บทที่ 2
“ฝากด้วยนะนายพฤกษ์”
“ไม่ต้องห่วงเลยครับ ผมไม่ทำให้บ้านเราเจ๊งหรอกน่าพี่โพธิ์”
ร่มพฤกษ์ตบบ่าพี่ชาย ที่มองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง ทางนั้นกอดอก แล้วถอนใจน้อยๆ อาการของพี่ชายทำให้ร่มพฤกษ์ยิ้มกว้าง
“อะไรน่ะพี่โพธิ์ ทำไมจะต้องถอนใจขนาดนั้น”
“ห่วงว่ะ”
“อ้าว...ห่วงนักก็ไม่ต้องไป...โน่น...เมียพี่โบกมือเรียกแล้ว หน้าร้านสตาร์บั๊กโน่น ไม่ไประวังเมียงอนหนีไปอีกล่ะ”
คำพูดนั้นเล่นเอาร่มโพธิ์หรี่ตามองน้องชาย เขาไม่น่ามีจุดอ่อนให้หมอนี่ได้เล่นงานเลย คนเมียเคยหนีต้องตามง้ออยู่เกือบสองปี ไม่ได้สั่งเสียอะไรต่อ แค่วิ่งไปหาภรรยาสาวน้อยของตนที่กำลังยืนรอเขาอยู่ที่หน้าร้านกาแฟ
ร่มพฤกษ์โบกมือให้คนทั้งคู่ แล้วเดินออกมาจากบริเวณส่วนของผู้โดยสารของสนามบิน เขามาส่งคนคู่นี้ไปฮันนีมูนอย่างเป็นทางการ หลังจากที่คืนดีกัน และจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยและจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว ร่มโพธิ์ร้องขอโอกาสนี้จากเขา ไม่ช่วยพี่ชายก็กระไรอยู่ เลยกลับบ้านในรอบหลายปี เพื่อช่วยกิจการของครอบครัว
บิดามารดาของพวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว ทิ้งไร่กุหลาบขนาดใหญ่ สวนดอกไม้ ให้พวกเขาบริหารดูแล ในรุ่นของร่มโพธิ์ที่รับจบให้น้องชายอย่างร่มพฤกษ์ไปเดินตามความฝันเติมเต็มตัวเองที่เมืองกรุง ร่มพฤกษ์มีกิจการของตัวเองที่นั่น บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายใน และรับเหมาก่อสร้าง ที่หุ้นกับเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย มันตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเขามากกว่าที่บ้านไร่แห่งนี้
พี่ชายขอแค่นี้ ทำไมเขาจะกลับมาทำให้ไม่ได้กัน ร่มพฤกษ์เลยกลับมา ถือว่าพักร้อนไปในตัว แต่ร่มโพธิ์ก็ยังห่วงหน้าพะวงหลังตามประสาคนห่วงงาน เขาเลยต้องรับปากจนถึงกับไล่ เพราะกลัวว่าพี่ชายจะห่วงงานจนไม่ยอมไป แค่นี้ทำไมเขาจะจัดการให้ไม่ได้กัน
อาจจะเพราะคนทำงานด้านนี้เพิ่งลาออกไป ร่มโพธิ์เลยเป็นห่วง ตอนไปง้อเมียทางไร่พฤกษาพรก็จะวุ่นหน่อยๆ พอนายไม่อยู่เกิดการทุจริตขึ้นมาเงินรั่วไหลไปจำนวนมาก นี่เพิ่งกลับมาสะสาง จับคนทุจริตยัดคุก เลยยังห่วงหน้าพะวงหลัง
อยากจะหวานกับเมียก็อยาก ภาระหน้าที่ก็ต้องทำ เขาบอกแล้วว่าโสดดีกว่าก็ไม่เชื่อ...แถมตอนแรกดาวรินก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรสักนิด ส่งเสียลูกก็จบ ใช้ชีวิตโสดๆ ชิลๆ ต่อไป ถ้าเป็นเขาจะทำแบบนี้ พี่ชายเขาดันไปหาห่วงมาใส่คอตัวเองซะงั้น
เขาไม่ได้สนิทอะไรกับพี่สะใภ้ เคยเห็นผ่านตาสองสามหน เพราะเขาใช้ชีวิตส่วนมากในกรุงเทพฯ เห็นเจ้าหล่อนหนแรกก็เมื่อหกปีก่อน ที่พี่ชายบอกว่ารับเด็กมาอุปการะตอนแรกเขานึกว่าเด็กเล็ก แต่เป็นสาวน้อยผอมแห้ง หน้าตาอมโศก ตอนนั้นน่าจะอายุเพียง 16- 17 กระมัง ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าพี่ชายจะกินเด็ก คนอย่างร่มโพธิ์เสียด้วยสิ ถ้าเป็นเขาก็ว่าไปอย่าง...เพราะเขาร้ายกว่าพี่ชายมาก ในเรื่องหญิงๆ
ถ้าเกิดว่าดาวรินไม่หนีไป เขาก็คงนึกในแง่ร้ายแหละว่า เด็กมันจะจับพี่ชายเขา นี่ก็ว่าไม่ได้ พี่ชายเขานั่นแหละจะจับเด็กทำเมีย ชีวิตรักของร่มโพธิ์ดูซับซ้อนและวุ่นวายดี
หลานน้อยกำลังน่ารักในวัยสี่ขวบตอนนี้อยู่กับน้าที่คอยดูแลให้ตอนที่สองคนไปฮันนีมูนกัน เขาเห็นหลานหนแรกก็นึกเอ็นดู ตาหนูเป็นเด็กหล่อ...มีแววหน้าตาดีมากแต่เล็ก คนเป็นอาก็จะยืดๆ หน่อย พอลองเลี้ยงเล่นวันหนึ่งก็โบกมือลาว่าไม่ไหว พ่อตัวแสบซนเหลือร้าย แถมพลังเยอะมหาศาลเขาว่าอึดยังโบกมือยอมแพ้ หน้าที่ดูแลหลานเลยตกเป็นของ รักษิตาเพื่อนสาวคนสนิทของดาวริน ที่ดูแลโอบอุ้มกันมาจนถึงตอนนี้
วันนี้ไม่มีใครอยู่แล้วสินะ มาถึงบ้านทั้งทีก็ต้องถึงสักหน่อย เขาไม่ได้กลับบ้านมาหลายปี มีที่ไหนที่ฮิตฮอตบ้าง เขาลองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วปัดฟีดดูสถานที่ในแพลตฟอร์ม ได้พิกัดแล้วก็ปักหมุด คืนนี้เขาไม่อยากนอนง่อยๆ คนเดียว เขามันคือสัตว์นักล่า
และคืนนั้นร่มพฤกษ์ก็ไม่ได้กลับบ้าน เขาคือสัตว์นักล่าที่มีเหยื่อให้กินไม่อั้น...ในยามราตรีมาเยือน
