บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.2

“ใต้เท้า...เขา...เขาบอกข้าว่าร้านค้านั้นเป็นเพียงกิจการเล็กๆ ข้า...”

“ร้านค้าร้านนั้นเต็มไปด้วยของเถื่อน!! นอกจากนั้นยังมีการรับซื้อของที่ถูกขโมยมา ขายออกไปในราคาสูง หลักฐานชัดเจนมีแม้กระทั่งเจ้าของที่แจ้งความว่ามีสินค้าที่ถูกขโมยไปวางขาย เจ้าจะแก้ตัวว่าอย่างไร!”

“ข้าน้อยถูกใส่ความ ข้าน้อยไม่รู้เรื่อง เป็นเขาเจ้าค่ะ ข้าน้อยไม่รู้เรื่อง!”

“นายหญิง ท่านโยนความผิดให้ข้าเช่นนี้ได้อย่างไร! ท่านบอกเองว่าซื้อข้ามาแล้วจะเลี้ยงดูข้าให้สุขสบาย ร้านนั้นท่านเองที่เป็นคนออกความคิด! ข้าเพียงทำตามคำสั่ง ใต้เท้าขอท่านเมตตาให้ความเป็นธรรม ข้าถูกนางหลอกซื้อตัวมา นางบอกว่าขอเพียงเชื่อฟังและปรนเปรอนาง นางก็จะเลี้ยงดูให้ข้าเป็นเถ้าแก่ร้านค้า ข้าเพียงทำตามคำสั่ง ใต้เท้าเมตตาด้วย”

เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบด้าน “ที่แท้ก็สตรีมักมากหรอกหรือนี่”

“นางอายุแทบจะเป็นมารดาเขาได้เลยมิใช่หรือ”

“นั่นสิ เขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับบุตรชายนางเลยมิใช่หรือนั่น”

คุณชายหกผู้นั้นโขกศีรษะ “ข้าน้อยมีหลักฐานขอรับ ข้าน้อยไม่เกี่ยวกับความผิดของร้านนั้นสักนิด ข้าน้อยเองก็ถูกนางหลอก สัญญา...ใช่ๆ สัญญาโรงจำนำนั่น นางใช้โฉนดร้านค้าจำนำเอาไว้ เงินนั่นนางนำไปไถ่ตัวข้าน้อยที่หอซิ่วฉุย เถ้าแก่หอซิ่วฉุยเป็นพยานได้ วันนั้นนางบอกเองว่าจะเลี้ยงดูข้า จากนั้นนางก็พาข้าไปที่ร้านค้าร้านนั้น นางต่างหากที่เป็นเจ้าของร้านมิใช่ข้า ยังมี...เครื่องประดับ ใช่ๆ เครื่องประดับพวกนั้นนางบอกว่าเป็นสินเดิมของสะใภ้ที่แต่งเข้า นางยักยอกมาบอกให้ข้าเก็บสะสม จากนั้นนางจะพาข้าไปจากเมืองหลวง ไปเสวยสุขด้วยกัน ทั้งหมดเป็นความคิดนางขอรับ ข้าน้อยเป็นเพียงทาสดังนั้นจึงได้แต่คล้อยตาม ข้าน้อยไม่ผิด!!”

เสียงซุบซิบยิ่งมาก็ยิ่งดังขึ้น ว่านซื่อหน้าชาหันไปมองบุตรสาวบุตรชายที่สะบัดแขนเสื้อจากไปด้วยความอับอาย

มารดาเป็นสตรีแพศยา ไม่เพียงซื้อทาสมาจากหอโคมเขียว บัดนี้ยังยักยอกสินเดิมของสะใภ้ออกมา หวังเลี้ยงดูบุรุษบำเรอเอาไว้นอกจวน เป็นเพียงอี๋เหนียงจวนโหว แต่กลับไม่รักษาหน้าตาของบุตรชายเช่นนี้ ทั้งที่บุตรชายรั้งอยู่ที่ชายแดนเพื่อออกรบ น่าละอายเป็นที่สุด!!

อิงหลันเสวี่ยมองดูละครตรงหน้าด้วยหัวใจที่สงบ เดิมทีคุณชายหกผู้นี้เป็นนักต้มตุ๋น ชาติก่อนเขาปอกลอกว่านซื่อจนสิ้นเนื้อประดาตัว จากนั้นหลบหนีหายไปก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ตั้งตัว ชาตินี้นางวางแผนป้องกันเอาไว้ทุกทาง ทำให้เขาไม่อาจถ่ายเททรัพย์สินออกไปได้ ทั้งยังทำให้เขาหนีไปไหนไม่รอดด้วยการแจ้งทางการเสียก่อน

“ใต้เท้า” นางประสานมือยอบกายให้ใต้เท้าเจ้าเมือง “ประวัติของชายผู้นี้น่าสงสัยนัก จะว่าไปหากเขาบริสุทธิ์ใจจริงเช่นกล่าวอ้าง เหตุใดจึงยอมถูกไถ่ตัวออกมาโดยง่าย ทั้งที่เดิมทีจะไถ่ตัวบุรุษจากหอโคมเขียวนั้น จะต้องมีการลงนามยินยอมเสียก่อน หากเขาบอกว่าอี๋เหนียงหลอกเขา เขาไม่รู้เรื่อง เช่นนั้นก็แปลกจริงๆ ขอใต้เท้าพิจารณาด้วย”

ว่านซื่อหันมามองนางด้วยสีหน้ามีความหวัง “ใช่ๆ ใต้เท้าให้ความเป็นธรรมด้วย ข้าน้อยถูกเจ้าทาสผู้นี้หลอกจึงหลงผิดไปชั่วขณะ”

ใต้เท้าเจ้าเมืองมองนาง “โหวฮูหยินกล่าวต่อ”

“ใต้เท้า ร้านค้าที่ว่าเขาเป็นคนอยู่ดูแล อี๋เหนียงมิได้อยู่ที่นั่นตลอดเช่นเขา การติดต่อกับผู้ซื้อขายก็เป็นเขา อี๋เหนียง...” นางมีท่าทีลังเลทว่าก็พูดออกมาไม่เต็มเสียงนัก “ไม่รู้หนังสือเจ้าค่ะ”

ว่านซื่อหน้าชายิ่งกว่าเดิม ด้านนอกชาวบ้านล้วนหัวเราะเยาะ “อะไรกัน เป็นถึงคนจวนโหวแต่กลับไม่รู้หนังสือ”

“มิน่าเล่า ได้ยินมาว่าหลังแต่งเข้าฮูหยินน้อยจวนโหวเข้าไปดูแลจวน จึงได้รู้ว่าทรัพย์สินบางส่วนถูกคนในจวนยักยอก”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel