บทที่ 2
พอออกตามก็หาไม่เจอร่องรอยของพวกมัน ชาวจึงเชื่อคนกลุ่มนี้ต้องมีวิชาอาคมบังตาวิธีเดียวที่จะแกละรอยได้ ต้องใช้คนวิชาหรือหมอธรรมช่วยตามหา แน่นอนว่าหมอธรรมคนนั้นก็คือพ่อครูผา ที่ต้นตระกูลเป็นหมอธรรมสายขาวสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างเคร่งครัด เพื่อค่อยช่วยเหลือทุกคนในหมู่บ้านหนองฮาง
รองผู้การสายันบอกครั้งที่เจอปู่ผา คือวันที่ไปรายตัวที่สถานีตำรวจประจำอำเภอ เห็นปู่ผาให้ปากคำลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ร้อยเวรอยู่ เกี่ยวกับเรื่องคดีคนหายไปสองวันยังตามตัวไม่พบ แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก ผ่านไปสามวันผู้กำกับมีคำสั่งให้ปู่พันรับผิดคดีคนหาย และให้ไปพบกับปู่ผาที่หมู่บ้านหนองฮางเพื่อสอบถามเบาะแสและช่วยนำทางไปที่จุดเกิดเหตุ ในตอนนั้นทำให้ได้คุยกันเป็นครั้งแรกดันคุยกันถูกคอจึงนัดพบเจอกันหลายครั้งเพื่อคุยกันเรื่องคดี และมีหลายเหตุการณ์ที่ปู่ผาช่วยให้ปู่พันรอดตายมาทั้งคู่ผ่านเรื่องร้ายมาด้วยกันมากมายจนกลายเป็นเพื่อนรักกันก็ว่าได้
เหตุการณ์ที่เสี่ยงตายของปู่พันมีมากมาย ทั้งแปลก ๆ ลี้ลับต่าง ๆ ที่เกิดกับตัว เช่นเรื่องที่ถูกผีป่าตามเอาชีวิตเพราะไปเยี่ยวรดบ้านของมัน ทั้งถูกทำของใส่จนเกือบตาย เนื่องจากการที่ปู่พันบุกทำลายแก๊งค้ายาไปในพื้นที่ไปหลายแก๊งจึงถูกหมอผีคนของพวกมันของต่ำสายดำใส่ แต่ก็รอดมาได้เพราะปู่ผาช่วยไว้ มีอีกหลายครั้งที่เหตุเสี่ยงเกิดขึ้นจนชาวบ้านในอำเภอให้ฉายามือปราบกระดูกเหล็ก
จนอายุเข้า 25 ปี ปูพันได้แต่งงานกับย่าเกสร นักศึกษาครูจากสุพรรณบุรีที่ออกค่ายอาสาจึงทำให้ได้รู้และพูดคุยจนเกิดตกหลุมรักกัน ทั้งติดต่อกันผ่านจดหมายจนย่าเกสรเรียนจบจึงตกลงแต่งงานกัน ย่าเกสรทำเรื่องขอบรรจุลงที่จังหวัดสกลนครและย้ายมาอยู่กับสามี พออยู่มาได้สองปีก็เกิดเรื่องร้ายขึ้น เพราะความของพวกค้ายามันจึงให้หมอผีสายดำส่งปอบมาเข้าสิงสู่ร่างของย่าเกสร เพื่อให้ผีปอบกัดร่างแต่ก็ได้ฮีโร่อย่างปู่ผาช่วยได้ทันการย่าเกสรจึงรอดตายมาได้
ปู่ผาเองก็ได้แต่งงานกับย่ามาลีพยาบาลสาวโรงพยาบาลประจำอำเภอ เนื่องจากพาชาวบ้านและครอบครัวเข้าไปหาหมอบ่อยจึงได้มีโอกาสได้พูดคุยกันบ่อยครั้ง
พอปู่พันอายุได้ 40 กว่า ด้วยยศที่เพิ่มขึ้นหน้าที่ก็เพิ่มขึ้น มีคำสั่งย้ายให้ปู่พันไปประจำการที่กรุงเทพ ทำให้เพื่อนรักทั้งสองต้องแยกจากกัน เมื่อย้ายเข้ากรุงเทพความอันตรายก็ไม่มีลดน้อยลงเลย ยังเหตุการณ์ตายอีกหลายครั้งแต่เพื่อนรักอย่างปู่ผาก็ช่วยไว้ตลอด ปู่พันซึ่งใจมากจนเอยคำมั่นสัญญากับปู่ผาว่า ในรุ่นเหลนไม่ว่าจะหญิงหรือชายจะยกให้เป็นหลานสะใภ้โดยไม่มีข้อยกเว้น
ทั้งสองครอบครัวสนิทกันมากจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ครอบครัวหทัยกุล รุ่นลูกคือปู่สัน อดีตผู้บัญชาการตำรวจพลตำรวจเอกสันติ หทัยกุล รุ่นหลานคือ ผู้บัญชาการตำรวจคนปัจจุบัน พลตำรวจเอกกรรณชัย หทัยกุล และ รองผู้บัญชาการกรมตำรวจ พลตำรวจโทสายัน หทัยกุล ส่วนรุ่นเหลนก็คือผู้กองภามนั้นเอง
ครอบครัวมณีสุวรรณ รุ่นลูกคือ พ่อครูผจญ ผจญ มณีสุวรรณ รุ่นหลานคือ พ่อครูพงษ์ พงษ์ศักดิ์ มณีสุวรรณ และ พ่อครูเพลิน พาเพลิน มณีสุวรรณ ส่วนรุ่นเหลนก็พ่อครูเพลิงนั้น ปัจจุบันผู้สืบเจ้าสำนักคือพ่อครูพงษ์ แต่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะวางมือยกตำแหน่งให้ลูกชายคนเดียว ตอนแรกตั้งใจจะให้น้องชายอย่างพ่อครูเพลินอาแท้ ๆ ของพ่อครูเพลิง เพราะด้วยอายุยังไม่มาก อายุเพียง 36 ปี แต่พ่อครูเพลินไม่เอาอีกทั้งแต่งงานแล้วจึงจะย้ายตามสามีไปอยู่ที่นครพนม จึงทำให้ตำแหน่งเจ้าสำนักตกเป็นของเพลิงโดยปริยาย
