บท
ตั้งค่า

2

เขาคือ 'หลินเฟิงเจี๋ย'

ท่านอาเล็กแห่งตระกูลหลิน ผู้เพิ่งเดินทางกลับจากแคว้นเหนือ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขายืนเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของเขา สายตาคมทอดผ่านช่องหน้าต่าง ไปหยุดอยู่ที่สตรีผู้กำลังกอดหลานชายของเขาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม มุมปากของบุรุษผู้ไม่เคยยิ้มให้ผู้ใด ค่อย ๆ ยกขึ้นเพียงเล็กน้อย

"แม่นมเจียงอย่างนั้นหรือ" เสียงทุ้มต่ำดังแผ่วท่ามกลางสายฝน

"ปากกล้า ใจก็กล้าไม่น้อย" แววตาที่เคยเย็นชาราวน้ำแข็ง พลันฉายประกายความสนใจขึ้นเป็นครั้งแรก

เสียงฝนที่เคยกระหน่ำเริ่มซาลง เหลือเพียงละอองฝนพรำบางเบา ทว่าความอบอุ่นภายในห้องพักเล็ก ๆ ของเรือนหลังกลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด

เจียงสวินประคองหลินเสี่ยวอวี๋ออกจากตู้เสื้อผ้า ก่อนพาเด็กน้อยมานั่งบนเตียงเก่า ๆ นางหยิบผ้าสะอาดมาชุบน้ำ บรรจงเช็ดคราบน้ำตาและคราบสกปรกบนใบหน้าให้อย่างเบามือ

เสี่ยวอวี๋ตัวเล็กเสียจนน่าใจหาย แก้มที่ควรจะนุ่มนิ่มอวบอิ่มตามวัยกลับซูบตอบเพราะขาดสารอาหาร ดวงตากลมโตที่หม่นหมองยังคงมองนางอย่างหวาดระแวง ทว่ามือเล็ก ๆ กลับกำสาบเสื้อของเจียงสวินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยมือ นางจะหายไปเสียตรงนั้น

"คุณชายน้อย หิวหรือยังเจ้าคะ" เจียงสวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เสี่ยวอวี๋พยักหน้าช้า ๆ ตามสัญชาตญาณ ทว่าเพียงครู่เดียวก็รีบส่ายหน้าจนผมยุ่ง

"สะ... เสี่ยวอวี๋ไม่หิวขอรับ เสี่ยวอวี๋ทนได้ หากหิวแล้วแม่นมต้องไปสู้กับพี่ซุ่ยเซียงอีก เสี่ยวอวี๋ไม่กินก็ได้ขอรับ" คำพูดไร้เดียงสาของเด็กวัยเพียงสี่ขวบทำให้เจียงสวินจุกแน่นอยู่กลางอก น้ำตาแทบไหลรินออกมาแต่ก็พยายามหักห้ามเอาไว้

เด็กคนนี้ถูกคนรอบข้างกดขี่และทำร้ายมานานเพียงใดกัน ถึงได้เรียนรู้ที่จะคิดว่าความต้องการพื้นฐานของตนเองเป็นภาระของผู้อื่น

"ไม่ต้องกลัวเจ้าค่ะ ตราบใดที่ข้ายังอยู่ตรงนี้ คุณชายน้อยจะไม่ได้กินของเน่าเสียพวกนั้นอีกต่อไป" นางลูบศีรษะเล็กเบา ๆ พลางยิ้มให้

"รอข้าอยู่ตรงนี้นะเจ้าคะ ต่อให้ต้องไปพลิกครัวตระกูลหลิน ข้าก็จะหาอาหารดี ๆ มาให้คุณชายกินให้ได้" เสี่ยวอวี๋มองนางตาแป๋ว ก่อนจะพยักหน้าอย่างว่าง่าย

ผ่านไปราวหนึ่งเค่อ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังมาจากด้านนอก ประตูห้องถูกผลักเปิดออกโดยไม่มีแม้แต่เสียงเคาะ

ซุ่ยเซียงเดินหน้าบึ้งเข้ามา แก้มข้างหนึ่งยังมีรอยแดงจาง ๆ จากฝ่ามือเมื่อครู่ นางถือถาดอาหารมาด้วย ก่อนกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดัง

เคล้ง!

"อนุเตียวเมตตาพวกเจ้า ไม่ถือสาเรื่องที่เจ้าตบข้า" ซุ่ยเซียงเชิดหน้าขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงอาฆาต

"นี่สำรับใหม่ อนุสั่งให้ครัวทำมาให้คุณชายน้อยโดยเฉพาะ รีบกินเสียสิ"

เจียงสวินเหลือบมองอีกฝ่าย ก่อนเดินเข้าไปตรวจสำรับบนโต๊ะ คราวนี้ดูเผิน ๆ ดีกว่าครั้งแรกมาก มีทั้งข้าวสวยและน้ำแกงตุ๋นกระดูกหมู กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยขึ้นจากชาม หากเป็นคนทั่วไปคงคิดว่าครัวตั้งใจทำมาใหม่จริง ๆ

ทว่าเจียงสวินกลับไม่ไว้ใจ นางหยิบช้อนขึ้นมา ค่อย ๆ คนลงไปถึงก้นชาม เพียงครู่เดียว แววตาก็เย็นเยียบลง

ใต้ชามน้ำแกงที่ดูน่ากิน มีทั้งเศษกรวดและทรายละเอียดจมปะปนอยู่จนก้นชามขุ่นดำ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคีบเนื้อหมูขึ้นมาดมใกล้ ๆ ยังมีกลิ่นบูดจาง ๆ ปะปนอยู่

ชัดเจนว่าพวกมันจงใจนำเนื้อที่เริ่มเสียมาปรุง แล้วใส่กรวดทรายลงไปเพื่อกลั่นแกล้ง

เด็กวัยสี่ขวบกินอาหารเช่นนี้เข้าไป ต่อให้ไม่เจ็บป่วยหนัก อย่างน้อยก็ต้องปวดท้อง อาเจียน หรือท้องเสียอย่างแน่นอน อีกทั้งกรวดทรายยังทำร้ายฟันให้หักโดยง่าย

"เป็นอย่างไร เลิศหรูพอสำหรับคุณชายสายหลักของเจ้าหรือยัง" ซุ่ยเซียงยิ้มกริ่มอย่างถือดี คิดว่าคราวนี้ตนเป็นฝ่ายชนะ

"ถ้าไม่กินรอบนี้ คืนนี้ก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องอีกแล้วนะ"

เจียงสวินไม่ตอบ นางเพียงยื่นมือไปยกชามแกงใบนั้นขึ้นมาด้วยสองมือ

เมื่อเห็นเช่นนั้น ซุ่ยเซียงก็นึกว่านางยอมจำนน จึงยิ่งยิ้มเยาะ

"หึ! ก็นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน สุดท้ายก็..."

หมับ!

คำพูดขาดหายไปในลำคอ เมื่อเจียงสวินวางชามลงชั่วขณะ ก่อนคว้าคอเสื้อของซุ่ยเซียงอย่างรวดเร็ว

"อ๊ะ! เจ้าจะทำอะไร " นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

เจียงสวินคว้าชามแกงขึ้นมาด้วยมืออีกข้าง ก่อนออกแรงลากคนตรงหน้าไปยังประตู

"จะ... เจ้าจะทำอะไร ปล่อยข้านะ"

"อยากรู้ไม่ใช่หรือว่าข้าจะแน่ได้สักแค่ไหน" เจียงสวินแค่นหัวเราะ

"ข้าจะพาเจ้าไปดูให้เต็มสองตาเดี๋ยวนี้"

"ปล่อยข้านะ ข้าจะร้องเรียนอนุเตียว ข้าจะให้นางลงโทษเจ้า"

"ดีเลย" เจียงสวินกระตุกคอเสื้ออีกฝ่ายแรงขึ้น

"เพราะข้าก็กำลังจะไปหานายของเจ้าอยู่พอดี"

ซุ่ยเซียงดิ้นรนสุดแรง แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกลากไปข้างหน้า ความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้เจียงสวินไม่คิดจะปรานีแม้แต่น้อย

ก้าวพ้นประตูเรือนหลัง นางก็มุ่งตรงไปยังเรือนกลางอันเป็นที่พักของอนุเตียวทันที

ละอองฝนเย็นเฉียบกระทบใบหน้าของทั้งสอง ทว่าไฟโทสะในดวงตาของเจียงสวินกลับไม่ลดลงแม้แต่น้อย

บ่าวรับใช้ตามทางต่างพากันหยุดมองอย่างแตกตื่น

ใครจะไปคาดคิดว่าแม่นมเจียงผู้เคยก้มหน้าก้มตา ไม่กล้ามีปากเสียงกับใคร วันนี้จะกล้าลากสาวใช้คนสนิทของอนุเตียวผ่านกลางจวนราวกับลากกระสอบข้าว

เมื่อมาถึงเรือนกลาง เจียงสวินไม่เสียเวลารอให้ใครเข้าไปรายงาน

"เปิดประตู!"

ไม่มีผู้ใดกล้าขยับ

"ไม่เปิดใช่ไหม ได้!"

ปัง!

เจียงสวินยกเท้าถีบบานประตูจนเปิดผาง

ภายในเรือนกลาง อนุเตียวกำลังนั่งจิบชา พลางเลือกเครื่องประดับจากกล่องไม้แกะสลักอย่างสบายอารมณ์

เมื่อเห็นเจียงสวินลากซุ่ยเซียงเข้ามา สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที

"แม่นมเจียง เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ ถึงได้กล้าบุกรุกเรือนของข้าเช่นนี้" อนุเตียวตวาด ก่อนชี้นิ้วสั่งบ่าวรอบตัว

"พวกเจ้า ลากตัวนางออกไปตบปากเดี๋ยวนี้"

บ่าวสองคนกำลังจะก้าวเข้ามา เจียงสวินตวัดสายตามองทันที

"ใครกล้าก้าวเข้ามาก็ลองดู" เสียงตวาดดังก้องไปทั่วเรือนจนทุกคนชะงัก

นางผลักซุ่ยเซียงออกไปด้านข้าง ก่อนวางชามแกงลงบนโต๊ะรับรองกลางเรือนเสียงดัง

ปึง!

"อนุเตียว สำรับนี้ท่านเป็นคนสั่งให้ส่งไปให้คุณชายน้อยใช่หรือไม่" อนุเตียวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเชิดหน้าตอบ

"แล้วอย่างไร นั่นเป็นของบำรุงที่ข้าตั้งใจสั่งให้ครัวทำ!"

"ตั้งใจหรือ" เจียงสวินหัวเราะเสียงเย็น นางหยิบช้อนขึ้นมา ตักลงไปถึงก้นชาม ก่อนชูขึ้นให้บ่าวทุกคนในเรือนได้เห็น บนช้อนมีทั้งเศษกรวด เม็ดทราย และคราบดำติดขึ้นมาอย่างชัดเจน

"แกงตุ๋นใส่กรวดใส่ทราย ใช้เนื้อที่เริ่มบูด นี่หรือคือของบำรุงที่ท่านตั้งใจให้คุณชายน้อยกิน"

เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบเรือนทันที เจียงสวินวางช้อนลง ก่อนจ้องอนุเตียวตรง ๆ

"ท่านตั้งใจบำรุงคุณชาย หรือตั้งใจทำให้สายเลือดของตระกูลหลินเจ็บป่วยกันแน่"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel