บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1

หิมะแรกของฤดูหนาวเพิ่งหยุดตกไปเมื่อรุ่งสาง เวินซู่เหยานับตั๋วเงินปึกสุดท้ายใส่กล่องและผูกห่อผ้าเสร็จพอดี ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเท้าออกจากเรือนชุนฮุย องครักษ์สวีเจิ้งก็แบกร่างโชกเลือดของจิ้งอันโหวบุกฝ่าประตูจวนเข้ามาเสียก่อน

ก่อนหน้าที่เสียงฝีเท้าโกลาหลจะดังขึ้น ภายในห้องนอนของเรือนชุนฮุยอบอวลไปด้วยกลิ่นชาหลงจิ่งหอมกรุ่น

เวินซู่เหยานั่งเอนกายอยู่บนตั่ง มือเรียวขาวผ่องดีดลูกคิดด้วยความชำนาญ เสียงลูกคิดกระทบกันฟังดูไพเราะยิ่งกว่าเสียงพิณ ข้างกายของนางมีซูถงสาวใช้คนสนิทกำลังพับเสื้อผ้าขนสัตว์เนื้อดีใส่ลงในหีบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ฮูหยินเจ้าคะ คุณชายใหญ่ส่งคนมาแจ้งว่าเตรียมรถม้าคันใหญ่ไว้รอที่โรงเตี๊ยมหน้าประตูเมืองหลวงแล้ว ทันทีที่ท่านโหวกลับมาประทับตราในหนังสือหย่าฉบับนี้ พวกเราก็ออกเดินทางกลับเมืองหยางโจวได้ทันทีเจ้าค่ะ” ซูถงเอ่ยพลางมัดปมห่อผ้าด้วยความกระตือรือร้น

เวินซู่เหยาวางลูกคิดลง ก่อนจะหยิบแผ่นกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาคลี่อ่านด้วยดวงตาเป็นประกาย

บนกระดาษแผ่นนั้นมีลายมือพู่กันตวัดอย่างเฉียบขาด เขียนระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เวินซู่เหยาและลู่ฉางเยว่มีนิสัยใจคอทีทไม่สอดคล้องกัน จึงขอตัดขาดความเป็นสามีภรรยา นับจากนี้ต่างฝ่ายต่างแต่งงานใหม่ ไม่ข้องเกี่ยวกันอีก

มุมปากของเวินซู่เหยายกยิ้มอย่างพึงพอใจ “ลายมือของลู่ฉางเยว่สวยงามสมกับเป็นผู้ตรวจการจริงๆ เสียแต่ว่าคนเขียนออกจะตระหนี่ไปสักหน่อย ข้าอุตส่าห์ช่วยดูแลเรือนชุนฮุยให้เขาตั้งหนึ่งปีเต็ม ตอนเขียนหนังสือหย่าทิ้งไว้ก่อนออกไปตรวจราชการนอกเมือง กลับไม่เขียนมอบเงินปลอบขวัญให้ข้าสักตำลึง”

“โธ่ ฮูหยินเจ้าคะ แค่ได้ใบผ่านทางประทับตราจวนจิ้งอันโหวไปให้นายท่านกับคุณชายใหญ่ใช้คุมขบวนใบชาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา กิจการร้านชาของตระกูลเวินเราก็ขยายสาขาไปทั่วแคว้น กำไรเพิ่มขึ้นตั้งสามเท่าตัวแล้วนะเจ้าคะ” ซูถงหัวเราะคิกคัก “หากขืนอยู่ต่ออีกปี บ่าวเกรงว่าพวกเราจะได้แข็งตายเพราะสายตาเย็นชาของท่านโหวเสียก่อน”

เวินซู่เหยาพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง

นางเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของตระกูลเวิน คหบดีค้าใบชารายใหญ่แห่งเมืองหยางโจว ตั้งแต่เล็กจนโตมีบิดาและพี่ชายอย่างเวินจิ่งอวี้คอยตามใจ อยากได้สิ่งใดล้วนหามาประเคนให้ ทว่าความมั่งคั่งของตระกูลพ่อค้ากลับเป็นชิ้นเนื้อหอมหวานในสายตาขุนนางกังฉิน ทุกครั้งที่ตระกูลเวินขนส่งใบชาจากเมืองหยางโจวขึ้นมาค้าขายยังเมืองหลวงฉางเล่อ มักจะถูกพวกขุนนางตามด่านตรวจหาเรื่องกักสินค้าและรีดไถเงินทองจนใบชาชื้นเสียหาย

เมื่อหนึ่งปีก่อน เวินซู่เหยาติดตามบิดามาร่วมงานเลี้ยงการค้าที่เมืองหลวง และบังเอิญเข้าไปช่วยพยุงลู่ฉางเยว่ที่ถูกคนลอบวางยาปลุกกำหนัดในจอกสุราหนีออกมาซ่อนตัว

ใครเลยจะคิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าลู่ มารดาเลี้ยงของลู่ฉางเยว่จะพาคนมาพบเข้าพอดี แม่เลี้ยงใจคดผู้นั้นกลัวความผิดที่ตนเป็นคนวางยาจะรั่วไหล จึงยื่นข้อเสนอให้ตระกูลเวินช่วยปิดปากเรื่องฉาว โดยแลกกับการมอบใบผ่านทางประทับตราจวนจิ้งอันโหวให้ตระกูลเวินใช้ค้าขายได้ทั่วแคว้นโดยไม่มีด่านตรวจใดกล้าแตะต้อง แต่มีเงื่อนไขว่าเวินซู่เหยาต้องแต่งเข้าจวนโหวเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องฉาวในคืนนั้น

ส่วนลู่ฉางเยว่ที่ตื่นขึ้นมาหลังฤทธิ์ยาสลายไป กลับถูกมารดาเลี้ยงเป่าหูว่าเวินซู่เหยาเป็นลูกสาวพ่อค้าหน้าเงินที่จงใจวางแผนมอมสุราปีนเตียงเขาเพื่อหวังเกาะบารมีจวนโหว!

ตลอดหนึ่งปีในฐานะฮูหยินจิ้งอันโหว ลู่ฉางเยว่ไม่เคยก้าวเท้าเข้าห้องนอนของนางแม้แต่ครึ่งก้าว ยามพบหน้ากันที่ลานเรือน เขามองนางด้วยสายตาเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปี และตกลงกับนางไว้ว่าเมื่อครบกำหนดหนึ่งปี เขาจะมอบหนังสือหย่าให้นางออกจากจวนไปอย่างเงียบเชียบ

น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง ต่างคนต่างได้สิ่งที่ต้องการ การค้าครั้งนี้ถือว่ายุติธรรมดีแล้ว

เวินซู่เหยาพับหนังสือหย่าที่รอเพียงการประทับตราประจำตัวของลู่ฉางเยว่เป็นขั้นตอนสุดท้าย เตรียมจะเก็บใส่กล่องรวมกับตั๋วเงิน

ปัง!

เสียงพังประตูหน้าเรือนชุนฮุยดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนนับสิบที่วิ่งกรูกันเข้ามาในลานเรือน

“เร็วเข้า! รีบไปตามหมอหลวงจ้าวมาเดี๋ยวนี้! ท่านโหวได้รับบาดเจ็บสาหัส!”

เสียงร้องตะโกนอย่างร้อนรนของสวีเจิ้ง ทำให้เวินซู่เหยาสะดุ้งโหยง นางรีบยัดหนังสือหย่าเข้าไปซ่อนไว้ในแขนเสื้อทันที ก่อนจะหันไปสั่งซูถงอย่างคล่องแคล่ว

“ซูถง! รีบเอาผ้าคลุมหีบสัมภาระไว้ แล้วซ่อนกล่องตั๋วเงินไว้ใต้เตียงเดี๋ยวนี้!”

ยังไม่ทันที่ซูถงจะจัดแจงซ่อนห่อผ้าเสร็จ ประตูห้องนอนก็ถูกผลักเปิดออกเต็มแรง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นปะทะเข้ากับกลิ่นชาหลงจิ่งจนเวินซู่เหยาต้องย่นจมูก

สวีเจิ้งที่มีคราบเลือดเปรอะเปื้อนเต็มเกราะอ่อน กำลังแบกร่างสูงใหญ่ของลู่ฉางเยว่เข้ามาวางลงบนเตียงของนาง เตียงที่ตลอดหนึ่งปีมานี้เจ้าของจวนไม่เคยคิดจะเฉียดใกล้!

เวินซู่เหยาก้าวเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบตึงอยู่เสมอของลู่ฉางเยว่บัดนี้ขาวซีดไร้สีเลือด บริเวณหน้าผากและขมับขวามีรอยแผลแตกเป็นทางยาว เลือดสีแดงสดไหลซึมผ่านผ้าพันแผลชั่วคราวลงมาเปื้อนหมอนของนางจนชุ่ม

“องครักษ์สวี เกิดเรื่องอันใดขึ้น!” เวินซู่เหยาถามอย่างกังวล ขณะที่ในใจกำลังโอดครวญอย่างหนัก ลู่ฉางเยว่หนอลู่ฉางเยว่ ท่านออกไปสืบคดีทุจริตเสบียงหลวงนอกเมืองตั้งครึ่งเดือนไม่เป็นอะไร เหตุใดพอถึงกำหนดวันที่ต้องกลับมาประทับตราหย่าให้ข้า ท่านถึงได้บาดเจ็บเลือดอาบกลับมาในสภาพปางตายเช่นนี้เล่า!

“เรียนฮูหยิน ตอนจะกลับเข้าเมืองหลวง ขบวนของพวกเราถูกกลุ่มมือสังหารดักซุ่มโจมตีที่ช่องเขาขอรับ!” สวีเจิ้งคุกเข่ารายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านโหวสังหารหัวหน้าคนร้ายได้ แต่เกิดหินถล่มลงมาจากหน้าผา ศีรษะของท่านโหวกระแทกเข้ากับโขดหินเต็มแรงจนหมดสติไปขอรับ!”

เวินซู่เหยามองร่างไร้สติของสามีบนเตียง แม้จะแอบบ่นในใจ แต่ด้วยความเคยชินในการดูแลจัดการเรือน นางจึงออกคำสั่งทันที “ยืนนิ่งอยู่ทำไม รีบสั่งให้บ่าวต้มน้ำร้อน เตรียมผ้าสะอาดและสุรามาล้างแผล! แล้วให้คนไปเปิดประตูข้างจวน รอรับหมอหลวงจ้าวเข้ามา จะได้ไม่ต้องอ้อมโถงหน้า!”

“ขอรับฮูหยิน!” สวีเจิ้งรับคำสั่งแล้วรีบพุ่งตัวออกไปจัดการทันที

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel