
บทย่อ
อิงครัตน์อดีตน้องสาวข้างไร่ แก้มอ้วน ในวัยเยาว์ของ พี่พฤกษ์ เวลาทำให้พวกเขาแยกย้ายกันไปเติบโต แก้มอ้วน ยังระลึกนึกถึงพี่ชายที่แสนดีเสมอ เขาคือรักแรกของเธอ ที่จะไม่มีวันเลือน โชคชะตาพาให้พวกเขาได้กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นสาวน้อยผอมโกรก ส่วนพี่เป็นนักธุรกิจสุดหล่อ เนื้อหอม ที่พี่สาวแสนสวยสุดร้ายของเธอหมายปองอยากได้เขา ร่มพฤกษ์เกือบจำ แก้มอ้วน ของเขาไม่ได้ในวัยสาว น้องผอมลง จนหัวเหมือนไม้ขีด และมีพี่สาวสุดสวยอย่างอัครารัตน์ ไว้คอยเปรียบเทียบ ว่าคนหนึ่งแสนสวยราวนางฟ้า อีกคนมอมแมมเหมือนคนรับใช้ เขามองออกว่าใครเป็นเพชร ใครเป็นกรวด หัวใจของเขา...ขอรักแม่สาวบ้านไร่คนนี้ โปรยปราย "อยากรู้คำขอของพี่ไหม?" "ไม่กลัวไม่เป็นจริงหรือคะ" เธอไม่อาจจะก้มหน้าหลบได้อีกแล้ว เพราะหนนี้พี่ประคองหน้าเธอไว้ในอุ้งมืออบอุ่นนั้น ใจสาวเต้นแรงเมื่อเขาโน้มหน้าก้มลงมา เธอถึงกับต้องหลับตาเสียเพราะไม่อาจจะมองสบสายตาระยิบระยับของร่มพฤกษ์ได้ "พี่ขอกับดาวว่าอยากจูบแก้มอ้วน" "พี่..." ริมฝีปากได้รูปแสนอบอุ่น ประกบแนบแน่นกับเรียวปากนุ่มกรุ่นกลิ่นไวน์อ่อนๆ ของอิงครัตน์ อ้อมแขนอุ่นนั้นรัดเธอเข้าไปแนบแน่น หญิงสาวรู้สึกเหมือนจะหลอมละลายไปกับอ้อมแขนอุ่น... จูบนั้นหวานนักและชวนมัวเมา เขาละจูบเพียงแค่หายใจแล้วกระซิบแผ่วแนบปากนุ่มที่เผยอแย้ม "ดาวให้พรพี่แล้ว แก้มอ้วนคนดี" เธอไม่ได้ทันตอบเขาก็กดจูบลงมาอีก กอดเธอแน่นขึ้นจนเท้าของเธอลอยพ้นพื้น ขณะที่สมองของเธอและเขากำลังหมุนคว้างเข้าไปในห้วงรักล้ำลึก ก็มีเสียงเล็กๆ ดังขึ้นเสียก่อน "อาพฤกษ์...อาพฤกษ์กัดอิงจ๋าเหรอ" เสียงนั้นเหมือนเรียกสติคนทั้งสอง ร่มพฤกษ์ปล่อยร่างบางคลายอ้อมแขน แต่ไม่วายก้มลงจูบหน้าผากน้องส่งท้าย คนที่เขินแทบตายเพราะมีพยานเห็นเหตุการณ์จูบขอดาวนั้นเข้า รีบผลักเขาออกแล้ววิ่งไปหาตาหนูดาวิน ที่กำลังงัวเงียเดินออกมาจากเต็นท์ "อาพฤกษ์ทำอิงจ๋าเจ็บไหมอะ" ตาหนูถามอย่างห่วงใย แล้วหันไปมองอาพฤกษ์ที่ตอนนี้สีหน้าเบิกบานขั้นสุด "อาพฤกษ์กัดปากอิงจ๋าทำไม?" "อาพฤกษ์ไม่ได้กัดปากอิงจ๋า อาพฤกษ์จูบอิงจ๋าต่างหาก" โอ๊ย ทำไมจะต้องรับกับเด็กแบบนั้นด้วยนะ เธอมองเขาอย่างตื่นตะลึง ตาหนูกอดอกมองพี่อิงจ๋าที มองอาพฤกษ์ทีแล้วพยักหน้าหงึกๆ "เข้าใจล่ะ อาพฤกษ์กับอิงจ๋าเป็นมายฮันนีกันเหมือนแม่กับลุงพ่อสินะ" "มะ ไม่..." เธอไม่รู้จะพูดกับหลานว่ายังไง คนตัวโตเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วโอบเอวเธอจากด้านหลัง อิงครัตน์ต้องเงยหน้ามอง แล้วก็แก้มแดงด้วยความเขิน "เรื่องจะเป็นมายฮันนีก็ต้องถามอิงจ๋าของดาวินแล้ว ว่าจะยอมไหม?" "อิง อิง...คือ...ดาวินฮับ ไปนอนกับอิงจ๋าดีกว่า" แล้วเธอก็ดิ้นออกจากอ้อมแขนเขา ร่มพฤกษ์ปล่อยแต่โดยดี น้องรีบเดินไม่รอหลาน แล้วขาแข้งก็พันกันสะดุดล้มตุบ น่าเอ็นดูนัก เด็กชายที่เดินตามหลังรีบไปช่วยอิงจ๋า ที่หกล้มไปเสียแล้ว เขายืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้เข้าไปใกล้น้องเพราะไม่เห็นว่าล้มแรง และพื้นก็เป็นหญ้านุ่มๆ ขืนเขาไปช่วยคงจะเขินหนักไปกว่านี้ วันนี้เขารุกเธอมาก...เรียกได้ว่าเปิดฉากโหมดรุกกันเลยให้น้องได้รู้ใจ อิงครัตน์ตะกายลุกขึ้น แล้วไม่ยอมหันไปมองร่มพฤกษ์เธอได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบาๆ คนบ้า! มาทำอะไรกับเขาแบบนี้กันนะ แล้วพรุ่งนี้ จะกล้ามองหน้าพี่ได้เต็มตาได้ยังไง... คืนนั้นเธอนอนกอดตาหนูดาวิน หลังจากที่กล่อมให้แกหลับไปแล้ว เธอได้ยินเสียงเขาเล่นกีตาร์ร้องเพลงรักเบาๆ อยู่หน้าเต็นท์ของเธอกับตาหนู... พี่พฤกษ์คะ อย่ามาล้อเล่นกับใจหนูเลย...
บทที่ 1
“ยัยอิงชงกาแฟให้พี่หน่อย”
เสียงพี่สาวคนสวย ร้องเรียกมาแต่ไกล ทำให้คนที่กำลังสาละวนในครัว ตะโกนขานรับเสียงแจ๋ว
“รอแป๊บนะคะ พี่อีฟ อิงทำไข่ดาวให้พ่ออยู่ค่ะ”
“เร็วๆ ล่ะ อ้อ...ของพี่ด้วยสิ ยัยอิง เอาเป็นไข่ดาวน้ำนะ สองฟอง แล้วก็กาแฟของพี่เป็นกาแฟน้ำส้มนะจ๊ะ น้ำส้มใช้น้ำส้มแท้ล่ะ มีคั้นไว้ใช่ไหม?”
“ค่ะ...”
คนที่กำลังสาละวนหน้าเตา ขานรับทุกคำสั่ง และจดจำว่าจะต้องทำไม่ให้พลาด ถ้าเกิดว่าพลาดขึ้นมา เช้านี้เธอคงกินข้าวไม่อร่อย...
อิงครัตน์ถอนใจน้อยๆ เธอเร่งมือทำทุกอย่างให้ไวขึ้น เพราะพี่สาวกลับมาที่นี่ในวันหยุด ก็เหมือนเธอมีภาระเพิ่มขึ้นในงานประจำวัน ทั้งทำอาหาร ดูแลความสะอาด อัครารัตน์นานๆ จะกลับบ้านหนหนึ่ง ปรกติเธอจะอยู่ที่คอนโดของตัวเองที่กรุงเทพฯ
สองพี่น้องของบ้านไพรีพิพัฒน์ มีหน้าที่ต่างกัน คนที่ดูแลสวนผลไม้ช่วยพ่อแม่คืออิงครัตน์ ส่วนอัครารัตน์ เธอได้โอกาสเลือกสิ่งที่เธอชอบ อยากทำ ไม่มีใครบังคับให้ต้องมาทำงานของครอบครัว แต่ได้รับส่วนแบ่งปันกำไรเต็มที่ทุกปี
พ่อแม่รักลูกทุกคน แต่ไม่มีทางรักเท่ากัน นี่คือสิ่งที่ อิงครัตน์รู้และจำยอมรับไว้โดยเต็มใจ
ทั้งรูปร่างหน้าตา สติปัญญา อัครารัตน์เหนือเธอทุกอย่าง เธอกับพี่สาวเกิดห่างกันสามปี มารดาบอกว่าเธอเป็นลูกที่บิดาหวังมากว่าจะได้ลูกชาย แต่ก็มาได้เธอ แถมด้วยอิงครัตน์เกิดมาไม่นาน ที่บ้านก็ประสบปัญหาไฟป่าลามไหม้มาถึงสวนผลไม้ เสียหายไปมากมาย แน่นอนว่า...บิดาโทษเธอ มาเกิดพร้อมความซวย ถึงกับให้คุณรัตนาเอาลูกสาวไปปัดเป่าความซวย ความหายนะเสียด้วยการพาไปรดน้ำมนต์และตั้งชื่อใหม่เพื่อแก้เคล็ด พวกท่านต้องเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวกันใหม่ ทำงานหนักทุกวันเพื่อจะกลับมามีได้เหมือนทุกวันนี้
คุณอัครารักลูกสาวคนโตมาก อยากได้อะไรทูนหัวให้หมด แตกต่างจากลูกสาวคนเล็ก ที่จะต้องมีเงื่อนไข จะต้องทำอย่างหนักกว่าจะได้มา คุณรัตนาเป็นภรรยาที่ต้องเชื่อฟังสามี เธอรักลูกสาวคนเล็กกว่าคนโตนิดหน่อย สงสารมากด้วยที่โดนทุ่มโทษแบบนั้น แต่แสดงออกมากไม่ได้ เพราะสามีจะโกรธเอา และจะมาพานถึงเธอด้วย แค่ลำพังทำงานก็หนักพอแล้วไม่อยากทะเลาะกับสามีอีก
คนเดียวที่คุ้มหัวของอิงครัตน์นั้นคือคุณย่าอิงอร มารดาของอัครา ที่เข้าข้างและดูแลหัวใจของอิงครัตน์ แต่ท่านก็เสียชีวิตไปได้สามปีแล้ว อิงครัตน์เศร้าเสียใจกับการจากไปของท่านมาก จากตอนอายุยี่สิบเธอน้ำหนักถึงเจ็ดสิบห้ากิโลกรัม น้ำหนักเธอลดลงฮวบมาจนถึงตอนนี้ จากสาวอวบกลายเป็นสาวเอวบางร่างน้อย น้ำหนักเหลือแค่สี่สิบสองกิโลกรัมไปแล้วตอนนี้
เรื่องล่าสุดที่กำลังอยากกล่อมให้บุตรสาวยอมนี้ก็ด้วย นั่นคือเรื่องหมั้นกับประจักษ์เพื่อนของเขา หนุ่มใหญ่บ้าน ไร่รีสอร์ตติดกัน รอให้ยัยอิงครบวันเกิด จะเป็นฤกษ์ดีที่จับหมั้น ตอนนี้ก็อยากให้สนิทกันไว้ก่อน เขาก็ไม่ได้ใจร้ายใจดำขนาดว่าจะบังคับขู่เข็ญลูกให้ทำตามใจ
อิงครัตน์ไม่ใช่คนสะสวย เธอเป็นคนหน้าตาเกลี้ยงเกลา ผิวพรรณสีน้ำผึ้งนวลเนียน จากคนรูปร่างอวบมาผอม ความกลมกลึง งดงามตามวัยก็ปรากฏ ประจักษ์นั้นโสดมานานเพราะมัวแต่ทำงานขลุกในไร่ตัวเอง เห็นสาวน้อยข้างไร่ตอนไปทำบุญที่วัด ก็เกิดสะดุดตาสะดุดใจ พอเพื่อนรุ่นพี่อย่างคุณอัครามาสะกิด ว่าชอบหรือเปล่า? ปากดันไวบอกไปว่าน่ารักน่ามอง แต่อายุวัยห่างกันโข ทางนั้นบอกไม่มีปัญหาอะไร ถ้าเกิดเขาสนใจบุตรสาวเข้าจริงๆ เพราะเขาก็อยากฝากฝังลูกสาวไว้กับผู้ชายที่วางใจได้สักคน ประจักษ์ตอบโจทย์ได้อย่างดี
เขาอายุ 42 น้องอายุ 24 กำลังดีถ้าจะรักกัน เหมาะสมดีงามทุกส่วนไม่ต้องมีข้อกังขาใดๆ หรอก
ข้อตกลงระหว่างกันเกิดขึ้น อิงครัตน์ก็พอจะรู้เลาๆ ว่าบิดาคิดอะไรแต่เธอก็มีสิทธิ์เพียงน้อมรับ เธอคิดอย่างเป็นกังวลอยู่บ้าง และเก็บความอัดอั้นนี้ไว้เพียงลำพัง เธอไม่มีเพื่อนสนิทที่ไหน คุณย่าที่พึ่งหนึ่งเดียวก็จากไปแล้ว
“ได้แล้วค่ะพี่อีฟ”
กาแฟ น้ำส้ม และไข่ดาว รวมถึงสลัดผักสดถูกยกมาเสิร์ฟพี่สาว ที่กำลังนั่งตรงระเบียง ถ่ายภาพวิวธรรมชาติของบ้านอัปลงโซเชียลสวยๆ เหลือบสายตาขึ้นมองน้องสาวแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆ ริมฝีปากอิ่มสวยเอ่ยขึ้น
“พี่ว่าพี่เห็นพี่พฤกษ์แวบๆ ตอนที่ขึ้นเครื่องมาจากกรุงเทพฯ น่าจะตาไม่ฝาด เขากลับมาที่นี่เหรอ?”
“คะ? พี่อีฟเจอพี่พฤกษ์หรือคะ อิงไม่รู้เลยว่าพี่เขากลับมาที่นี่”
คิ้วเรียวนั้นขมวดนิดๆ เธอมองสบตาพี่สาว แก้มนวลเป็นสีเรื่อขึ้นโดยไม่ตั้งใจ หัวใจก็เต้นแรงขึ้นอย่างไม่เจตนาจะให้เป็นแบบนั้น
“ไปซื้อกุหลาบสวยๆ กันไหม? ยัยอิง”
“เอ่อ...พี่อีฟอยากได้กุหลาบมาปลูกหรือคะ? จะเอาปลูกตรงไหน”
อิงครัตน์ตอนนี้กังวลไปถึงสวนผักและแปลงดอกไม้ของเธอเมื่อพี่สาวพูดแบบนี้ หวังว่าอัครารัตน์จะไม่สั่งรื้อต้นไม้ดอกไม้ของเธอออก แล้วปลูกกุหลาบที่ตัวเองอยากได้เข้าไปแทนที่นะ
“ซื่อบื้อ ฉันจะชวนแกไปหาพี่พฤกษ์ย่ะ ไม่ได้อยากได้กุหลาบ ฉันอยากได้ผู้ชาย”
“คะ?”
ลืมตัวเสียงสูง มองหน้าพี่สาวที่ขยิบตาให้เธอ แล้วกรีดนิ้วอวดเธอถึงสีเล็บเจลที่ไปทำมา ถามว่าสวยไหม? แล้วบอกพร่ำว่าวันนี้จะแต่งตัวยังไง พร้อมกับทำหน้าฝันๆ ยามเอ่ยถึงร่มพฤกษ์
พี่อีฟชอบพี่พฤกษ์?
เป็นสิ่งที่เธอไม่อยากจะเชื่อ และทำให้หัวใจปวดนิดๆ เธอไม่มีทางเลือกใดๆ นอกจากไปกับพี่สาวนั่นแหละ
ร่มพฤกษ์
เธอไม่ได้เจอเขามานานเท่าไหร่แล้วนะ?
ผู้ชายที่เป็นรักแรกของเธอ
