บทที่ 2.5
เว่ยกวงอวี่แม้ได้ชื่อว่าเคยสังหารคน แต่เรื่องนั้นก็เกิดขึ้นก่อนที่ราชสำนักจะกวาดล้างยุทธภพ ดังนั้นเขาจึงไม่เคยถูกดำเนินคดี ผู้คนในเมืองหยวนเฉิงแม้หวาดกลัวเขา แต่ก็ไม่อาจกล่าวล่วงเกินหรือไม่อาจไม่คบหา แม้รังเกียจที่มือเขาเปื้อนเลือด ทว่าต่อหน้าก็ยังต้องทำเป็นเคารพนับถือ
หวังซื่อหันไปมองบุตรชายของตนที่กำลังวิ่งเข้ามา เว่ยซงหยางปีนี้อายุครบแปดขวบแล้ว เขาเองก็เป็นบุตรชายที่เกิดจากฮูหยินเอก เป็นทายาทที่ชอบธรรมเช่นเดียวกันกับเว่ยกวงอวี่
มากไปกว่านั้น...นางเองก็คาดหวังว่าบุตรชายของนางจะสามารถเป็นผู้นำตระกูลเว่ยเช่นกัน!!!
เว่ยกวงอวี่กลับมาถึงเรือนก็เปลี่ยนชุดเดิมออก ในเรือนของเขาอบอุ่นด้วยเตาผิง ทั้งที่ช่วงนี้ด้านนอกอากาศอบอ้าว ลมยังคงพัดกรรโชกดูแล้วฝนอาจจะตกจริงๆ
เส้าชิงเดินเข้ามาพร้อมกับรีบปิดประตู เขานำเสื้อคลุมตัวใหม่เข้ามาให้ผู้เป็นนาย จากนั้นยืนมองเว่ยกวงอวี่นำข้าวของของกู้หรั่นเยวี่ยวางลงไปในกล่องอย่างดี
“เจ้าว่า...” เขายกกวานหยกล้ำค่าขึ้นมาพิจารณา ตัวกวานและปิ่นทำจากหยกชั้นเลิศ ขอบของกวานมีรอยบิ่นเล็กน้อยแต่หากไม่จ้องมองดีๆ ก็ไม่มีทางมองเห็น “นางได้กวานหยกนี้มาอย่างไร”
เส้าชิงเลิกคิ้วมองผู้เป็นนาย “คุณชายหมายความว่าอย่างไร หรือท่านคิดว่ากวานหยกนี้...”
เขาหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าของคนสนิท “ดูๆ แล้วข้าวของทั้งหมดนี้ หากมิใช่ของผู้อาวุโสหรั่นก็คงเป็นของจอมมารพรรคอวิ๋นซานกระมัง”
เส้าชิงอ้าปากค้าง “นางถึงกับกล้ามอบของของคนตายให้ท่าน?!”
“แถมยังรอบคอบที่จะมอบชิ้นที่ไม่มีตราของจอมมารเสียด้วย” เว่ยกวงอวี่วางกวานหยกลงรวมกับข้าวของชิ้นอื่น “ได้ยินมาว่านางส่งจดหมายบอกลาเอาไว้ แต่วันนี้นางกลับยังมีชีวิตอยู่ทั้งยังเดินเข้าจวนอย่างสง่าผ่าเผย เกรงว่านายท่านกู้คงโมโหมากกระมัง”
“ที่กลับมาได้อย่างสง่าผ่าเผยก็เพราะคุณชายใจดีรับนางกลับมาด้วย หาไม่หากให้นางเดินกลับมาเองสภาพคงเอน็จอนาถกว่านี้ หากตอนเช้ามีข่าวลือแปลกๆ ออกไป ข้าเกรงว่าท่านเองก็คงจะพลอยลำบากไปกับนางด้วย” เส้าชิงพึมพำ
เว่ยกวงอวี่ได้ยินแต่กลับไม่พูดอะไร เขามองไปที่มีดสั้นของจอมมาร “ตั้งแต่เมื่อไรกันที่คุณหนูเก้าตระกูลกู้เฉลียวฉลาดรอบคอบปานนี้ หรือช่วงระยะสั้นๆ ที่นางอยู่กับผู้อาวุโสหรั่น นางถึงกับเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้”
เขาสงสัยว่าคนผู้หนึ่งจะสามารถเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ??
ที่สำคัญไปกว่านั้น... นางรอดกลับมาได้อย่างไรโดยที่ร่างกายมีเพียงแผลขีดข่วน กระโดดลงไปจากหน้าผาสูงหมื่นจั้ง แม้แต่จอมมารและผู้อาวุโสหรั่นยังไม่อาจกลับขึ้นมา นับประสาอะไรกับสตรีธรรมดาที่ถูกเลี้ยงดูมาในห้องหอ คิดอย่างไรเขาก็ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ
ที่ไม่น่าเชื่อไปกว่านั้น นางกลับมองเขาแล้วถามเขาตรงๆ ว่า...เขาเชื่อใจได้หรือไม่?? สบตาเขาตรงๆ ด้วยดวงตามุ่งมั่นมั่นคงราวกำลังหยั่งเชิงเขาอยู่ มองจนเขารู้สึกว่าเป็นฝ่ายเสียท่าให้นาง
นอกจากบิดา น้องสาว น้องชาย และเส้าชิงแล้ว ตลอดมาไม่เคยมีใครจ้องมองเขาตรงๆ เช่นนี้มาก่อน นางนับเป็นคนแรกที่กล้าสบตาเขา ทั้งยังกล้าถามเขาด้วยประโยคที่คล้ายเป็นการล่วงเกินกลายๆ ด้วยท่าทางจริงจัง
“มีข่าวจากฝั่งตรงข้ามหรือไม่”
เส้าชิงเลิกคิ้ว “ให้ข้าน้อยไปลองสืบหรือไม่ขอรับ”
เว่ยกวงอวี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ไม่ต้อง เจ้าออกไปเถิด” ยังไม่ทันที่คนสนิทจะออกไป ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามา เสียงโหวกเหวกดังขึ้นพร้อมกับสองร่างที่พุ่งเข้าประตูมา
“พี่ใหญ่! ได้ยินว่าท่านรับสตรีร้ายกาจตระกูลกู้ขึ้นรถม้ามาด้วย จริงหรือขอรับ/เจ้าคะ” สองฝาแฝดถามเขาอย่างพร้อมเพรียง เว่ยกวงอวี่ยิ้มให้น้องสาวและน้องชายอย่างอ่อนโยน