บทที่ 2.8
มองดูสตรีชุดสีน้ำเงินเข้มที่กำลังรินชาจากที่ไกลๆ นางดูแตกต่างจากเมื่อวานที่มอมแมมสกปรก แต่จะว่าไปก็แตกต่างจากตัวนางที่ชอบความหรูหราฟุ้งเฟ้อ เรือนผมไร้ปิ่นหยก ไม่มีปิ่นมุก เพียงปิ่นไม้แกะสลักสองอัน ไม่มีเครื่องประดับ แม้แพรพรรณยังคงงดงามล้ำค่า แต่ก็เป็นชุดที่ดูธรรมดาที่สุด ไม่โดดเด่นแถมยังดูจืดชืดไปด้วยซ้ำ
เดินเข้าไปใกล้ๆ เขามองเห็นรอยแดงที่ข้างแก้มของหญิงสาว ตระหนักในทันทีถึงโทสะของนายท่านกู้ที่มีต่อบุตรสาว ในตระกูลกู้ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องนาง มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่กล้าตบคุณหนูเก้าผู้ร้ายกาจคนนี้
“คุณหนูเก้า”
“คุณชายเว่ย”
“มาหาข้าวันนี้จะมาทวงของที่ฝากเอาไว้หรือ”
นางส่ายหน้า “ข้ามาเพราะมีเรื่องต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ช่วงนี่ข้าอาจต้องรบกวนร้านแลกเงินตระกูลเว่ยหลายเรื่อง ข้ามาเพราะเกรงว่าจะทำให้ท่านขุ่นเคืองหากท่านไม่รู้ล่วงหน้า”
“รู้...ล่วงหน้า?”
“ไม่ปิดบังท่าน ก่อนมาที่นี่ข้าเพิ่งไปตีกลองร้องทุกข์ที่จวนว่าการ ข้าร้องเรียนว่าถูกคุณชายตระกูลเฉิงฉ้อโกง”
แม้แต่เส้าชิงเองก็ลอบสูดลมหายใจเข้าลึก การกระทำที่คาดเดาไม่ได้นี้ของกู้หรั่นเยวี่ย ช่างชวนให้ผู้คนตกตะลึงยิ่งนัก
“ถูกฉ้อโกง?”
“ใช่แล้ว หลายเดือนที่ผ่านมาเกรงว่าท่านคงรู้อยู่แล้วว่าคุณชายเฉิงใช้ตั๋วแลกเงินของมารดาข้าไปแลกเป็นเงินตำลึงทองที่ร้านแลกเงินฟู่กุ้ย ข้าพอรู้มาว่าทำเช่นนั้นทางร้านจะต้องมีการบันทึกเอาไว้อย่างละเอียด การที่ข้าไปตีกลองร้องทุกข์ ท่านเจ้าเมืองอาจสืบสาวไปจนถึงร้านแลกเงินของท่าน ดังนั้นข้าจึงมาบอกกล่าวก่อน หวังว่าจะไม่ทำให้ท่านลำบากใจนัก”
เว่ยกวงอวี่ถึงกับพูดไม่ออก นาง...คิดจะเล่นงานเฉิงเทียนอวี้?? แถมนางยังรู้ด้วยว่าร้านแลกเงินมีบันทึก ปกติแล้วสตรีไหนเลยจะล่วงรู้ขั้นตอนของการทำการค้า แถมนางยังฉลาดพอที่จะไปตีกลองร้องทุกข์ เสนอหลักฐานจากบันทึกของร้านแลกเงิน และรอบคอบมากที่จะมาแจ้งเขาให้รู้ก่อน เพื่อป้องกันการผิดใจ
หากเป็นกู้หรั่นเยวี่ยคนก่อน...นางจะทำเช่นนี้จริงๆ หรือ สตรีโง่งมที่เขียนจดหมายสามฉบับ เปิดโปงความโง่งมของตัวเอง กลับมาครานี้กลับกลายเป็นคนเฉลียวฉลาดถึงเพียงนี้??
“คุณหนูเก้าเจ้าทำเช่นนี้นายท่านกู้รู้เรื่องหรือไม่”
นางยิ้ม...ก็เท่ากับไม่รู้
หญิงสาวจิบชาด้วยท่าทางสบายอกสบายใจก่อนกล่าว “จะกวนน้ำให้ขุ่นไยต้องกังวลว่าปลาจะตกใจ ข้ารอดตายมาได้ครั้งนี้ปรารถนาเดียวที่มีก็คือก่อกวนไม่ให้ผู้อื่นได้อยู่อย่างสงบสุข” กล่าวจบก็หัวเราะออกมาราวกับเป็นเรื่องน่าขบขัน
ถึงอย่างนั้นดวงตาของนางกลับไม่มีร่องรอยของความโกรธ เว่ยกวงอวี่มองนางด้วยความสงสัย การกระทำของนางก็คือการแก้แค้น แต่การแสดงออกกลับคล้ายกำลังรื่นรมย์สนุกสนาน เขาไม่ได้รู้สึกถึงแรงเกลียดชัง ในยามที่นางกล่าวถึงเฉิงเทียนอวี้ด้วยซ้ำ
เห็นหญิงสาววางกล่องเล็กๆ ที่ซุกเอาไว้ในแขนเสื้อส่งให้ เขามองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “นี่คือ…?”
“อ้ายเยี่ย ที่เรือนของข้ามีเยอะถือเป็นน้ำใจจากข้า ตอบแทนที่ท่านใจดีให้โดยสารรถม้ากลับเข้าเมืองมาด้วย” กล่าวจบนางก็ลุกขึ้นยืน “เช่นนั้นข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ต้องขอลา”
ตอนนางหมุนตัวจะจากไปเขารู้สึกสงสัยไม่คลาย สตรีผู้หนึ่งที่ไม่มีวรยุทธ์กลับมองออกว่าเขากลัวความเย็น แม้จะบอกว่าเพราะเห็นเขาสวมเสื้อคลุม แต่อ้ายเยี่ยที่นางนำมาให้นี้เหมาะสำหรับทะลวงลมปราณขจัดความเย็น หากมิใช่ผู้ฝึกยุทธ์เรื่องนี้ไม่มีทางที่นางจะมองออก!!