บท
ตั้งค่า

1 ทหารหญิงในร่างสตรีอ่อนแอ

1

ทหารหญิงในร่างสตรีอ่อนแอ

“ไปดูสิว่านางตายหรือยัง”

หลินเสี่ยวเหอ ทหารหญิงของหน่วยรบพิเศษลืมตาขึ้นด้วยความสับสนเพราะได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมดังอยู่ด้านนอก ความทรงจำสุดท้ายคือเปลวไฟจากการระเบิด ทว่าสิ่งที่สัมผัสได้ในยามนี้กลับมิใช่บาดแผลจากสะเก็ดระเบิด แต่เป็นความเหน็บหนาวที่กัดกินไปถึงกระดูก

จำได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ตนเองกำลังปฏิบัติงานอยู่ในคลังเก็บอาวุธของกองทัพในฐานะทหารหญิงฝีมือดีอนาคตไกล จู่ๆ ได้มีประกายไฟ ต่อมาก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หลังจากนั้นภาพทุกอย่างก็ถูกตัดไป แล้วนำพาวิญญาณของนางมาโผล่ที่นี่ ในโลกต่างมิติโบราณล้าหลัง

“ที่นี่ที่ไหน ไม่ใช่ว่าตายไปแล้วหรอกหรือ”

เมื่อกลิ่นสาบดินและฟางเน่าโชยเข้าจมูก นางพยายามพยุงกายลุกขึ้นแต่กลับพบว่าร่างกายนี้ช่างอ่อนแอเหลือเกิน แขนขาผอมบางจนแทบเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ร่างกายบางจุดมีรอยฟกช้ำ เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่เก่าขาดเต็มไปด้วยรอยปะชุน

"นังตัวกาลกิณี! ยังแสร้งนอนกินบ้านกินเมืองอยู่อีกรึ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!"

เสียงแหลมแผดลั่นแหวกสายฝน พร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่จนร่างของนางกระเด็นตกจากเตียงไม้กระดานลงไปกองกับพื้นดิน ความเจ็บแปลบที่สะโพกเรียกสติให้ตื่นเต็มตา

เบื้องหน้าคือหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมชุดป่านสีหม่น ใบหน้าบูดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ในมือโบกกระดาษแผ่นหนึ่งไปมา

“มองให้เต็มตา เจ้าว่านี่คืออะไร”

กระดาษเช็ดก้นเจ้าละมั้ง...

"จดหมายหย่าจากเหวินไฉส่งมาถึงแล้ว เขาได้ดีเป็นถึงว่าที่ขุนนางในเมืองหลวง มีหรือจะเก็บสตรีขี้เกียจอย่างเจ้าไว้ให้เป็นตัวถ่วงความเจริญ เสนียดจัญไรเช่นเจ้ารีบไสหัวออกไปจากกระท่อมตระกูลจางเดี๋ยวนี้!"

ในเสี้ยวขณะนั้น ความทรงจำไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับน้ำหลาก เว่ยเสี่ยวเหอคือเจ้าของร่างนี้ นางคือหญิงชาวนาที่ทำงานหนักจนสายตัวแทบขาดเพื่อส่งเสียให้สามีไปสอบชิงตำแหน่ง ทว่าเมื่อเขาได้ดี กลับส่งจดหมายหย่าฉบับเดียวมาเป็นของตอบแทนน้ำใจนาง พร้อมยัดเยียดมลทินว่านางคบชู้เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเสียชื่อเสียง

ในช่วงที่จางเหวินไฉยังเป็นเพียงบัณฑิตยากจน เว่ยเสี่ยวเหอคือคนที่ทำงานหนักเยี่ยงทาส ทั้งทำนา รับจ้างสารพัด อดมื้อกินมื้อเพื่อส่งเสียให้เขาได้เล่าเรียนและเข้าสอบจอหงวน แต่พอเขาสอบติดและมีโอกาสได้เป็นเขยขุนนางใหญ่ เขากลับมองว่าภรรยาชาวนาที่ตรากตรำจนผิวเสียมือหยาบกร้านคือรอยด่างพร้อยในชีวิต เขาจึงเลือกที่จะเขี่ยทิ้งทันทีโดยไม่นึกถึงบุญคุณที่นางอุ้มชูมาตลอดหลายปี

ในยุคโบราณ การหย่าร้างทั่วไปก็แย่พอแล้ว แต่จางเหวินไฉกลับเลือกวิธีที่อำมหิตกว่านั้น คือการเขียนในหนังสือหย่าว่าเว่ยเสี่ยวเหอคบชู้สู่ชาย เจตนาเพื่อให้ตนเองดูเป็นผู้ถูกกระทำและมีความชอบธรรมในการแต่งงานใหม่กับลูกสาวขุนนาง

จางเหวินไฉไม่เพียงแต่ทิ้งภรรยา แต่เขายังทอดทิ้งอาเป่าบุตรชายแท้ๆ ของตนเอง เขาปล่อยให้แม่และญาติพี่น้องของเขาโขกสับและพยายามจะขายลูกตัวเองไปเป็นทาสรับใช้เพื่อแลกเงิน โดยที่ตัวเขาซึ่งเป็นขุนนางมีเงินทองกลับไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูหรือไยดีว่าลูกจะอดตายหรือไม่ สำหรับเขาอาเป่าคือหลักฐานของอดีตอันต่ำต้อยที่อยากจะลบล้างไปเสีย

แม้ที่ดินสามหมู่จะเป็นสินเดิมของเว่ยเสี่ยวเหอ แต่เขากลับสมรู้ร่วมคิดกับแม่ของตนเองเพื่อที่จะยึดครองที่ดินผืนนี้เข้าตระกูลจาง โดยใช้ช่องว่างทางกฎหมายและการใช้อำนาจมืดข่มขู่คนที่ไม่มีทางสู้ กะจะให้นางและลูกออกไปตายดาบหน้าโดยไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน

ความชั่วที่น่ารังเกียจที่สุดคือการรักษาภาพลักษณ์บัณฑิตผู้ทรงธรรมต่อหน้าผู้อื่น ในเมืองหลวงเขาคือขุนนางหนุ่มอนาคตไกลที่ดูสุภาพอ่อนน้อม แต่เบื้องหลังกลับส่งจดหมายและคนมาบีบคั้นอดีตภรรยาให้ถึงแก่ความตาย เพื่อปิดปากไม่ให้ความลับเรื่องเมียชาวนาไปเข้าหูพ่อตาขุนนางใหญ่ ด้วยเหตุนี้เจ้าของร่างเดิมจึงตรอมใจตายไปเมื่อครู่ ทิ้งไว้เพียงความแค้นและบุตรชายวัยห้าขวบที่กำลังถูกรังแก

หึ ช่างน่าเวทนานัก บนโลกนี้จะมีใครซวยได้เท่าเจ้าของร่างนี้อีก ตลอดชีวิตของเจ้าคงลำบากมากสินะ วางใจเถอะบุตรชายเจ้าข้าจะเลี้ยงดูให้เอง วันหน้าข้าจะให้เขาได้เป็นใหญ่ เสี่ยวเหอจากอนาคตนึกในใจด้วยความเศร้าโศก

"ท่านแม่ ฮือ อย่าเอาตัวข้าไป ท่านแม่ช่วยด้วย"

“บอกให้มานี่! เจ้าเด็กบ้า ข้าบอกให้ตามข้ามาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะตีเจ้ากับแม่ของเจ้าให้ตาย!”

“ฮื่อ ท่านแม่ ท่านแม่ช่วยด้วย ท่านแม่ ฮื่อ”

เสียงสะอึกสะอื้นดังมาจากนอกประตู เว่ยเสี่ยวเหอหันไปมอง เห็นเด็กชายตัวน้อยสภาพมอมแมมถูกชายฉกรรจ์สองคนซึ่งเป็นญาติห่างๆ ของตระกูลจางหิ้วปีกพยายามฉุดกระชากออกไปท่ามกลางสายฝน

"จดหมายหย่าระบุชัด ที่ดินสามหมู่และกระท่อมหลังนี้ต้องคืนให้ตระกูลจาง ส่วนเจ้าเด็กนี่ ในเมื่อแม่ของมันเป็นหญิงแพศยา ข้าจะส่งมันไปทำงานชดใช้หนี้สินที่จวนตระกูลเฉิน อย่างน้อยก็ยังแลกเป็นค่าข้าวค่าน้ำที่เคยเลี้ยงดูมา"

แววตาที่เคยหม่นแสงของเว่ยเสี่ยวเหอเปลี่ยนเป็นคมกริบประดุจใบมีด นางค่อยๆ พยุงร่างที่สั่นเทาลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะอ่อนแรงแต่กลับยืนได้มั่นคงผิดจากเดิม

"เมื่อครู่เจ้าว่าจะขายใครนะ" น้ำเสียงนางราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนนางจางชะงัก

"ข้าบอกว่าจะขายลูกชายเจ้าอย่างไรเล่า หึ...คนชั้นต่ำ! เจ้ากล้าใช้สายตาเช่นนี้มองข้าเชียวรึ ข้าจะตบเจ้าให้รู้สำนึก”

“ไหนลองใช้ปากสุนัขของเจ้าพูดมาอีกทีสิ”

นางจางแค่นหัวเราะหยัน เงื้อมือขึ้นสูงหวังจะฟาดลงบนใบหน้าซีดเซียว ทว่าฝ่ามือนั้นกลับค้างอยู่กลางอากาศ มือผอมแห้งของเว่ยเสี่ยวเหอคว้าข้อมือของนางจางไว้มั่น ก่อนจะออกแรงกดลงบนจุดรวมประสาทอย่างแม่นยำ

"อ๊ากกกก! ปล่อยข้า!" นางจางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

"สามีทิ้งภรรยา ญาติสามีรังแกแม่ม่าย แล้วยังจะขายหลานแท้ๆ เพื่อเงินเพียงไม่กี่ตำลึง ตระกูลจางของเจ้าช่างทำตัวสูงส่งนัก" เว่ยเสี่ยวเหอกระซิบข้างหูนางจาง น้ำเสียงนิ่งลึกประดุจเพชฌฆาต

กร๊อบ!

“โอ้ย!"

นางสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ร่างท้วมของนางจางก็กระเด็นไปกองกับพื้นข้อมือบิดเบี้ยวผิดรูป ชายฉกรรจ์สองคนที่คุมตัวอาเป่าเห็นท่าไม่ดีจึงทิ้งเด็กน้อยแล้วพุ่งเข้าใส่เว่ยเสี่ยวเหอทันที

"หญิงแพศยา! เจ้ากล้าทำร้ายป้าจางรึ"

“มีอะไรต้องไม่กล้า พวกเจ้าอยากเจ็บตัวด้วยก็เข้ามา”

“ปากดีนักนะแล้วอย่าหาว่าบุรุษอกสามศอกเช่นพวกข้ารังแกสตรี”

ชายคนแรกเหวี่ยงหมัดเข้าใส่หน้าผากนาง เว่ยเสี่ยวเหอเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ นางสวนหมัดเข้าที่ใต้ชายโครงมันจนตัวงอเป็นกุ้ง ก่อนจะใช้เข่ากระแทกซ้ำที่ยอดอกจนมันกระเด็นไปกระแทกฝาบ้านดังโครม

อีกคนพยายามจะเข้ามารวบเอวนางจากด้านหลัง นางใช้ความคล่องแคล่วเบี่ยงตัวหลบแล้วใช้สันมือฟาดเข้าที่ลูกกระเดือกอย่างแรง มันตาเหลือกค้าง สำลักน้ำลายแล้วล้มพับไปในทันที ภายในเวลาไม่ถึงอึดใจชายร่างยักษ์สองคนและแม่สามีที่เคยอวดดีพ่ายแพ้อย่างราบคาบ

เว่ยเสี่ยวเหอเดินไปหยิบจดหมายหย่าที่ตกบนพื้นขึ้นมา แววตานางเฉยชาขณะฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าตระกูลจาง

"ที่ดินผืนนี้เดิมทีเป็นของสกุลเว่ยที่พวกเจ้าใช้อุบายฮุบไป วันนี้ข้าไม่เพียงไม่ไปแต่พวกเจ้าทุกคนต้องไสหัวออกไปจากที่นี่ ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าวิ่งหางจุกตูดหนีไป นับหนึ่งถึงสาม"

นางเดินไปหยิบมีดพร้าสนิมเขรอะที่พิงอยู่ข้างฝา ปลายมีดจรดลงที่ลำคอของนางจางที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ความเย็นของเหล็กทำให้นางจางถึงกับปัสสาวะราด

"หนึ่ง..."

"ข้าไปแล้ว! เจ้ามันถูกผีสิง เจ้ามันบ้าไปแล้ว”

นางจางตะเกียกตะกายลุกขึ้น วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกไปจากรั้วบ้านพร้อมกับสมุนที่พยุงร่างกันหนีตายอย่างอนาถท่ามกลางสายฝน

เว่ยเสี่ยวเหอมองตามแผ่นหลังคนเหล่านั้นด้วยสายตาที่เย็นชาราวกับน้ำแข็ง ก่อนจะลดมีดลงแล้วหันไปหาอาเป่า เด็กน้อยที่ยืนอึ้งมองมารดาด้วยความไม่เชื่อสายตา

"อาเป่า มาหาแม่มา"

นางเรียกเสียงนุ่ม เด็กน้อยโผเข้ากอดเอวมารดาแน่น ร่างเล็กๆ สั่นเทาปนสะอื้น

"ท่านแม่ ท่านแม่เก่งจังเลย ท่านแม่ไม่ทิ้งอาเป่าไปแล้วใช่ไหมขอรับ"

เว่ยเสี่ยวเหอกอดตอบร่างเล็กนั้นไว้ ความอบอุ่นทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของทหารหญิงอ่อนวูบลง นางลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู

"นับแต่นี้ไปถ้าใครรังแกเจ้าแม่จะส่งมันไปลงนรกเอง เราจะไม่อยู่แบบคนขี้ขลาดอีกต่อไป ใครดีมาเราดีตอบใครร้ายมาเราก็อย่าไปยอม”

ภายใต้สายฝนที่เริ่มซาลง เว่ยเสี่ยวเหอยืนตระหง่านอยู่หน้ากระท่อมทรุดโทรม มองดูทุกอย่างรอบตัวที่ต่างจากที่นางจากมาโดยสิ้นเชิง ไร้ไฟฟ้า ไร้อินเตอร์เน็ต ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายส่งนางให้มาใช้ชีวิตใหม่ในมิตินี้ คิดไปพลางหันไปมองเจ้าเด็กตัวจ้อยที่กำลังยืนทำตาปริบๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel