บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.1

พริบตาทว่าราวกับนานเนิ่นชั่วอายุขัย ความแค้นยังคงคุกรุ่น ความเกลียดชังยังคงฝังรากลึกลงไปในห้วงของความคิด อิงหลันเสวี่ยลืมตาขึ้น เมื่อได้ยินเสียงของสาวใช้กำลังเร่งร้อนเข้ามารายงาน

“แย่แล้วเจ้าค่ะคุณหนู มีราชโองการให้ท่านเขยออกเดินทางทันทีเจ้าค่ะ เผ่าซยงหนูมีการเคลื่อนกำลังพลมายังชายแดนเหนือ เกรงว่าท่านเขยต้องออกเดินทางทันทีรอช้าไม่ได้”

อิงหลันเสวี่ยกระชากผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกจากศีรษะ มองสาวใช้ของตนด้วยสายตางุนงง นางขมวดคิ้วครุ่นคิดเพียงลำพังเงียบๆ กล่าวออกมาเพียงประโยคหนึ่ง

“เหตุใดจึงกลับมา...” แล้วนางก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

เสี่ยวฉวนมองผู้เป็นนายจากนั้นร้อนรนขึ้น “คุณหนูเจ้าคะ จะทำเช่นไรดี เพิ่งไหว้ฟ้าดินยังไม่ทันเข้าห้องหอ ท่านเขยก็จะถูกส่งตัวออกจากจวนแล้วเจ้าค่ะ เช่นนี้มิถูกผู้คนติฉินนินทาหรอกหรือ”

หญิงสาวมองสาวใช้ด้วยสายตาเรียบเฉย ...ชาติก่อนนางทำอย่างไรนะ? พยายามปิดข่าว? “เจ้า...ไปบอกพ่อบ้านซู แจ้งให้คนของเราแอบกระจายข่าวออกไปให้ทั่ว เอาให้มั่นใจว่าคนทั้งเมืองหลวงต้องล่วงรู้เรื่องนี้”

“เอ๋!!! คุณหนูเจ้าคะ ทำเช่นนั้น...”

“ไปสิ ทำตามที่ข้าสั่ง”

“แต่...”

เห็นสาวใช้ยังคงงุนงงนางมองด้วยสายตาดุดัน “แม่นมสวีเล่า”

“อยู่...ด้านนอกเจ้าค่ะ กำลังสังเกตการณ์ว่าด้านนอกกำลังเกิดอะไรขึ้น”

“บอกให้แม่นมสวีเข้ามาหาข้า ส่วนเจ้าลอบออกไปทำตามที่ข้าสั่ง ยังมี...ให้เสี่ยวอวี๋มาหาข้าด้วย”

เสี่ยวฉวนยังคงมีท่าทีสับสนร้อนรน ทว่าเมื่อเห็นสายตาของหญิงสาวก็ได้แต่ทำตาม ไม่กล้าถาม ไม่กล้าสงสัย

“ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณที่ให้ข้าย้อนกลับมา ขอบคุณที่รับฟังเสียงร้องขออ้อนวอนของข้า ครั้งนี้ข้า...จะไม่ยอมเป็นผู้ถูกกระทำอีกแล้ว!!!”

แม่นมสวีเดินเข้ามาในห้องและรู้สึกประหลาดใจที่เห็นผู้เป็นนายเปลี่ยนชุดแล้ว “คุณหนู?”

“ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง”

“ราชโองการทำให้ท่านเขยต้องออกเดินทางทันทีเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็ไปเถิด ข้าจะออกไปส่งท่านโหวเดินทาง”

ชาติก่อนนางไม่ได้ออกไปส่งเพราะเชื่อฟังแม่นมสวี เจ้าสาวที่เพิ่งแต่งเข้าไม่ควรออกจากห้องหอ กว่าจะล่วงรู้ว่าสามีออกเดินทางแล้วก็เป็นช่วงกลางดึก ชาตินี้จะอย่างไรนางก็ต้องโผล่ใบหน้านี้ออกไปให้ชาวบ้านเห็น ยิ่งคนเห็นนางมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!!!

“แต่...ทำเช่นนี้จะถูกตำหนิเอาได้นะเจ้าค่ะ ท่านเพิ่งแต่งเข้ามา...”

“ข้าเพิ่งแต่งเข้ามาก็จริง แต่นั่นราชโองการจากฝ่าบาท ข้ากับท่านโหวกราบไหว้ฟ้าดินกันแล้ว ตอนนี้ข้าก็คือโหวฮูหยินของจวนโหว” นางมองแม่นมสวีด้วยสายตาเรียบเฉย “หากแม่นมสวีไม่ไปก็รอข้าที่นี่เถิด เสี่ยวอวี๋หยิบเสื้อคลุมตัวที่ข้าเย็บออกมาด้วย ข้าจะนำไปมอบให้ท่านโหว” จากนั้นนางก็ขยับก้าวออกจากห้องหอ เสี่ยวอวี๋รีบไปคว้าห่อเสื้อคลุมตามหลังมา

ด้านนอกจ้าวหลิวกำลังเตรียมตัวออกเดินทางจากจวนพอดี ตอนที่หญิงสาวเดินออกไปถึงคนจวนโหวล้วนอยู่ที่หน้าประตู

นาง...เหลือบมองเสียนมู่ที่แต่งกายคล้ายองครักษ์ของจวนโหว ถึงอย่างนั้นกลับไม่ได้พยายามปิดบังว่าตนเป็นสตรี

“ท่านโหว” หญิงสาวยอบกายให้บุรุษที่กำลังจะขึ้นหลังม้า

จ้าวหลิวเลิกคิ้วหันมามองนางด้วยสายตาตกตะลึง “ฮะ...ฮูหยิน??”

“ได้ยินว่าท่านโหวรับราชโองการและต้องออกเดินทางทันที ข้าเย็บเสื้อคลุมเอาไว้ก่อนหน้านี้ เป็นเสื้อคลุมเรียบง่ายทว่าอบอุ่น ชายแดนเหนือหนาวเหน็บหวังว่าท่านโหวจะรักษาสุขภาพ สมรภูมิเต็มไปด้วยความอันตราย ข้าผู้เป็นฮูหยินหวังว่าท่านโหวจะเดินทางราบรื่นปลอดภัยไร้กังวล ทางนี้ท่านโหวไม่ต้องกังวล แม้ข้าเพิ่งแต่งเข้ามาแต่ก็นับเป็นคนของจวนโหวแล้ว เรื่องภายในจวนท่านโหววางใจข้าจะดูแลทุกคนเป็นอย่างดี แบ่งเบาภาระเบื้องหลังของท่านโหวเอง”

นางกล่าวจบก็ยอบกายให้เขาอย่างงดงาม ยิ้มน้อยๆ จากนั้นให้สาวใช้ส่งเสื้อคลุมให้จ้าวหลิว เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าสบตาเขากับดวงตาเกลียดชังระคนริษยาของเสียนมู่

“ผู้นี้คือ... เหตุใดมีสตรีเดินทางไปด้วย หรือว่าท่านพี่มีองครักษ์เป็นสตรี? ช่างน่านับถือยิ่งนัก”

“เอ่อ...นี่ เรื่องนี้...นาง นางคือเสียนมู่ เป็น...ญาติผู้น้องของข้า นาง...เติบโตในกองทหารของจวนโหว ฝีมือใช้ได้ ข้าจึง...” จ้าวหลิวดูกลืนไม่เข้าคายไม่ออก คาดว่าคงคิดไม่ถึงว่านางจะเอ่ยถามออกมาด้วยท่าทีประหลาดใจเช่นนี้ ทั้งยังทำให้ชาวบ้านที่มารอส่งทัพพลอยสังเกตเห็นเสียนมู่ไปด้วย

“ที่แท้ก็เป็นคนกันเอง ข้าอิจฉาญาติผู้น้องนัก มีโอกาสติดตามท่านโหวออกไปรบ เป็นกำลังสำคัญให้จวนโหวเช่นนี้ ข้าซาบซึ้งใจแทนชาวบ้านที่ไม่อาจออกไปช่วยในสมรภูมิยิ่ง ข้าขอเป็นตัวแทนจวนโหวและจวนปั๋ว ขอบคุณท่านโหว ขอบคุณญาติผู้น้องเสียนมู่ ขอบคุณทหารหาญที่ออกเดินทางไปทำศึกครานี้”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel