บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6

“แค่กๆ!”

เสียงไอดังขึ้นตามด้วยเสียงถาดไม้กระทบขอบประตูที่หน้าฉากกั้นห้องนอน!

เวินซู่เหยาและลู่ฉางเยว่หันขวับไปมองพร้อมกัน

ที่หน้าประตูห้องชั้นใน สวีเจิ้งกำลังยกมือปิดปากไอจนหน้าดำหน้าแดง ส่วนหมอหลวงจ้าวที่เดินตามหลังมา มือไม้สั่นระริกจนขวดยาในถาดไม้ล้มกลิ้งชนกันไปมา เกือบจะร่วงตกลงพื้นอยู่รอมร่อ

ทั้งสวีเจิ้งและหมอหลวงจ้าวเพิ่งจะเดินเข้ามาถึงหน้าห้องชั้นใน และได้ยินกฎเหล็กสามข้อของฮูหยินโหวเข้าเต็มสองหู!

ในใจของสวีเจิ้งกำลังร่ำร้องอย่างบ้าคลั่ง นี่มันเรื่องโกหกพกลมอันใดกัน! ท่านโหวของเขาน่ะหรือรักฮูหยินปานดวงใจ? ท่านโหวของเขาน่ะหรือชอบฟังเสียงลูกคิดนับเงิน? และที่น่าอายที่สุดคือ ท่านโหวที่ดื่มยาขมแทนน้ำชาได้โดยไม่กะพริบตาเนี่ยนะ ต้องเรียกเหยาเหยาคนดีก่อนดื่มยา!

เมื่อสองวันก่อน ก่อนที่ท่านโหวจะหมดสติไป ท่านโหวยังสั่งให้เขาเตรียมชาดประทับตราไว้เพื่อจะกลับมาประทับตราในหนังสือหย่าไล่ฮูหยินกลับเมืองหยางโจวอยู่เลยมิใช่หรือ

ลู่ฉางเยว่เห็นท่าทางตื่นตระหนกผิดปกติของคนสนิทและหมอหลวงประจำตระกูล คิ้วกระบี่ก็ขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสงสัย “สวีเจิ้ง ท่านหมอจ้าว พวกเจ้าเป็นอันใดไป เหตุใดจึงทำท่าทางตกใจเช่นนั้น หรือว่าสิ่งที่ฮูหยินเพิ่งเล่าให้ข้าฟังเมื่อครู่ มีสิ่งใดไม่ถูกต้อง?”

คำถามของลู่ฉางเยว่ทำเอาบรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นมาในพริบตา

สวีเจิ้งอ้าปากขึ้น เตรียมจะโพล่งความจริงออกมาตามนิสัยองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ “เรียนท่านโหว ความจริงแล้วท่านโหวกับฮูหยิน...”

“ท่านหมอจ้าว!”

เวินซู่เหยาชิงพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด นางหันขวับไปจ้องหน้าหมอหลวงจ้าวและสวีเจิ้ง ดวงตากลมโตที่เมื่อครู่ยังหวานเชื่อมเปลี่ยนเป็นสายตากดดันแกมข่มขู่ พร้อมกับขยิบตาส่งสัญญาณให้คนทั้งสองอย่างรวดเร็ว

“ท่านหมอจ้าวเพิ่งบอกข้าเมื่อวานใช่หรือไม่ ว่าตอนนี้ก้อนเลือดคั่งในศีรษะของท่านโหวยังไม่สลายไป หากผู้ใดกล้าพูดจาเพ้อเจ้อหรือพูดเรื่องขัดแย้งให้ท่านโหวเกิดความสับสนจนปวดศีรษะและธาตุไฟเข้าแทรก คนผู้นั้นไม่เพียงแต่จะต้องถูกโบยห้าสิบไม้แล้วขับไล่ออกจากจวน แต่ยังต้องรับผิดชอบชีวิตของท่านโหวด้วย!”

เวินซู่เหยาเน้นคำว่าธาตุไฟเข้าแทรกและโบยห้าสิบไม้อย่างชัดเจนทุกคำ ก่อนจะหันไปมองสวีเจิ้งด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ

“องครักษ์สวี เมื่อครู่เจ้าไอเสียงดัง คงเป็นเพราะรีบร้อนเดินเข้ามาจนลมตีขึ้นคอใช่หรือไม่? เจ้าอยู่รับใช้ท่านโหวมาตลอด ย่อมรู้ดีที่สุดว่าท่านโหวรักใคร่และตามใจข้าเพียงใด หรือเจ้าจะบอกว่าสิ่งที่ข้าพูดเมื่อครู่เป็นเรื่องโกหก จนอยากจะลองให้ท่านโหวเค้นความคิดพิสูจน์ดูตอนนี้เลยเล่า?”

สวีเจิ้งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาหันไปมองหมอหลวงจ้าวเพื่อขอความช่วยเหลือ

หมอหลวงจ้าวลูบเคราสีดอกเลาด้วยมือที่ยังสั่นน้อยๆ ในฐานะหมอ เขารู้ดีว่าเมื่อครู่ตอนลู่ฉางเยว่พยายามเค้นความทรงจำ ชีพจรที่ขมับของลู่ฉางเยว่เต้นแรงผิดปกติจริงๆ หากสวีเจิ้งโพล่งความจริงออกไปตอนนี้ว่าทั้งสองเกลียดกันและกำลังจะหย่ากัน ลู่ฉางเยว่ที่กำลังสับสนอาจเกิดอาการเลือดลมตีกลับจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้จริงๆ!

อีกอย่าง... หมอหลวงจ้าวแอบมองดูท่านโหวที่นั่งตัวเกร็งอยู่บนเตียง สลับกับฮูหยินโหวผู้ปราดเปรื่องที่คอยปกป้องเรือนชุนฮุยจากคนของเรือนซงเฮ่อแล้ว ชายชราก็ตัดสินใจเลือกข้างทันที!

“อะแฮ่ม! ถูกต้องแล้วขอรับท่านโหว!” หมอหลวงจ้าวรีบวางถาดยาลงแล้วประสานมือโค้งคำนับยืนยันเสียงดัง “สิ่งที่ฮูหยินโหวพูดมาทั้งหมดล้วนเป็นความจริงทุกประการ! ตอนที่ท่านโหวป่วยเมื่อปีก่อน ข้ายังเคยได้ยินท่านโหวออดอ้อนฮูหยินเรื่องดื่มยาอยู่กับหู และอาการของท่านโหวในตอนนี้ ห้ามคิดสงสัยหรือขัดแย้งกับความทรงจำเดิมเด็ดขาด มิฉะนั้นธาตุไฟจะเข้าแทรกได้ขอรับ!”

สวีเจิ้งเบิกตากว้างมองหมอหลวงจ้าวที่ยอมคล้อยตามฮูหยินไปแล้วอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

เวินซู่เหยาหันมายิ้มหวานให้องครักษ์หนุ่ม “แล้วองครักษ์สวีเล่า เรื่องกล่องกุญแจคลังส่วนตัวของท่านโหว และเรื่องกฎเหล็กสามข้อ เจ้าจำได้หรือไม่?”

สวีเจิ้งมองใบหน้ายิ้มแย้มของฮูหยิน แต่กลับเห็นภาพไม้โบยห้าสิบไม้และภาพท่านโหวนอนกระอักเลือดซ้อนทับขึ้นมา องครักษ์หนุ่มผู้ผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วนจำต้องก้มหน้ากล้ำกลืนความจริงลงท้อง แล้วคุกเข่าลงตอบเสียงดังฟังชัด

“ขะ... ข้าน้อยจำได้แม่นยำขอรับ! ท่านโหวรักฮูหยินปานดวงใจ ชอบฟังเสียงฮูหยินดีดลูกคิดนับเงิน และ... และชอบเรียกฮูหยินว่าเหยาเหยาคนดีก่อนดื่มยาทุกครั้งจริงๆ ขอรับ!”

พูดจบ สวีเจิ้งก็แทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองตายตรงนั้น ท่านโหวขอรับ ข้าน้อยทำไปเพื่อรักษาชีวิตของท่านโหวจริงๆ นะขอรับ หากวันหน้าท่านโหวจำความได้ขึ้นมา ได้โปรดอย่าเพิ่งบั่นคอข้าน้อยเลย!

เมื่อเห็นลูกน้องคนสนิทและหมอหลวงผู้เป็นที่เคารพต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน ความเคลือบแคลงสงสัยในใจของลู่ฉางเยว่ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ยอมรับชะตากรรมอย่างจำนนต่อหลักฐาน

ดูท่าว่าตัวเขาในช่วงสามปีที่ผ่านมานี้... คงจะลุ่มหลงภรรยาผู้นี้จนกู่ไม่กลับจริงๆ ถึงขั้นทิ้งท่าทีขุนนางผู้เคร่งขรึมไปทำเรื่องน่าอายต่อหน้าบ่าวไพร่ได้โดยไม่สะทกสะท้าน!

เวินซู่เหยาเห็นลู่ฉางเยว่คลายคิ้วที่ขมวดออกแล้ว นางก็ยกชามยาต้มขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปากของเขา พร้อมกับหยิบน้ำตาลกรวดก้อนหนึ่งถือไว้ในมืออีกข้าง ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาอย่างรอคอย

“ท่านพี่... ยาต้มกำลังอุ่นพอดีเลยเจ้าค่ะ เชิญท่านพี่ปฏิบัติตามกฎเหล็กข้อที่สามของท่านพี่ได้แล้วเจ้าค่ะ หากทิ้งไว้นานเดี๋ยวยาจะเย็นชืดเสียก่อนนะเจ้าคะ”

ภายในห้องนอนกลับมาเงียบอีกครั้ง

สวีเจิ้งและหมอหลวงจ้าวรีบก้มหน้ามองปลายเท้าของตนเอง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ส่วนซูถงที่แอบดูอยู่หลังฉากกั้นต้องยกมือขึ้นอุดปากกลั้นเสียงหัวเราะจนไหล่สั่นระริก

ลู่ฉางเยว่จ้องมองยาสีดำในชาม สลับกับมองริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อที่กำลังแย้มยิ้มรอคอยของเวินซู่เหยา

แม้จะรู้สึกกระดากปากอย่างยิ่งจนปลายหูร้อนผ่าวไปหมด แต่ด้วยความรับผิดชอบของบุรุษที่รักษาคำพูดและไม่อยากให้ภรรยาผู้แสนดีต้องน้อยใจ ลู่ฉางเยว่จึงสูดลมหายใจเข้าลึก กระแอมไอในลำคอหนึ่งครั้ง แล้วเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเรียบตึงว่า

“เหยาเหยาคนดี... ป้อนยาข้าเถิด แล้วสวีเจิ้ง ไปนำกล่องกุญแจคลังส่วนตัวของข้ามาให้นางเดี๋ยวนี้!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel