บท
ตั้งค่า

ฟู่อี๋เหนียง

ไม่ว่าคนภายนอกจะมองเช่นใด บ้านใหญ่เช่นพวกตนก็หาได้สนใจไม่ สี่คนพ่อแม่ลูกต่างพูดคุยกันอย่างสบายใจ ไป๋ซื่อดูจะโล่งใจมากที่สุดที่ไม่ต้องทนมองสีหน้าของหูซื่อ และความร้ายกาจของหวงซื่อที่อยากจะแย่งชิงอำนาจดูแลจวน

กลับกันที่บ้านรอง ชุยหมิ่นกับหวงซื่อแค้นใจไม่หาย ยังไม่หยุดโวยวายกับหูซื่อ ทรัพย์สินที่บอกว่าแบ่งอย่างยุติธรรม แต่อย่างไรก็ดูไม่พอใจ ถึงจะได้เงินมาถึงห้าพันตำลึงเงิน ร้านค้าอีกสามร้าน ที่ดินหนึ่งพันหมู่ (1หมู่=666.67ตารางเมตร) แต่เมื่อแทบกับจำนวนคนในบ้านรองจะไปพอได้อย่างไร

“ท่านแม่ เหตุใดท่านถึงยอมแยกบ้านง่ายๆ เล่า” ชุยหมิ่นโมโหจนขว้างปาถ้วยชาไปหลายใบแล้ว

“ไม่ยอมแล้วอย่างไร หรือเจ้าอยากติดคุก” หูซื่อถลึงตามองบุตรชาย

“แล้วต่อไปจะทำเช่นใดดี เส้นสายทางขุนนางของท่านพี่จะเป็นเช่นใด เงินทองที่ได้มาก็น้อยนิดนัก” หวงซื่อบิดผ้าเช็ดหน้าในมือจนจะขาดอยู่แล้ว

“เหอะ หากเจ้าเก่งจริงเหตุใดถึงไม่แย่งมาเพิ่มเล่า” หูซื่อมองสะใภ้อย่างหัวเสีย

“...” คำพูดของแม่สามีต่อให้ไม่น่าฟังนางก็ไม่กล้าเถียง ได้แต่ก้มหน้าลงอย่างแค้นใจ

จะแย่งมาเพิ่มได้อย่างไร เพียงแค่ไป๋ซื่อนำบัญชีกองกลางออกมาแจกแจงค่าใช้จ่ายที่บ้านรองใช้ไป ทั้งยังต้องใช้ลบร่องรอยที่ชุยหมิ่นสร้างไว้ หากยังรั้นขอเพิ่มมากกว่านี้ชุยเซียวคงไม่ให้สิ่งใดกับบ้านรองเลย

“ร้านค้าที่ได้มาสามร้าน เจ้าไปตรวจสอบให้ดี ดูว่าจะหาเงินเพิ่มได้อย่างไร เพียงเท่านี้คิดไม่ได้เลยหรือ หากไม่มีความสามารถจริงข้าคงต้องหาสตรีที่เก่งกาจมาทำหน้าที่ดูแลเรือนแทนเจ้า”

หูซื่อพูดออกมาอย่างไม่ไว้หน้าหวงซื่อแม้แต่น้อย แววตาของชุยหมิ่นเปล่งประกายออกมาอย่างยินดี ยามนี้หวงซื่ออายุสามสิบสามแล้ว จะไปสู้หญิงสาวแรกแย้มได้อย่างไร ต่อให้มีอนุอยู่เต็มเรือน แต่พวกที่มีความสามารถแท้จริงล้วนมองไม่เห็น ชุยหมิ่นเลือกหญิงสาวเข้าจวนก็เพียงแค่หน้าตาและความออดอ้อนของพวกนาง

“เรื่องนี้จะเป็นไปได้อย่างไรเล่าท่านแม่ ข้าล้วนจัดการได้เจ้าค่ะ” สีหน้าของหวงซื่อแม้จะพยายามยิ้มแล้วแต่ก็ดูน่าเกลียดอย่างยิ่ง ต่อให้นางแค้นสามีกับแม่สามีเพียงใดก็ไม่อาจปล่อยให้ตำแหน่งฮูหยินเอกหลุดมือไปได้ ยิ่งเห็นท่าทางสามีที่ยินดีออกหน้าออกตานางก็แทบจะกระอักเลือดออกมา ไม่คิดว่าเลือกไปเลือกมากับคว้าตัวไร้ค่ามาได้

บ้านรองยังไม่ทันจัดการสิ่งใดเข้าที่เข้าทาง บ้านใหญ่ก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว เสียงช่างก่อกำแพงบาดเข้าไปในรูหูของคนบ้านรอง ในยามแรกก็ยังคิดว่าเพียงแยกบ้านยังอยู่ในรั้วเดียวกัน แต่ที่ไหนได้ชุยเซียวถึงกับให้คนมาก่อกำแพงแบ่งแยกอย่างชัดเจน

ชุยเซียวบอกสหายในราชสำนักที่สนใจเรื่องในจวนของผู้อื่นว่า เป็นคำสั่งเสียของผู้เฒ่าชุยก่อนที่จะจากไปต้องการให้สองพี่น้องแยกบ้านอยู่แล้ว เพียงแต่ชุยหมิ่นเพิ่งจะเดินทางกลับมาเมืองหลวงถึงได้เริ่มจัดการ ในเมื่อเป็นคำสั่งเสียของผู้นำตระกูล ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ ทั้งคนพูดยังตายไปแล้ว จะมีผู้ใดไปค้นหาความจริง ได้แต่ยอมรับในคำพูดของชุยเซียวไปโดยดี

ชุยหมิ่นยามที่ต้องออกไปทำงาน เมื่อเห็นสีหน้าที่เห็นใจและดูแคลนของผู้อื่นเขาก็แทบไม่อยากแบกหน้าออกไปที่ใด คนที่เขาเคยใช้ชื่อเสียงของพี่ชายเอาไว้ก่อนหน้านี้ต่างก็มองเขาไม่นอบน้อมเช่นเดิม สหายที่กินดื่มพูดเห็นใจเพียงสองสามคำก็พากันเดินจากไป ไม่คิดว่าความโลภจะพาให้ตนมาอยู่จุดนี้ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นในความใจดำของชุยเซียว ที่ไม่ยอมช่วยเหลือเช่นเดิม

ผ่านมาได้ครึ่งเดือนหลังจากที่แยกบ้านเรียบร้อย สองพี่น้องยืนมองกำแพงที่เพิ่งก่อเสร็จเรียบร้อยด้วยสายตาที่ว่างเปล่า “อย่างน้อยก็ยังมีประตูข้างเพื่อให้ไปมาหาสู่กันได้” ชุยจิ้นพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แต่หากไม่มีประตูข้างเลย อารองคงได้ร้องเรียนเรื่องที่บิดาไม่กตัญญูต่อท่านย่าเป็นแน่

“เอ๊ะ!!! พี่ชายนั่น” ประตูข้างที่เชื่อมระหว่างสองบ้านเปิดเอาไว้ตลอด

จินหว่านเห็นร่างของหญิงสาววัยยี่สิบกว่าหนาวเดินเคียงคู่มากับหวงซื่อ นางจดจำได้ในทันทีว่าคือ ฟู่อี๋เหนียง ที่ต่อไปจะถูกท่านอารองของนางรับเข้ามาอยู่ในจวน นางเป็นญาติผู้น้องของหวงซื่อ แต่ดันโชคร้ายที่ออกเรือนไปได้ไม่กี่ปีสามีของนางก็สิ้นใจลง นางมีบุตรชายอยู่สองคนแต่เด็กทั้งสองต่างถูกตระกูลของสามีเลี้ยงดูเอาไว้ ส่วนนางที่ยังอยู่ในวัยสาวสะพรั่งอ้อนวอนให้บ้านเดิมช่วยเหลือเพื่อพากลับไปหาสามีใหม่ให้นาง

ฟู่อี๋เหนียง ต่อไปจะกลายมาเป็นอนุคนโปรดของชุยหมิ่น นางกับหวงซื่อที่เป็นเสมือนญาติห่างๆ กัน ต้องทะเลาะแย่งชิงความโปรดปรานจนบ้านรองวุ่นวายไปหมด

“เจ้ารู้จักหรือ” ระหว่างที่ชุยจิ้นหันมามองสีหน้าของน้องสาว หวงซื่อก็มองเห็นทั้งสองพอดี แล้วพาฟู่ซื่อเดินเข้ามาหาทั้งสองคน

จินหว่านกระซิบบอกชุยจิ้นเสียงเบาเรื่องราวของฟู่อี๋เหนียงที่นางรู้มา ยามนี้ชุยจิ้นไม่สงสัยคำพูดที่ออกมาจากปากน้องสาวอีกแล้ว ในเมื่อฟู่ซื่อไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับพวกตน เขาก็คร้านจะเก็บเรื่องของนางมาสนใจ แต่จะให้เดินหนีไปก็ดูไม่ดี จึงได้แต่รั้งรอให้ทั้งสองเดินเข้ามาใกล้เพื่อเอ่ยทักทาย

“พี่ใหญ่กลับมาแล้วหรือยัง” หวงซื่อเอ่ยถามทั้งสองทันทีที่เห็นหน้า โดยไม่คิดจะแนะนำหญิงสาวข้างกายให้รู้จัก

ชุยจิ้นและจินหว่านต่างก็หนังตากระตุก นางจำได้ว่าเมื่อชาติที่แล้ว หวงซื่อไม่ได้พาฟู่ซื่อมาแนะนำตัวกับบ้านใหญ่ นางมาเพื่อเที่ยวเล่นในเมืองหลวงและหาสามีที่จะช่วยให้ชีวิตในภายภาคหน้าของนางดีขึ้น แต่แทนที่นางจะหาบุรุษตระกูลอื่น นางดันยอมปีนขึ้นเตียงของชุยหมิ่นลับหลังของหวงซื่อแทน

“ท่านพ่ออยู่ที่ห้องตำรา อาสะใภ้มีเรื่องใดหรือไม่” ชุยจิ้นเอ่ยถามอย่างเรียบเฉย สายตาของเขาไม่แม้แต่จะเหลือบไปมองใบหน้าของฟู่ซื่อเลยสักนิด

“พอดีญาติผู้น้องของข้าเดินทางมาเที่ยวเล่นในเมืองหลวงหลายวัน จึงอยากจะพานางไปคารวะพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่สักหน่อย”

“อ้อ...แยกบ้านกันแล้วท่านอาสะใภ้รองไม่ต้องทำเช่นนี้ก็ได้ อย่างไรญาติผู้น้องของท่านก็พักอยู่ที่บ้านรอง” ชุยจิ้นเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้า เขาเองก็ไม่ต้องการให้สตรีทั้งสองเข้ามาวุ่นวายในจวนอีก

“จะได้อย่างไรเล่า อย่างน้อยบอกกล่าวเอาไว้เสียหน่อยก็ยังดี ไปเถิด” นางไม่สนใจท่าทีต่อต้านของสองพี่น้อง รีบดึงมือของฟู่ซื่อเดินไปที่เรือนหลักทันที

ชุยจิ้นจะเร่งฝีเท้าตามไปแต่ถูกมือคู่น้อยของจินหว่านดึงรั้งเอาไว้เสียก่อน “พี่ชาย ข้าว่า...อาสะใภ้รองนางมีความคิดที่ไม่ดีแน่ ญาติผู้น้องของนางมาเมืองหลวงเพื่อหาสามีใหม่เป็นที่พึ่ง นางพามาพบท่านพ่อ นางต้องมีแผนการอย่างแน่” ชุยจิ้นแววตาเยือกเย็นมองตามแผ่นหลังของทั้งสองไปทันที

“เจ้าไปอยู่กับท่านแม่ ทางท่านพ่อพี่จะจัดการเอง จับตาดูนางเอาไว้ให้ดี”

“เจ้าค่ะ” สองพี่น้องแยกย้ายกันไปจัดการเรื่องของตนเองทันที

หวงซื่อยังดีที่ไม่ข้ามหน้าไป๋ซื่อ นางพาฟู่ซื่อไปคารวะไป๋ซื่อที่เรือนหลักก่อน พร้อมทั้งบอกกล่าวเรื่องที่นางจะมาพักอยู่ที่บ้านรองหลายวันเพื่อให้ช่วยหาบุรุษที่เหมาะสมให้ หญิงหม้ายสามีตายจาก ต่อให้หาคนมาแต่งได้ก็เป็นได้เพียงอนุ เรื่องนี้หวงซื่อและฟู่ซื่อต่างก็เข้าใจดี ไป๋ซื่อเห็นสายตาที่กวาดมองไปทั่วเรือนเหมือนรอพบใครของฟู่ซื่อก็นึกรังเกียจอยู่ในใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel