บทที่ 2.1
กว่าสองชั่วยามที่การผ่าตัดเป็นไปอย่างทุลักทุเล ในที่สุดหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาเมื่อใช้ยาสูตรปรับปรุงเองโดยมีส่วนผสมหลักของจิเสวี่ยเฉ่า เหลียงหยางเจียว ต่าเต็ก แบะตง เต็งซิมและเขากวาง บดเป็นผงเพื่อใช้โรยแผล ทั้งนี้ยังใช้เคี่ยวเป็นน้ำ หรือปั้นเป็นลูกกลอนใช้แทนยาแก้อักเสบ
ตอนนี้ที่สำคัญก็คือแผลที่เข่าของเขาอักเสบจนติดเชื้อ ร่างกายของเขากำลังถูกแทรกซ้อนด้วยเลือดที่เริ่มเป็นพิษ ขอเพียงจัดการปัญหาแรกได้ เรื่องต่อๆ ไปนางค่อยวางแผนไปทีละขั้น...
กลิ่นคาวเลือดและความตายโอบล้อม เสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังแว่วอยู่ข้างหู ชั่วขณะที่ความเลือนรางพาดผ่านดวงตา เขารู้สึกคล้ายได้กลับเข้าไปอยู่ในสมรภูมิที่เต็มไปด้วยรังสีเข่นฆ่า
เหล่าทหารหาญล้มตายร่างกายนองเลือด เสียงโอดครวญด้วยความรวดร้าว เสียงคมกระบี่กรีดลงไปในเนื้อหนัง ความตายที่ล่องลอยในอากาศ ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยการสูญเสีย ความอาลัย ความหวาดกลัวในดวงตาที่เบิกโพลง เหล่านั้นล้วนเป็นภาพจำในสงครามที่แม้ได้รับชัยชนะ ทว่าในชัยชนะล้วนเต็มไปด้วยความสูญเสีย
ศพมากมายนอนเกลื่อน เสียงร่ำไห้ของผู้ที่ยังอยู่ กระทั่งบาดแผลที่ยังคงกรีดลึกลงไปในใจยามค่ำคืนอันเดียวดาย
เขา...ยืนอยู่บนซากศพของเหล่าทหารหาญ มือถือทวนเล่มใหญ่ซึ่งมีพูดแดงเปียกชุ่มไปด้วยเลือดคาวคลุ้ง กับธงสีขาวด้านหน้าที่โบกสะบัด สัญลักษณ์ของการยอมแพ้และขอเจรจา ถึงอย่างนั้นเมื่อเขาเดินไปจนถึงธงขาว ธนูลูกหนึ่งกลับพุ่งเข้ามาจากฝ่ายของศัตรู แทงทะลุเข่าของเขาอย่างแม่นยำ!!!
ห่าธนูมากมายพุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แทงทะลุแม้แต่กับคนที่ถือธงขาวฝ่ายเดียวกัน ชายหนุ่มรับร่างที่ล้มตัวลงมา ใช้อีกฝ่ายเป็นเกราะกำบัง เสียงเหล่าทหารโห่ร้องด้วยความโกรธแค้น แม้ยังไม่มีคำสั่งแต่เมื่อเห็นเขาถูกลอบสังหาร ทุกคนต่างกรูกันเข้ามาพร้อมอาวุธในมือ
ทุ่งสังหารที่ไร้ซึ่งความปรานี ความโกรธแค้นที่ไม่อาจหยุดยั้ง กับสงครามที่จบลงด้วยความตายและเลือดเนื้อ
สงครามจบลงหลังจากนั้นไม่กี่เดือนท่ามกลางความโกรธ เกลียด และความชิงชัง แคว้นทางเหนือถูกเขาถล่มราบกลายเป็นเมืองขึ้น กองทหารไม่อาจฟื้นฟู ทว่าเช่นกันกับเขาที่เข่าข้างนั้นทำให้แม้แต่ชีวิตก็ไม่อาจรักษา
พิษร้ายแรงที่ไหลเวียนในร่าง กับขาข้างหนึ่งที่ไม่อาจใช้งาน จากแม่ทัพผู้เกรียงไกร ท่านอ๋องผู้สง่างาม อนุชาผู้ซึ่งเป็นความแข็งแกร่งทั้งหมดของแคว้น กลับกลายเป็นชายพิการที่ร่างกายนับวันรอที่จะถูกความตายกลืนกิน...
ธนูดอกนั้นพุ่งเขามาอีกครั้ง...
เขาพยายามขยับทว่าร่างกายกลับแข็งทื่อ แม้แต่ปลายนิ้วก็ไม่อาจยกขึ้นมา ความร้อนแผ่กระจายไปทั่วร่าง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อ เสียงพึมพำที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ชายหนุ่มพยายามดิ้นรนต่อสู้สุดชีวิต มีคนบอกเขาว่าขอเพียงมีความหวัง เช่นนี้แล้วทุกอย่างย่อมเป็นไปได้...
เขารวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายยกแขนขึ้น!! คว้าธนูดอกนั้นเอาไว้ด้วยมือเปล่า!!
“โอ้ย!!” เสียงของอิสตรีทำให้เขาลืมตาขึ้นมอง คิ้วเรียวที่ขมวดมุ่น ดวงตาไม่พอใจของ...เซี่ยจื่อเตี๋ย นางจ้องมองเขาเขาเองก็มองนางด้วยความงุนงง แขนขาถูกมัด คนของเขาเข้ามาช่วยจับ นางนั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง กอดลำตัวเขาเอาไว้อย่างใกล้ชิดพานให้ผู้คนเข้าใจผิด
เหงื่อของเขาเปียกชุ่มเรี่ยวแรงในกายบั่นทอนพลังชีวิต “ในเมื่อรู้สึกตัวก็ดื่มยา” นางกระซิบบอกเขาแต่ไม่ยอมปล่อยให้เขาเป็นอิสระ ราวกังวลว่าเขาจะขยับ จะดิ้นรน