ตอนที่ 6 พาเด็กกลับบ้าน
ในร้านอาหารที่ไม่ไกลกันนัก โม่เหยี่ยนคุยธุระเสร็จ อู๋อี้ตันก็เรียกพนักงานมาสั่งอาหาร
“ฉันว่าประธานโม่คงอยากมีเด็กวิ่งเล่นในบ้านแล้วนะคะ ประธานโม่ไม่คิดจะแต่งงานใหม่หรือคะ”
เธอถามชายหนุ่มพลางสังเกตปฏิกิริยาของเขา
“ฉันไม่อยากแต่งงานใหม่”
โม่เหยี่ยนปฏิเสธน้ำเสียงเยือกเย็น
“ถ้าประธานไม่อยากแต่งงานแต่อยากมีลูก ฉันก็พร้อมมีให้นะคะ”
หญิงสาวรวบรวมความกล้าแล้วพูดเสนอตัวออกมา
นัยน์ตาคมของโม่เหยี่ยนมองเธอ ริมฝีปากบางเม้มเล็กน้อย
“เกรงว่าเธอจะมีลูกน่ารักเหมือนเฉิงเจียวมิ่งให้ฉันไม่ได้”
อู๋อี้ตันที่ยิ้มสดใสกลายเป็นสีหน้าดูไม่ได้ในทันใด ถ้าโม่เหยี่ยนไม่ชอบก็ควรจะปฏิเสธโดยตรง จะพูดอ้อมแบบนี้ทำไม
“ฉันจะทำให้ประธานโม่เปลี่ยนใจเข้าสักวันค่ะ”
“ไม่มีทาง”
โม่เหยี่ยนส่ายศีรษะ รู้อย่างนี้เขาคงเรียกต่งเหอเก๋อมาแทน
........
วิลล่าของโม่เหยี่ยน
ชายหนุ่มนอนเอนกายหลังพิงหัวเตียง ในหัวของเขามีเสียงของอู๋อี้ตันวนไปมา
“ฉันว่าประธานโม่คงอยากมีเด็กวิ่งเล่นในบ้านแล้วนะคะ”
เขาคิดถึงภาพที่ตัวเองแกว่งชิงช้าให้หลี่เจียวมิ่ง จากนั้นภาพในหัวก็เปลี่ยนเป็นหลี่ชิวโหรวขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
“โหรวโหรว”
เขาพึมพำถึงชื่อเธอ
ชื่อนี้ทำให้เขาทั้งคิดถึงและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ไม่สามารถลืมเธอลงได้
จะลืมง่ายๆ ได้อย่างไร ในเมื่อเป็นรักครั้งแรกและครั้งเดียวของเขา
เธอเป็นคนที่ทำให้เขามองไม่เห็นหญิงสาวคนอื่นอยู่ในสายตา
........
บริษัทต้าเฉิง
“เลขาต่ง เข้ามาหาฉันหน่อย”
โม่เหยี่ยนเรียกเลขาของตนเสียงดัง
ต่งเหอเก๋อกระวีกระวาดเข้าไป พอโม่เหยี่ยนเห็นเขาก็พูดขึ้นทันที
“ฉันอยากรับลูกบุญธรรม ไปติดต่อพ่อแม่ของเฉิงเจียวมิ่งให้ด้วย”
ต่งเหอเก๋อนิ่งเงียบงุนงง ก่อนตั้งสติแล้วพูดขึ้น
“หากจะขอเป็นบุตรบุญธรรม ประธานโม่ควรไปพูดคุยด้วยตัวเองจะดีกว่านะครับ อีกอย่างควรพูดกับคุณนายใหญ่และนายท่านด้วย”
ต่งเหอเก๋อรีบเตือนสติ รับบุตรบุญธรรมต้องมีเรื่องทรัพย์สินต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เท่ากับว่าบุตรบุญธรรมก็จะมีส่วนแบ่งด้วย หากไม่บอกนายท่านก่อนอาจจะมีปัญหาตามมาภายหลัง
“ฉันไม่อยากรอพบพ่อแม่ของเขา ส่วนพ่อแม่ฉันไม่มีปัญหาหรอก”
ชายหนุ่มตีสีหน้าเคร่งเครียด เขาอยากจะขโมยเด็กน้อยมาจากอ้อมอกพ่อแม่เดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำไป
........
โรงเรียนคิงส์เฮาส์
ในห้องของผู้อำนวยการ โม่เหยี่ยนสีหน้าเคร่งขรึมนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา
“ผมอยากเจอเฉิงเจียวมิ่ง”
เขาพูดน้ำเสียงราบเรียบแต่ส่งสายตากดดันผู้อำนวยการที่นั่งเหงื่อตกบนโต๊ะทำงาน
“ประธานโม่ ที่นี่ไม่มีนักเรียนที่ชื่อเฉิงเจียวมิ่งนะครับ”
ชายวัยกลางคนดูรายชื่อนักเรียนบนจอคอมพิวเตอร์ เลื่อนดูไปมาอย่างไรก็ไม่เจอ
“งั้นก็หาชื่อเจียวมิ่งสิครับ”
ต่งเหอเก๋อเดินไปกระซิบข้างหูของเขา
“อ่อ อ่อ”
ผู้อำนวยการพยักหน้า ขยับข้อมือหารายชื่ออีกครั้ง
“มีครับ ชื่อหลี่เจียวมิ่ง อนุบาลหนึ่ง”
“แซ่หลี่หรือ”
โม่เหยี่ยนขมวดคิ้วมุ่นเป็นปม ทำไมเด็กน้อยต้องโกหกแซ่กับเขาด้วย
“พ่อแม่เขาชื่ออะไร”
“ไม่มีรายละเอียดของพ่อครับ แต่แม่ชื่อหลี่ชิวโหรว”
ผู้อำนวยการตอบเสียงดังฟังชัด
“หลี่ชิวโหรว” โม่เหยี่ยนทวนคำ
“มีภาพของหลี่ชิวโหรวคนนี้มั้ย ลายมือหรือลายเซ็นก็ได้”
เขาลุกจากโซฟาเดินไปยืนข้างเก้าอี้ของผู้อำนวยการอย่างรีบร้อน สายตาพลันเห็นลายเซ็นที่คุ้นเคยบนนั้น
“โหรวโหรว”
เขาพึมพำเบาๆ ก่อนหันหน้าขึ้นเสียงใส่ผู้อำนวยการ
“เด็กนั่นอยู่ไหน”
“อนุบาลหนึ่งห้องสอง แต่ประธานโม่ คุณเอาเด็กไปไม่ได้นะ”
“ถ้าแม่เขามาตามก็บอกว่าฉันพาเด็กไป”
พูดจบโม่เหยี่ยนก็ไม่รอช้าไปตามหาห้องเรียนของเด็กอนุบาลหนึ่งทันที
เมื่อเขาเดินถึงหน้าห้อง นัยน์ตาคมก็กวาดตามอง เจอหลี่เจียวมิ่งอย่างรวดเร็ว เขาก้าวเท้ายาวของตัวเองไม่กี่ครั้งก็ถึงตัวของเด็กน้อย มือแกร่งอุ้มร่างเล็กของเด็กชายเข้าอ้อมอกโดยไม่ฟังเสียงของคุณครูที่ร้องด้วยความตกใจ
“ผมจะพาเขาไป”
เขาบอกคุณครูประจำชั้น มีต่งเหอเก๋อเก็บกระเป๋านักเรียน แล้วหันไปยิ้มให้คุณครูและนักเรียนทั้งห้อง
“หลี่เจียวมิ่งขอลานะครับ”
........
บนรถคันใหญ่ หลี่เจียวมิ่งนั่งมองโม่เหยี่ยนด้วยสายตาสงสัย
“คุณลุงจะพามิ่งมิ่งไปไหน มิ่งมิ่งต้องรอแม่มารับที่โรงเรียน”
“พาไปเล่นที่บ้านของลุงไง”
เขามองเด็กน้อยด้วยสายตาที่ยากคาดเดา ในใจเริ่มสับสนในการมีอยู่ของเด็กน้อยตรงหน้า
“พ่อของมิ่งมิ่งชื่ออะไร”
“พ่อของมิ่งมิ่งชื่อเฉิงอี้หยวน”
เด็กน้อยตอบเสียงใสแต่ดวงตากลมโตหลบสายตาเขา
“เอ่อ ชื่อคุณหมอ เพื่อนของคุณนาย”
ต่งเหอเก๋อรีบตอบ เขาจำวันที่ไปส่งหลี่ชิวโหรวที่โรงพยาบาลวันนั้นได้ เฉิงอี้หยวนดูแลเธอเป็นอย่างดี
โม่เหยี่ยนสีหน้าบูดเบี้ยว เมื่อต้องคิดว่าเด็กที่เขาชื่นชอบคนนี้เป็นลูกของภรรยาเก่ากับผู้ชายคนอื่น
แต่เมื่อเขาตั้งสติก็เริ่มคิดขึ้นได้ หลี่เจียวมิ่งใช้แซ่ของแม่ และไม่มีรายละเอียดของพ่อผู้ให้กำเนิด
หรือว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของชายคนอื่น หรือว่าเป็นลูกชายของเขา
ความหวังบางๆ เคลื่อนที่เข้ามาภายในความรู้สึกวูบหนึ่งแล้วก็ผ่านไปเมื่อนึกถึงภาพในคลิปที่เธอพาผู้ชายคนอื่นเข้าโรงแรม
“ลุงฝากครูบอกแม่ของมิ่งมิ่งแล้ว เดี๋ยวแม่ก็จะมารับมิ่งมิ่งที่บ้านลุงเอง”
เขาตั้งสติได้แล้วจึงบอกเด็กน้อย
“แต่แม่บอกว่าไม่ให้รบกวนคุณลุง มิ่งมิ่งสัญญากับแม่ไปแล้ว”
“แม่ของมิ่งมิ่งเคยเห็นลุงหรือ”
โม่เหยี่ยนสายตาประหลาดใจถาม
เด็กชายผงกศีรษะ “แม่เคยเห็นคุณลุงแล้ว ที่สนามเด็กเล่นวันนั้น”
“อ่อ”
โม่เหยี่ยนลากเสียงยาว หลี่ชิวโหรวชักจะมีพิรุธเกินไปแล้ว เธอไม่ต้องการให้เขายุ่งกับลูกชู้ หรือว่าไม่ต้องการให้เขาเจอลูกของตัวเองกันแน่
“บ้านลุงใหญ่มาก และวันนี้ลุงก็ไม่ได้ทำงาน มิ่งมิ่งไม่ได้รบกวนลุงหรอก”
เขายกมือหนาลูบผมเด็กน้อย
........
บริษัทโยวสือ
หลี่ชิวโหรวที่กำลังยุ่งอยู่กับการปรับสูตรขนมที่เธอคิดขึ้นรับโทรศัพท์ที่โทรมาจากโรงเรียนด้วยความประหลาดใจ
“สวัสดีค่ะคุณครู มิ่งมิ่งเป็นอะไรหรือคะ”
เมื่อได้ยินที่ครูประจำชั้นตอบ เธอก็วางมือจากงานที่ทำ หยิบกระเป๋าออกจากบริษัททันที
“พี่ไปก่อนนะ พวกเธอเลิกงานก็ปิดประตูได้เลย”
เธอตะโกนบอกพนักงานในบริษัท
เดินถึงรถส่วนตัวของตน คิ้วเรียวสวยก็ขมวดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“โม่เหยี่ยนพามิ่งมิ่งไปไหนนะ”
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจขับรถไปหาโม่เหยี่ยนที่วิลล่าของเขา
........
วิลล่าส่วนตัวของโม่เหยี่ยน
เมื่อหลี่เจียวมิ่งลงจากรถก็ดึงดูดสายตาของแม่บ้านที่วิลล่า ป้าจูเดินมาหาเด็กชายตัวน้อยพร้อมกับมองหน้าโม่ เหยี่ยนก่อนยิ้มแย้มดีใจ
“คุณหนูคนนี้หน้าคล้ายประธานและคุณนายเลยนะคะ”
ป้าจูเอ่ยทัก เธอเป็นแม่บ้านที่เลี้ยงโม่เหยี่ยนมาตั้งแต่เล็ก จึงมองเห็นความคล้ายคลึงตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้า
“ป้าว่าเหมือนฉันกับโหรวโหรวเหรอ”
โม่เหยี่ยนหันไปจ้องหน้าเด็กน้อยอีกครั้ง
“เดี๋ยวแม่เขาก็มาตามหาเอง”
เขาตอบป้าจูแล้วถึงหันไปอุ้มเด็กน้อยให้อยู่ในอ้อมแขนตน
“มิ่งมิ่ง ลุงพาไปเที่ยวดูบ้านนะ”
