บทที่ 4 ความแตกตื่นอันเร่าร้อน (2)
"อืม"
เสียงครางอันพึงพอใจของเขาทำให้นางเขินอาย ทุกอย่างกระหน่ำลงมาราวกับพายุคืนใหญ่ ความเจ็บบ่นความสุขล้นที่นางไม่เคยสัมผัสเป็นเช่นนี้เอง ทุกอณูขุมขนของเขาแทรกซึมเข้าไปในกายนางอย่างมิอาจต้านทานไว้ได้ แรงสั่นสะเทือนบนเตียงนอนบ่งบอกถึงความเร่าร้อนที่หลงเยว่ฉานตั้งใจมอบให้เพื่อให้เหมยเซียนจดจำทุกอย่างที่เป็นเขาไว้ พายุในครั้งนี้ช่างยาวนานจวบจนยามเหม่าถึงจะสงบลง หลงเยว่ฉานก้มมองใบหน้ารูปไข่งดงาม ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อน จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากอิ่มเอิบสีชมพูระเรื่อ ผิวขาวเนียนดุจหยกขัดเงา สตรีผู้งดงามเกินจะหาสตรีอื่นใดมาเปรียบเทียบได้กำลังหลับสนิทในอ้อมแขนอย่างอ่อนเพลียเป็นตำแหน่งหวางเฟยที่เขาตั้งใจมอบให้นางแต่เพียงผู้เดียว
งานเลี้ยงน้ำชา มาเยือนเป็นอีกหนึ่งวันที่จะแสนน่าเบื่อของเหมยเซียน นางทิ้งการซ้อมยิงธนูต้องเผชิญหน้ากันของเหล่าบรรดาฮูหยินเพื่อสังสรรค์พูดคุยแลกเปลี่ยนอิริยาบถในจวนของตน รวมทั้งลี่หมิงฮูยินคนใหม่ของเซินอู๋หลัว
"สตรีม่ายเช่นนางนับว่าเป็นหยางเฟยของจวินอ๋องได้ไม่เลว นางใช้เล่ห์กลอุบายใดกัน?"เสียงซุบซิบเอ่ยขึ้น เหมือนจงใจให้เหมยเซียนได้ยิน
"นางจะใช้อุบายใดได้กัน หากเป็นนั้นจริงสามีข้าคงไม่ยื่นใบหย่าให้นางหรอก อิอิ"หลี่หมิงจิบชาอย่างสำราญใจ เหมยเซียนลุกขึ้นยืนดวงตาสวยจ้องเขม็งดุดันราวกับพญาหงส์ ทำให้ทุกคนตัวสั่นเทาราวกับลูกนกในกำมือทว่านางกลับรินน้ำชาให้กับหลี่หมิงก่อนจะเผยยิ้มมุมปากเล็กน้อย
"เจ้าออกเรือนมานานเท่าไหร่แล้ว"เสียงใสเอ่ยขึ้นแววตาทุกคู่จับจ้องมายังฮูหยินหลี่หมิง
"ห้าปีแล้ว นับว่านานและมั่นคงกว่าเจ้า"นางยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ
"อย่างนั้นเหรอ เซินอู๋หลัวช่างไร้น้ำยาเสียจริง ป่านี้แล้วเจ้ายังไม่ได้มีบุตรชายไว้สืบสกุล หรือเขาไม่มีอารมณ์กับเจ้าเหมือนที่เคยเป็นกับข้า"
"เหมยเซียน!!" อารมณ์ขุ่นเคืองใจของนางทำให้ฮูหยินท่านอื่นตกตะลึง"เป็นจริงดั่งที่เหมยเซียนกล่าวนั่นเพราะจะย่างก้าวปีที่หกแล้วฮูหยินแห่งจวนโหวซื่อหยวนที่ใครๆ ต่างอิจฉายังไม่ได้มีทายาทไว้สืบสกุล" ฮูหยินใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วย
"งานนี้ท่านเซินอู๋หลัวต้องรับอนุภรรยาเข้าจวนหรือไม่?" คำนินทาทว่ากลับได้ยินชัดเจนยิ่งนัก
"พวกเจ้า!!" หลี่หมิงสุดจะอับอายไม่อาจร่วมงานเลี้ยงน้ำชาได้อีกต่อไป ก่อนที่นางจะกลับจวนแววตาโกรธแค้นเพ่งมองเหมยเซียน สตรีเช่นนางหากต้องการสิ่งใด หรือทำร้ายผู้ใดแล้วไม่วางมือลงง่ายๆ แน่นอน
"ฝากไว้ก่อนเถอะ! หยางเหมยเซียน"
หลี่หมิงก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างแข็งกร้าว แท้จริงแล้วที่หลี่หมิงเป็นสหายสนิทของเหมยเซียนเพราะความอิจฉาริษยาในการชีวิตอย่างอิสรเสรีอันรื่นรมย์ ทุกคนในจวนล้วนตามใจนางไม่ว่าเหมยเซียนจะชี้นกเป็นนกหรือชี้ไม้เป็นไม้ก็ตามผิดจากหลี่หมิงเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยไม่สามารถเชิดหน้าชูคอเป็นหงส์เหมือนเหล่าพี่สาวได้ ถูกกดขี่ข่มเหงนานา สุดท้ายจึงล่อลวงใจเซินอู๋หลัวแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นบุรุษที่เหมยเซียนหมายปองแล้วก็ตาม
"ในเมื่อนางอยากได้ก็ต้องได้เหรอ..."
หลี่หมิงกัดฟันกรอดกำมือแน่นจนเห็นเส้นเอ็นนูนขึ้นมา แววตาเพ่งมองเซินอู๋หลัวที่เดินเคียงคู่มากับเหมยเซียนราวกับกิ่งทองใบหยก ผู้คนที่พบเห็นต่างอิจฉาในรูปร่างและชาติกำเนิดของทั้งคู่ หลี่หมิงอยากเป็นเช่นเหมยเซียนบ้างนางจึงใช้กลอุบายในความยึดหมั่นต่อคำพูดของเซินอู๋หลัวที่รักษาวาจาเป็นที่หนึ่งทำลายเหมยเซียนภาพที่เหมยเซียนร่ำร้องอย่างทุรนทุรายท่ามกลางหิมะกระหน่ำราวกับเป็นใจให้นางได้ขึ้นเป็นฮูหยินคนใหม่ของจวนโหว
"สิ่งที่ผิดแปลกไปคือท่านจื่อหยวนล้มป่วยฉับพลันนอนเป็นผักก่อนงานมงคลเพียงไม่กี่วัน"แววตาจริงจังคู่นั้นจับจ้องไปยังโคมไฟรูปทรงกระต่ายที่ห้อยตามชายคาจวนท่านอ๋องรอง คงไม่พ้นเป็นความคิดหยอกล้อหวางเฟย
"คุณหนูคิดว่าท่านจื่อหยวน..."ดวงตาแม่นมเหริ่นเบิกกว้างด้วยความตกใจกลัว
"ใช่ เป็นการวางยา มีเพียงผู้เดียวที่กล้าทำเช่นนี้ได้..." คิ้วขมวดเข้าหากันเกิดรอยย่นระหว่างคิ้วเมื่อนึกถึงสิ่งที่เซินอู๋หลัวทำกับตนไว้ นางไม่ควรใส่ใจบิดาของเขาแม้แต่น้อย
"ดีเสียอีกหากปล่อยให้เซินอู๋หลัวเป็นคนโง่ บิดาผู้บังเกิดเกล้ากำลังจะตายลงด้วยน้ำมือคนที่ตนไว้วางใจ"น้ำเสียงดูถูกของเหมยเซียนทำให้แม่นมเหริ่นอดเป็นกังวลไม่ได้ นับวันฮูหยินยิ่งเย็นชาราวกับมีก้อนน้ำแข็งอันหนักอึ้งอยู่ในใจแม้จะเป็นคิมหันตฤดู
"ฮูหยินผู้เคยยิ้มแย้มสดใสผู้นั้นหายไปไหนแล้วเจ้าค่ะ"
"นางได้ตายไปแล้ว" ดวงตาของเหมยเซียนฉายแววเศร้าหมอง
"นางจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แม่นมเหรินอย่าได้เป็นกังวลไป!" น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น ดวงตาคู่สวยพองโตไม่คิดว่าหลงเยว่ฉานจะแอบฟังบทสนทนาของนาง คนตัวสูงไม่พูดพร่ำทำเพื่อเขาโอบเอวบางแนบชิดกายตนอย่างรวดเร็ว จนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
"ท่านอ๋องรอง..." นางกะพริบตาถี่ๆ ใครกันที่เล่าลือว่าเขาใกล้ตายทุกเมื่อ
"ทำไม! จงเกลียดจงชังข้าอีกคนเหรอ" ริมฝีปากหนาเผยยิ้มมุมปากเล็กน้อย
"ข้าไม่กล้าคิดเช่นนั้นกับท่านหรอก" ภาพทั้งคู่ทำให้แม่นมเหรินเขินอายจนก้าวเท้าออกไปเสียเอง
"เจ้าจะไปเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟฉินหวยกับข้าหรือไม่"
ใบหน้าของเขาเปิดเผยความสุขอย่างไม่ปิดบัง แววตาทั้งคู่ประสานกันราวกับโลกทั้งใบเป็นสวรรค์เพียงหวังว่ามันจะไม่มอดไหม้ลงอีกครั้ง ยามที่หลงเยว่ฉานยังคงยืนข้างกายนาง หยางเหมยเซียนจะไม่กลายเป็นตัวร้ายให้สามีต้องลำบากใจแน่นอน
