บทที่ 4: ข่าวลือสะท้านกองทัพ และข้อแลกเปลี่ยนของเชลยสาว
บทที่ 4: ข่าวลือสะท้านกองทัพ และข้อแลกเปลี่ยนของเชลยสาว
ยามเหม่า (05.00 – 06.59 น.) หน้าคอกม้าหลวง
แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า นกกาเริ่มบินออกจากรัง... อาเฟย เดินวนไปวนมาอยู่หน้าคอกม้าด้วยความกระวนกระวายใจ เขาไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะเป็นห่วงสวัสดิภาพของหญิงสาวปริศนา เกรงว่าเช้านี้เปิดเข้าไปจะเจอเพียงเศษซากเสื้อผ้า เพราะเจ้าเมฆาทมิฬอาจจะหงุดหงิดแล้วเผลอเหยียบนางแบนติดดิน
"เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน!" รองแม่ทัพหนุ่มรวบรวมความกล้า ปลดกลอนประตูแล้วผลักเข้าไปเต็มแรง
"แม่นาง! เจ้ายังอยู่รอดปลอดภั...ย..."
เสียงของอาเฟยขาดหายไปในลำคอ ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ขากรรไกรค้างเติ่ง ภาพที่เห็นไม่ใช่โศกนาฏกรรมเลือดสาด แต่เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ชวนให้ขนหัวลุกพิลึกพิลั่น
เจ้าเมฆาทมิฬ ยืนเคี้ยวฟางเอื้องอยู่อย่างอารมณ์ดี ที่กองฟางด้านข้าง... ซูเมิ่งเจี๋ย นอนขดตัวหลับปุ๋ย และข้างๆ นาง... คือร่างสูงใหญ่ของ ท่านแม่ทัพเยี่ยหลวนเฉิน ที่นอนตะแคงหันหน้าเข้าหานาง มือข้างหนึ่งพาดอยู่บนเอวเล็กของนางอย่างเป็นธรรมชาติราวกับนอนกอดหมอนข้างที่บ้าน!
"ทะ... ท่านแม่ทัพ!?" อาเฟยอุทานเสียงหลง
เยี่ยหลวนเฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาที่เคยดุดันยามตื่นนอนกลับดูสงบนิ่งและแจ่มใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเหลือบมองลูกน้องคนสนิท แล้วยกนิ้วชี้ขึ้นจรดริมฝีปาก "ชู่ว... อย่าเสียงดัง นางจะตื่น"
พระเจ้าช่วยกล้วยทอด! อาเฟยอยากจะตบหน้าตัวเองเรียกสติ ท่านแม่ทัพผู้ฆ่าคนไม่กระพริบตา กำลังกลัวทำผู้หญิงตื่น?
แต่ดูเหมือนจะไม่ทันการ ซูเมิ่งเจี๋ยขยับตัว บิดขี้เกียจเสียงดังกร๊อบแกร๊บ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเจอกับแผงอกคุ้นตา "อืม... เช้าแล้วเหรอเจ้าท่อนซุง..." นางงัวเงียถาม พลางเอามือตบแปะๆ ไปที่แก้มสากของท่านแม่ทัพ "วันนี้หน้าเนียนขึ้นนะเนี่ย..."
เยี่ยหลวนเฉินจับมือนางไว้ นัยน์ตาวูบไหวเล็กน้อย "ตื่นแล้วก็ลุก ข้าหิวแล้ว"
ทั้งสองคนลุกขึ้นยืนปัดเศษฟางออกจากตัว ท่ามกลางสายตาของอาเฟยและทหารยามอีกนับสิบที่เริ่มมามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อเยี่ยหลวนเฉินเดินนำซูเมิ่งเจี๋ยออกมาจากคอกม้า ข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่วค่ายเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง "ท่านแม่ทัพนอนค้างในคอกม้ากับสตรีปริศนา!" "ได้ยินว่าทำกิจกรรมกันทั้งคืนจนม้ายังเพลีย!" "นางต้องเป็นปีศาจจิ้งจอกแน่ๆ ท่านแม่ทัพถึงได้หลงหัวปักหัวปำ!"
ณ กระโจมแม่ทัพ (อีกครั้ง)
ซูเมิ่งเจี๋ยนั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้ ตรงข้ามกับเยี่ยหลวนเฉินที่กำลังนั่งจิบชาด้วยท่าทางสง่างาม ราวกับเรื่องเมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น
"เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า" ซูเมิ่งเจี๋ยเปิดประเด็นด้วยมาดนักเจรจา "เมื่อคืนพิสูจน์แล้วนะว่าฉันเป็น 'ยานอนหลับ' ของท่านจริงๆ ท่านหลับสบาย ส่วนฉัน... ปวดหลังแทบตายที่ต้องนอนบนฟาง"
เยี่ยหลวนเฉินวางถ้วยชาลง "เจ้าต้องการอะไร?"
"อิสรภาพ?"
"เป็นไปไม่ได้" เขาตอบทันควัน "ตราบใดที่ข้ายังไม่หายจากโรคนี้ เจ้าต้องอยู่กับข้า"
"งั้นก็ต้องมีค่าจ้าง!" ซูเมิ่งเจี๋ยยื่นข้อเสนอ "หนึ่ง ฉันไม่นอนคอกม้า ไม่นอนคุก ฉันต้องการห้องพักดีๆ เตียงนุ่มๆ อาหารอร่อยๆ สามมื้อ สอง ห้ามใครมารังแกหรือดูถูกฉัน และสาม... ท่านต้องจ่ายเงินเดือนฉันด้วย!"
อาเฟยที่ยืนฟังอยู่แทบสำลักน้ำลาย กล้าเรียกเงินเดือนจากท่านแม่ทัพ!
เยี่ยหลวนเฉินเลิกคิ้ว "เงินเดือน? ในฐานะอะไร?"
"ในฐานะ... 'ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดการนอนหลับส่วนตัว' (Personal Sleep Therapist)" เธอตั้งชื่อตำแหน่งให้ดูหรูหรา "งานของฉันคือกล่อมท่านนอน แค่นั้น จบนะ?"
แม่ทัพหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ "ได้... ข้าตกลง แต่มีข้อแม้"
"ข้อแม้อะไร?"
"เจ้าต้องอยู่ห่างจากตัวข้าไม่เกินสามก้าว ตลอดเวลา"
"หา? ตลอดเวลาเนี่ยนะ? ตอนกินข้าว? ตอนประชุม? หรือตอน..."
"ทุกตอน" เขาตัดบทเสียงเข้ม "พรุ่งนี้กองทัพเราจะเคลื่อนพลกลับเมืองหลวง 'ฉางอัน' การเดินทางใช้เวลาครึ่งเดือน เจ้าต้องนั่งรถม้าคันเดียวกับข้า นอนกระโจมเดียวกับข้า เพื่อความปลอดภัยของตัวเจ้าเอง... และเพื่อความสบายใจของข้า"
ซูเมิ่งเจี๋ยอ้าปากค้าง นี่มันไม่ใช่แค่ Sleep Therapist แล้ว นี่มันเมียเก็บชัดๆ! แต่เมื่อนึกถึงโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยสงคราม และร่างกายนี้ที่อ่อนแอเหลือเกิน การเกาะขาผู้ชายที่มีอำนาจที่สุดในแผ่นดินไว้น่าจะเป็นทางรอดที่ดีที่สุดในตอนนี้
"โอเค! ดีล!" เธอยื่นมือออกไป เยี่ยหลวนเฉินมองมือนางอย่างงุนงง ก่อนจะยื่นมือมาจับตอบ สัมผัสนุ่มนิ่มของมือนางทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปถึงหัวใจเขาอีกครั้ง
วันรุ่งขึ้น : การออกเดินทาง
เสียงกลองศึกดังกึกก้อง กองทัพนับแสนนายจัดขบวนเตรียมเคลื่อนพลกลับเมืองหลวง ธงทิวปลิวไสวดูยิ่งใหญ่อลังการ ซูเมิ่งเจี๋ยในชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้าน (แต่ยังเป็นชุดบุรุษตัวโคร่งๆ เพราะหาชุดสตรีไม่ทัน) ถูกจับยัดเข้าไปในรถม้าคันใหญ่หรูหราของแม่ทัพ
ภายในรถม้าปูด้วยขนสัตว์หนานุ่ม กลิ่นกำยานหอมกรุ่น เยี่ยหลวนเฉินนั่งหลับตาพิงหมอนใบใหญ่อยู่มุมหนึ่ง "เข้ามาสิ" เขาเรียกโดยไม่ลืมตา
ซูเมิ่งเจี๋ยคลานเข่าเข้าไปนั่งมุมตรงข้าม พยายามทำตัวให้ลีบที่สุด รถม้าเริ่มเคลื่อนตัว... ล้อไม้บดไปกับถนนลูกรัง การเดินทางไกลสู่เมืองหลวงเริ่มต้นขึ้น
ทว่า... ในขณะที่ขบวนทัพกำลังเคลื่อนผ่านหุบเขา บนยอดหน้าผาสูงชันที่ห่างออกไป... บุรุษชุดขาวผู้หนึ่งยืนสงบนิ่ง สายตาจับจ้องไปที่รถม้าของแม่ทัพเยี่ย
"สายรายงานว่า... 'อสูร' ได้ 'จุดอ่อน' ชิ้นใหม่มาไว้ข้างกายแล้ว" ชายชุดขาวเอ่ยขึ้นเบาๆ รอยยิ้มงดงามแต่ไปไม่ถึงดวงตาปรากฏขึ้นบนใบหน้า "น่าสนใจ... ดูซิว่าจุดอ่อนชิ้นนั้น จะทำให้เกราะเหล็กของเจ้าแตกร้าวได้หรือไม่... เยี่ยหลวนเฉิน"
เขาดีดนิ้วเพียงเบาๆ นกพิราบสื่อสารสีขาวพิสุทธิ์ก็บินทะยานขึ้นฟ้า มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงฉางอัน นำข่าวสารแห่งความปั่นป่วนไปส่งถึงผู้ที่รอคอยอยู่...
มรสุมลูกใหญ่กำลังก่อตัวรอรับขวัญการกลับมาของท่านแม่ทัพ!
