บท
ตั้งค่า

บทที่ 6: พี่สาวแสนดี

บทที่ 6: พี่สาวแสนดี

ณ ห้องรับรองส่วนตัว โรงเตี๊ยมชิงเฟิง

บรรยากาศบนโต๊ะน้ำชาเต็มไปด้วยความชื่นมื่น เสิ่นเจียวเจียวสั่งขนมหวานขึ้นชื่อมาวางจนเต็มโต๊ะ คอยคีบป้อนซูชิงชิงอย่างเอาอกเอาใจ ประหนึ่งพี่สาวที่แสนดี โดยมีลู่หวูเหยียนนั่งกอดอกหน้าตึงเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง คอยสังเกตการณ์อยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง

“น้องชิงชิง เจ้าฟังพี่สาวนะ” เสิ่นเจียวเจียวจิบชาจวี๋ฮวาดับกระหาย ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการล้างสมองขั้นพื้นฐาน

“บุรุษที่เอาแต่ยัดเยียดของขวัญให้โดยไม่เคยเอ่ยปากถามความสมัครใจ ไม่ได้แปลว่าเขารักเจ้าหรอกนะ แต่มันแปลว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัวและเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางต่างหาก!”

ซูชิงชิงชะงัก ช้อนตากลมโตขึ้นมองอย่างสับสน “แต่... ตี้จวินบอกว่านั่นคือความหวังดี...”

“หวังดีกับผีน่ะสิ!” เสิ่นเจียวเจียวตบโต๊ะป้าบ (จนลู่หวูเหยียนที่นั่งอยู่มุมห้องยังแอบเลิกคิ้ว) “วันนี้เขาใช้ยศถาบรรดาศักดิ์บังคับให้เจ้ารับปิ่นปักผมได้ วันหน้าเขาก็จะบังคับให้เจ้าทำในสิ่งที่เจ้าไม่อยากทำ! สตรีเราต้องมีจุดยืนนะ สวยและฉลาดอย่างเจ้า ไม่จำเป็นต้องง้อบุรุษพรรค์นั้นเลย ขืนแต่งเข้าไปในวังหลังที่มีสตรีเป็นร้อยคอยแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เจ้ามิถูกคนพวกนั้นรังแกจนกระอักเลือดตายหรือ?”

คำพูดที่แทงใจดำราวกับเปิดโลก ทำให้นัยน์ตาของนางเอกต้นฉบับเปล่งประกายความเลื่อมใสวาววับ

“พี่เจียวเจียว... ท่านพูดถูกที่สุด! ข้าไม่อยากเข้าวัง ข้าแค่อยากมีชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุข”

“ดีมาก! ต่อไปนี้... หากมีเรื่องอันใด หรือต้องการความช่วยเหลือ มาหาข้าที่จวนได้เสมอ ข้าจะปกป้องเจ้าเอง!” เสิ่นเจียวเจียวตบหน้าอกรับประกัน

ลู่หวูเหยียนที่นั่งเงียบมาตลอด แอบหรี่ตามองสตรีจอมกะล่อน... นี่คือความจริงใจของนาง หรือว่านางแค่ต้องการใช้เล่ห์เหลี่ยมเป่าหูให้ซูชิงชิงตีตัวออกห่างจากรัชทายาทอย่างแนบเนียนกันแน่? ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นไร เห็นทีเขาคงต้องจับตาดูสตรีอันตรายผู้นี้ให้ใกล้ชิดกว่าเดิมเสียแล้ว

หลังจากร่ำลาและส่งซูชิงชิงขึ้นรถม้ากลับจวนอย่างปลอดภัย เสิ่นเจียวเจียวและลู่หวูเหยียนก็เดินออกมาที่ถนนหน้าโรงเตี๊ยม ทว่าทันใดนั้น...

“พี่สาวคนสวย! ช่วยด้วย! ได้โปรดช่วยน้องสาวข้าด้วย!”

เด็กชายขอทานเนื้อตัวมอมแมมพุ่งพรวดเข้ามาเกาะหมับเข้าที่ชายกระโปรงผ้าไหมราคาแพงระยับของเสิ่นเจียวเจียว อาสือทำท่าจะพุ่งเข้ามาดึงตัวเด็กออก แต่นางกลับยกมือปรามไว้ทันควัน

“เกิดอะไรขึ้นเด็กน้อย?” นางก้มลงถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน โดยไม่สนใจรอยสกปรกบนชุดสวยเลยสักนิด

“น้องสาวข้า... นางชักเกร็ง ตัวร้อนจี๋ หายใจไม่ออก จะตายอยู่แล้วขอรับ! หมอที่โรงหมอก็ไล่พวกเราออกมาเพราะไม่มีเงิน พี่สาว... ข้าขอร้อง...” เด็กชายร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด เขาตระเวนขอความช่วยเหลือจากผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา แต่กลับไม่มีใครยอมยื่นมือเข้าช่วยเลยสักคน

สัญชาตญาณ นางพยาบาลสาวสู้ชีวิต จากโลกเก่าถูกปลุกให้ตื่นขึ้นทันที! เสิ่นเจียวเจียวลืมคราบคุณหนูร้ายกาจผู้บอบบางไปจนหมดสิ้น

“รีบพาข้าไปเดี๋ยวนี้!”

นางสั่งการเสียงเฉียบขาด ก่อนจะถลกกระโปรงวิ่งตามเด็กขอทานเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่ทั้งมืดและสกปรก ทิ้งให้ลู่หวูเหยียนและอาสือยืนอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนที่ยมทูตหนุ่มจะรีบก้าวเท้ายาวๆ ตามนางไปติดๆ

เมื่อไปถึงท้ายตรอก เสิ่นเจียวเจียวพบเด็กหญิงตัวเล็กกำลังนอนชักเกร็งอยู่บนกองฟางชื้นแฉะ อาการแบบนี้น่าจะเกิดจากอาการชักเพราะไข้สูงจัด!

“อาสือ! อุ้มเด็กคนนี้ไปที่โรงหมอที่ดีที่สุดเดี๋ยวนี้!” นางหันไปตวาดสั่งองครักษ์หนุ่ม

อาสือสะดุ้ง รีบพุ่งเข้าไปอุ้มเด็กน้อยตามที่นางเอกบอกและวิ่งนำหน้าไปโรงหมอ เสิ่นเจียวเจียวกำลังจะก้าวเท้าวิ่งตามไปติดๆ แต่จู่ๆ ท่อนแขนเล็กก็ถูกมือแกร่งของลู่หวูเหยียนดึงเอาไว้แน่น

“ใต้เท้า?”

“อย่าเข้าไปยุ่งในเรื่องไม่เป็นเรื่อง” ลู่หวูเหยียนเอ่ยเสียงเย็นชา นัยน์ตาสีเข้มมองนางด้วยความไม่เข้าใจ “เด็กขอทานพวกนี้ ต่อให้เจ้าช่วยพวกเขาไว้ ไม่ตายวันนี้ วันหน้าก็ต้องอดตายอยู่ดี โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับผู้อ่อนแอ เจ้าช่วยทุกคนไม่ได้หรอก”

เสิ่นเจียวเจียวชะงัก นางเอี้ยวตัวกลับมามองสบตากับลู่หวูเหยียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง... นางคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะไร้หัวใจถึงเพียงนี้

แต่พอคิดดูอีกที... ก็คงไม่แปลก บุรุษที่เติบโตมาแบบเด็กกำพร้า ต้องดิ้นรนฟันฝ่าท่ามกลางกองเลือดและความตายจนก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าหน่วยผู้ตรวจการลับ เขาคงชินชาและมองว่าความตายเป็นเพียงเรื่องปกติของวัฏจักร

นางถอนหายใจ ก่อนจะดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างนุ่มนวล

“คำพูดของท่านก็ถูกต้อง... โลกนี้โหดร้ายกับผู้อ่อนแอ” นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “แต่ในเมื่อเด็กพวกนี้บังเอิญหลงเข้ามาอยู่ในสายตาของข้าแล้ว ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้มัจจุราชหน้าไหนมาพรากชีวิตพวกเขาไปเด็ดขาด! หากพวกเขาไม่มีที่ไป ข้าก็จะรับเลี้ยงดูพวกเขาให้กินดีอยู่ดีในจวนของข้าเอง!”

ลู่หวูเหยียนชะงักงัน ร่างสูงใหญ่ถึงกับนิ่งอึ้งไป

นัยน์ตาที่เคยมองนางด้วยความหวาดระแวงและคอยจับผิด บัดนี้กลับทอประกายความสับสน... และอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด

สตรีผู้นี้ ปากก็ป่าวประกาศว่าตัวเองร้ายกาจ หน้าหนาไร้ยางอาย แต่เนื้อแท้กลับมีจิตใจที่เมตตาและเด็ดเดี่ยวยิ่งกว่าผู้ใด การกระทำของนางช่างย้อนแย้งกับข่าวลืออย่างสิ้นเชิง

เสิ่นเจียวเจียว... แท้จริงแล้วเจ้าเป็นคนเช่นไรกันแน่? เขาตั้งคำถามในใจ และสายตาไม่อาจละไปจากแผ่นหลังเล็กๆ ที่กำลังวิ่งตามเด็กพวกนั้นไปได้เลย

ณ ห้องโถงใหญ่ จวนตระกูลเสิ่น

หลังจากจัดการจ่ายค่าหยูกยาที่โรงหมอเสร็จสรรพ (โดยมีลู่หวูเหยียนที่แม้จะปากร้าย แต่อาสาเดินมาส่งถึงหน้าจวนอย่างเงียบๆ) เสิ่นเจียวเจียวก็ก้าวเท้าเข้าบ้านด้วยอารมณ์เบิกบาน ทว่า...

ปัง! แม่ทัพเสิ่นผู้เป็นบิดาตบโต๊ะดังลั่นจนถ้วยชาสะเทือน โดยมีฮูหยินเสิ่นนั่งซับน้ำตาด้วยความกลัดกลุ้มอยู่ข้างๆ บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียด!

“เสิ่นเจียวเจียว! คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!” บิดาตวาดกร้าว “เจ้าอธิบายมาสิ ว่าข่าวลือที่ดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งตลาดวันนี้มันหมายความว่าอย่างไร! เขาป่าวประกาศกันทั่วเมืองหลวงว่าเจ้าเอาของแทนใจไปให้ลู่หวูเหยียน แถมวันนี้ยังกล้าไปเดินควงแขนเขากลางตลาดอีก! แล้วรัชทายาทเล่า? เจ้าไม่ได้รักตี้จวินแล้วหรืออย่างไร!”

เสิ่นเจียวเจียวไม่สะทกสะท้านกับอารมณ์เกรี้ยวกราดของบิดา นางเดินไปรินน้ำชาจิบอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตาบุพการีทั้งสองด้วยสายตาแน่วแน่และจริงจังที่สุดในชีวิต

“ท่านพ่อ ท่านแม่... ข้าตาสว่างแล้วเจ้าค่ะ”

“ตาสว่าง? ตาสว่างอันใดของเจ้า!”

“รัชทายาทจ้าวเย่ผู้นั้น ก็เป็นแค่คนเห็นแก่ตัวที่หวังจะหลอกใช้ลูก เพื่อรวบอำนาจทางการทหารของท่านพ่อมาเป็นของตัวเอง ข้าเลิกชอบเขาแล้วเจ้าค่ะ!” นางประกาศกร้าว ทำเอาบิดามารดาเบิกตาค้างอ้าปากหวอ

“ละ... แล้วใต้เท้าลู่เล่า? เจ้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับคนอันตรายพรรค์นั้น!” แม่ทัพเสิ่นถามเสียงสั่น เพราะแม้แต่ตัวเขาเองที่เป็นถึงแม่ทัพ ยังไม่อยากเฉียดใกล้หัวหน้าหน่วยผู้ตรวจการลับเลย!

เสิ่นเจียวเจียวยิ้มกริ่มจนตาหยี แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเปี่ยมล้น (ที่จะเอาชีวิตรอด)

“ข้าไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวพร่ำเพรื่อนะเจ้าคะ ข้ากำลังตั้งใจจีบเขาอยู่ต่างหาก!” นางยกมือขึ้นทาบอกด้วยความภาคภูมิใจ “ท่านพ่อ ท่านแม่... โปรดเตรียมสินสอดก้อนใหญ่ไว้รอได้เลย... เพราะข้า-จะ-เอา-ใต้-เท้า-ลู่-มา-เป็น-ลูก-เขย-ให้-พวก-ท่าน-ให้-จง-ได้!”

“โอยยย... ลูกข้าบ้าไปแล้ว!”

ฮูหยินเสิ่นร้องเสียงหลงก่อนจะทำท่าเหลือกตาขึ้นบนและเป็นลมล้มพับไปทันที จนบ่าวไพร่ต้องรีบเข้ามารุมพยุง ส่วนแม่ทัพเสิ่นก็ได้แต่กุมขมับ ตะโกนเรียกให้คนเอายาดมมาช่วยกันจ้าละหวั่น ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดีของคุณหนูตัวร้ายที่เพิ่งทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้กลางจวน!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel