บทที่ 2.6
“คุนคุน หมิงหลาน ในยามกล่าวถึงผู้อื่น เจ้าสองคนควรสุภาพมากกว่านี้ พี่ใหญ่เคยสอนเอาไว้ว่าอย่างไร”
“เอ่อ...ทั้งต่อหน้าและลับหลังต้องให้เกียรติผู้อื่นเสมอ”
“ดี เช่นนั้นควรเรียกคุณหนูเก้าอย่างให้เกียรติ แม้ผู้อื่นจะกล่าวถึงนางอย่างไร หรือนางจะเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ พวกเจ้าก็ไม่ควรกล่าวถึงนางลับหลังเช่นนี้ถูกหรือไม่”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ”
“มาหาข้าที่เรือนเพราะเรื่องนี้?”
เด็กสองคนพยักหน้าพร้อมกัน เว่ยกวงอวี่ลูบศีรษะของเว่ยหมิงหลาน หมั่นโถวสองก้อนของน้องสาวยังคงไม่ถึงเวลาแกะออก น้องของเขายังเด็กนักแถมยังไร้เดียงสามาก อะไรที่ฟังมาแล้วไม่สบายใจ เขาก็ไม่อยากให้น้องสาวและน้องชายเก็บมาใส่ใจ
“ช่วยคนที่กำลังลำบากถือเป็นเรื่องดี เกิดเรื่องมากมายนางไม่มีรถม้ากลับเข้าเมือง ข้าผ่านทางไปเห็นนางเข้าพอดีดังนั้นจึงให้นางขึ้นรถม้ามาด้วย นี่ถือเป็นการแสดงน้ำใจเพราะอย่างไรตระกูลกู้ก็เป็นเพื่อนบ้านกับเรา นายท่านกู้เป็นคหบดีที่ดีคนหนึ่ง บุตรชายของเขาก็เป็นสหายของข้า”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” เว่ยคุนพยักหน้าพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ทำไมหรือ”
“ข้ายังนึกว่าท่านชอบพอนาง”
เขาขมวดคิ้ว “เหตุใดคิดเช่นนั้น”
“ก็พี่เสี่ยวจ้าวบอกว่าบุรุษกับสตรีอยู่บนรถม้าด้วยกันตามลำพัง ไม่ว่าจะอย่างไรก็ดูไม่งาม หากไม่มีใจย่อมไม่มีทางให้ความช่วยเหลือ”
เว่ยกวงอวี่หน้าตึงน้ำเสียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย “พี่เสี่ยวจ้าว? สาวใช้ของเจ้า?”
เว่ยหมิงหลานพยักหน้า ชายหนุ่มยิ้มให้น้องสาว “นางคงได้ยินมาผิดๆ เอาละข้าว่างอยู่ครู่หนึ่ง จะไปนั่งเล่นกับพวกเจ้าที่สวน”
“แต่ฝนกำลังจะตก”
เขาหันไปสบตาเส้าชิง “ไว้ฝนตกเราค่อยกลับเข้าเรือน ไปเถิด ข้าจะให้ในครัวเตรียมของว่างไปที่นั่น”
“ดียิ่ง!!”
เว่ยกวงอวี่พาน้องสาวและน้องชายเดินไปยังสวนหน้าเรือน ด้านหลังเส้าชิงกลับแยกตัวแล้วเดินไปยังเรือนของเว่ยหมิงหลาน กระทั่งต่อมาสาวใช้นามเสี่ยวจ้าวก็หายออกไปจากจวนโดยไม่มีใครล่วงรู้ มารู้อีกทีก็คือเช้าวันถัดมาว่านางถูกขายออกไปแล้ว!!
สามพี่น้องนั่งสนทนากันในสวน ของว่างเต็มโต๊ะกับรอยยิ้มของเว่ยกวงอวี่ บ่าวไพร่ในจวนแอบมองเขาอยู่ห่างๆ ด้วยรู้ดีว่าเฉพาะในยามที่อยู่กับน้องสาวน้องชายเท่านั้น คุณชายใหญ่จึงจะยอมมีรอยยิ้มหน่อย แถมสายตาของเขาที่มองน้องสาวน้องชายนั้นก็อ่อนโยนอย่างหาได้ยากยิ่ง
เว่ยซ่งยืนมองบุตรของตนอยู่ในมุมทางเดินอันเงียบงัน สิบห้าปีมานี้แม้ดูเหมือนเขากับบุตรชายคนโตอยู่ร่วมกันอย่างสงบ แต่ในใจของเขารู้ดีว่าความผิดในอดีตแม้ผ่านไปนาน ความรู้สึกที่กัดกินในใจก็ยังคงอยู่
ปีนั้น...เว่ยกวงอวี่เพิ่งแปดขวบ เขาพาบุตรชายเข้าสำนักหอนทีไปด้วย หลังตามหาฮูหยินมานานแล้วไม่พบ จริงๆ เขายอมรับว่าเป็นความผิดของตน หากเขาไม่ทิฐิแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารังเกียจคนฝ่ายมาร ฮูหยินของเขาก็คงไม่แอบหนีออกไปเช่นนั้น
ใช่แล้ว...มารดาของเว่ยกวงอวี่เป็นศิษย์ของพรรคอวิ๋นซาน
เขาเข้าร่วมกับฝ่ายธรรมะ ต่อต้านฝ่ายมารเพราะคิดมาเสมอว่าฝ่ายนั้นทั้งชั่วร้ายและโสมม ไม่เคยแม้แต่จะมีเสี้ยวความคิดหนึ่งว่าไม่ว่าฝ่ายใดก็มีทั้งดีและร้าย ตอนรู้ว่าฮูหยินของตนเป็นคนของฝ่ายมาร เขากลับขับไล่นางไปโดยไม่ใส่ใจสักนิดว่านางกำลัง...ตั้งครรภ์