริงๆ เขาจงใจเหวี่ยงร่างสูงโปร่งให้กระเด็นไปอีกทางแต่ดูเหมือนว่าจะสามารถหมุนตัวกลับมานั่งตามปกติได้ แปลว่ามีฝีมือไม่น้อยเลยช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก เรียกเสียงปรบมือจากเทรเลอร์ได้ทันที จากแววตาดูถูกกลายมาเป็นชื่นชม สมแล้วที่เป็นคนที่รัชทายาทหวงแหน
"เจ้านี่มันช่างน่าสนใจจริงๆ" เทรเลอร์บอกจากใจไม่มีอะไรเจือปนในคำพูด ทำให้อีกฝ่ายวางใจได้นิดหน่อย
"ถ้าท่านพูดแบบนั้นจริงๆ ก็ขอบคุณครับ ผมอยากกลับไปหารัชทายาท"
"ป่านนี้ตามหาข้าไปทั่วแล้ว" สภาพอากาศไม่เป็นใจแบบนี้เกรงว่าจะมาจากพลังของรัชทายาทมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล แต่เขาไม่มีข้อมูลอะไรมากมายขนาดนั้น การจะรู้อะไรมากกว่าต้องเข้าห้องสมุดให้ได้ก่อน ความรู้ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่สามารถหามาทดแทนได้ในโลกมนุษย์
"ไม่ ข้าจะส่งจดหมายให้รัชทายาทมารับเจ้าแทน"
"ทำแบบนี้แปลว่าอยากเจอรัชทายาทเพราะว่าไม่ค่อยได้เจอกัน แวมไพร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอายุยืนยาวจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเวลาเยี่ยงมนุษย์"
"เจ้ารู้มากเกินไปแล้วนะ เป็นเด็กที่ไหนเนี่ย"
"ตอบไปแล้วจะรู้จักหรือเปล่า ท่านเอาเวลาไปคิดทบทวนให้ดีเถอะ"
"พูดเหมือนรู้ดีไปทุกอย่าง อย่ามาอวดดีไปหน่อยเลย"
"สิ่งมีชีวิตที่มีช่วงเวลาแค่แก้เหงาให้กับเผ่าพันธ์ของข้า ไม่มีสิทธิมาสอนข้า"
"การพูดจาดูถูกก็ไม่ใช่สิ่งที่เผ่าพันธ์มีชีวิตยืนยาวควรทำเช่นกัน"
ตระกูลสวิตถือเป็นตระกูลที่มีความทะเยอทะยานสูงกว่าตระกูลอื่น แต่โชคดีที่ผู้นำคนปัจจุบันมีนิสัยเฉื่อยชาไม่ได้ต้องการสิ่งใด แถมยังจงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิมากที่สุด เรียกได้ว่ายอมถวายตัวรับใช้จนตัวตายโดยไม่หวั่นเกรง นับเป็นตระกูลที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในขณะนี้
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"ชามาแล้วขอรับ"
"มาได้จังหวะนะ ชาร์ที"
"แน่นอนขอรับ"
"ว่าแต่ตำแหน่งคุณชายริคในตอนนี้ยังไม่เป็นทางการสินะขอรับ จะได้รับยศเมื่อไหร่หรือ" ชาร์ทีได้โอกาสลองภูมิคนตรงหน้าบ้าง
"ตามกำหนดที่ท่านจักรพรรดินี รัชทายาทเป็นคนกำหนดทั้งหมด ข้ายังไม่รู้เรื่องอันใดเลย" ภาษามันโอเคดีหรือยัง พยายามทำให้มันโบราณที่สุดแล้ว ถ้าจะโบราณมากกว่านี้สมองต้องเบลอแน่เลย
ทหารในคฤหาสน์ทั้งวังออกตามหาริคตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่พบร่องรอยว่าอยู่ที่ไหน เหตุการณ์เพิ่งเกิดได้ไม่นานแต่การค้นหาช่างยากเย็นนัก รถม้าทั้งคันคนทั้งคนมันจะหายไปได้ยังไง ถ้าไม่มีใครพาไป หรือว่า.....
"รัชทายาทพะยะค่ะ พวกหม่อมฉันยังค้นหาไม่พบเลย"
"จะทำยังไงกันต่อดี ให้แจ้งเรื่องไปทางวังหลวงไหมพะยะค่ะ"
"ข้าส่งจดหมายลับไปหาท่านแม่แล้ว ตอนนี้ข้าว่าพอจะรู้แล้วว่ากระรอกน้อยอยู่ที่ไหน"
"ที่ไหนพะยะค่ะ"
"วังที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุที่สุดก็คือวังสวิต ไปวังสวิตกัน" จู่ๆ ก็มีนกบินเข้ามาในห้องทำงานเหมือนรู้งาน เนื้อความในจดหมายมีไม่มากนักแต่ได้ใจความ เขาคิดไม่ผิดจริงๆ จีนอยู่กับตระกูลสวิต ถือเป็นตระกูลที่น่าเชื่อถือที่สุดแล้ว ทำไมถึงมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ถ้าเป็นดยุคไม่น่าเป็นไปได้นอกจากคุณชายคนโตเท่านั้น นิสัยดื้อรั้นไม่ฟังใคร ไม่เห็นหัวใครนี่ช่างเหมือนบรรพบุรุพที่ปัจจุบันเป็นผู้อาวุโสยิ่งนัก
