ตอนที่14[ท้าทายมัจจุราช]ของบำเรอธามไทน์
ธามไทน์ในชุดนักศึกษาวิศวะเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูทับไว้ ก้าวเข้ามากลางคณะบริหารด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับกำลังเดินบนแคทวอล์ค ใบหน้าหล่อเหลาคมสันดูนิ่งขรึม ทว่าแฝงไปด้วยรังสีความร้ายลึกแผ่ออกมาจนคนรอบข้างต้องหลีกทางให้ เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าน้ำฟ้า เงาทะมึนของร่างสูงโปร่งบังแสงไฟจนน้ำฟ้าต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
“ฉันบอกว่ากี่โมง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบ ๆ ทว่ากดดันทำให้น้ำฟ้าถึงกับตัวแข็งทื่อ
“คุณธาม มาได้ยังไงจ๊ะ” เธออุทานเสียงแผ่ว ความหัวอ่อนทำงานทันที เมื่อเห็นสายตาคมกริบที่จ้องเขม็งมา
“ฉันให้เวลาเธอสิบวินาที เก็บของแล้วตามฉันไป หรือจะให้ฉันประกาศที่นี่ว่าเรามีความสัมพันธ์กัน ‘ลึกซึ้ง’ แค่ไหน”
คำพูดรุกแรงที่หลุดออกมาจากปากหยักทำให้เพื่อน ๆ ในโต๊ะถึงกับตาโต น้ำฟ้ารู้ทันทีว่าคนนิ่งขรึมคนนี้ไม่ได้ขู่ มือเล็กสั่นเทารีบกวาดสมุดลงกระเป๋าด้วยความอับอายถึงขีดสุด เธอเดินก้มหน้าตามแผ่นหลังกว้างของธามไทน์ไป ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบที่ดังไล่หลังมาไม่ขาดสาย
ธามไทน์ไม่ได้พาน้ำฟ้ากลับคฤหาสน์อย่างที่เธอคิด แต่เขากลับขับรถพาเธอมายังโชว์รูมรถหรูขนาดใหญ่ ของชัชรัณ ธามไทน์เลี้ยวรถไปด้านหลังที่เป็นอู่ซ่อมรถขนาดใหญ่ ที่เขาและเพื่อน ๆ มักชอบพากันมาคลุกอยู่ที่นี่เป็นประจำ ภายในเงียบสงัดและเต็มไปด้วยรถสปอร์ตราคาแพงที่จอดเรียงรายอยู่ภายใต้แสงไฟสีนวล
ชายหนุ่มดับเครื่องยนต์แต่ยังไม่ยอมลงจากรถ เขาหันมามองน้ำฟ้าที่นั่งก้มหน้านิ่งด้วยท่าทางดื้อเงียบที่เขาเริ่มจะ ‘หมั่นไส้’ ปนเอ็นดู
“คุณธาม พาน้ำฟ้ามาที่นี่ทำไมจ๊ะ” น้ำฟ้าเงยหน้าถามด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ
“ลงมา นี่คือบทลงโทษที่เธอให้ฉันรอนาน” เขาพาเธอเข้าไปในห้องทำงานที่ผนังเป็นกระจกใส มองเห็นโรงซ่อมรถหรูด้านนอก ธามไทน์ถอดเสื้อช็อปออก เผยให้เห็นเสื้อยืดสีขาวที่พอดีตัวเน้นแผงอกแกร่ง เขาเดินเข้าไปประชิดตัวน้ำฟ้าจนแผ่นหลังบางพิงเข้ากับโต๊ะทำงานไม้ราคาแพง มือหนาทั้งสองข้างยันโต๊ะไว้ กักขังเธอไว้ในพันธนาการอย่างสมบูรณ์แบบ
“ทีนี้บอกมาสิ! ทำไมถึงดื้อนัก” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกคลอเคลียกัน ความร้ายลึกของเขากลับมาอีกครั้ง
“อยากให้ฉันรุกถึงถิ่นบริหารมากใช่ไหม! ถึงได้ท้าทายกันแบบนี้”
“น้ำฟ้าไม่ได้ท้าทาย น้ำฟ้าแค่ไม่อยากเป็นภาระของคุณธาม” เธอตอบเสียงสั่น พยายามเบี่ยงหน้าหลบแต่ก็หนีไปไหนไม่ได้
“เป็นภาระหรือไม่! ฉันเป็นคนตัดสินเอง” ธามไทน์กระซิบชิดริมฝีปาก นัยน์ตาคมกริบที่เคยเย็นชากลับดูร้อนแรงขึ้นอย่างน่าประหลาด
“และตั้งแต่วันนี้ไป หลังเลิกเรียนเธอต้องมาอยู่ที่นี่ นั่งเฝ้าฉันจนกว่าจะกลับบ้าน ห้ามไปไหน ห้ามคุยกับใคร เข้าใจไหม” คำสั่งที่เอาแต่ใจและรุกรานพื้นที่ส่วนตัวอย่างร้ายกาจ ทำให้น้ำฟ้าต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดื้อเงียบของเธอยังคงอยู่ แต่มันกลับถูกความหวั่นไหวบดบังไปเกือบหมด เมื่อเขาเริ่มใช้วิธีรุกแบบ ‘ถึงเนื้อถึงตัว’ ที่เธอไม่เคยตั้งรับได้ทันเลยสักครั้ง
อู่ซ่อมรถที่เงียบสงบ จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน จังหวะที่ธามไทน์กำลังโน้มตัวลงไปเพื่อ ‘สั่งสอน’ เด็กดื้อใกล้ขึ้นทุกที เสียงประตูอัตโนมัติก็เลื่อนเปิดออกพร้อมกับเสียงโหวกเหวกที่คุ้นเคย
“ไอ้ธาม! รถกูเสร็จยังวะ…เฮ้ย!” ลีออนเดินนำหน้าเข้ามาเป็นคนแรก ตามมาด้วยชัชรัณ และเรย์ ทั้งสามคนชะงักฝีเท้ากึกเมื่อเห็นภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าในห้องทำงาน พญามัจจุราชหน้านิ่งอย่างธามไทน์ กำลังยืนคร่อมร่างบอบบางของน้ำฟ้าในท่าทางที่ดู ‘ลึกซึ้ง’ เกินกว่าคำว่าคนอาศัย
น้ำฟ้าที่หน้าแดงก่ำ รีบใช้จังหวะนี้ผลักแผงอกแกร่งของธามไทน์ออกอย่างแรงด้วยความตกใจ ความดื้อเงียบหายวับไปเหลือเพียงความอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เธอรีบจัดเสื้อผ้าและกระเป๋าเป้ให้เข้าที่ ขณะที่ธามไทน์ถอนหายใจออกมาอย่างขัดใจ ใบหน้าคมเข้มกลับมานิ่งขรึมและเย็นชาตามเดิมทันที
“พวกมึงมาทำไมตอนนี้” ธามไทน์เอ่ยเสียงต่ำพลางหันมาจ้องหน้าเพื่อน ๆ ด้วยสายตาดุดันที่ทำเอาคนมองขนลุก
“แหม่! มาผิดจังหวะเหรอวะเพื่อน” ชัชรัณหัวเราะในลำคอพลางพ่นควันบุหรี่ไฟฟ้าช้า ๆ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองไปยังร่างบาง ที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลังธามไทน์
“น้องน้ำฟ้ามาทำอะไรที่นี่เหรอครับ หรือว่าไอ้ธามมัน ‘กักตัว’ ไว้ทำโทษเรื่องเมื่อบ่าย”
“ปะ...เปล่านะจ๊ะ” น้ำฟ้ารีบปฏิเสธเสียงรัว พลางก้มหน้าหลบสายตาขี้เล่น ของลีออนที่กำลังเดินเข้ามา
“ไม่ต้องไปตอบมัน” ธามไทน์ขยับตัวมาบังน้ำฟ้าไว้มิด ท่าทางแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนทำให้เพื่อนๆ ถึงกับมองหน้ากันอย่างรู้ความหมาย
“พวกมึงจะเอารถก็ไปเอาที่โกดังหลังโน้น อย่ามาเกะกะแถวนี้” ธามไทน์ไล่เพื่อนทางอ้อม เรย์ที่ยืนนิ่งมาตลอดกระตุกยิ้มที่มุมปาก
“กูไปแน่! แต่ดูท่าทาง มึงคงมีเรื่องเคลียร์กับน้องเขาอีกยาวเลยนะไอ้ธาม ระวังเถอะ! รุกหนักไปกระต่ายเขาจะตื่นหมด”
“เรื่องของกู” ธามไทน์ตัดบทนิ่ง ๆ
พอกลุ่มเพื่อนเดินลับตาไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ความอึดอัดทวีคูณขึ้นมา เมื่อธามไทน์หันกลับมามองน้ำฟ้าที่ยืนก้มหน้านิ่งไม่ยอมเงยสบตา แววตาที่เคยร้ายลึกของเขาไหววูบไปชั่วครู่เมื่อเห็นว่าเธอดูนิ่งไปกว่าปกติ
“เห็นหรือยัง! ว่าการดื้อกับฉัน มันมีผลตามมายังไง” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลงกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว
“ทีนี้จะเลิกดื้อ แล้วไปนั่งรอฉันเงียบ ๆ ได้หรือยัง” น้ำฟ้าไม่ได้ตอบเธอเลือกพยักหน้าเบา ๆ ความดื้อเงียบของเธอยังไม่หายไปหรอก แต่วันนี้เธอเจอศึกหนักเกินไป ส่วนธามไทน์กลับแอบกำมือตัวเองแน่น เพื่อสะกดอารมณ์บางอย่างที่พุ่งพล่านขึ้นมา เมื่อกี้... อารมณ์ที่เขาอยากจะกักตัวเธอไว้ในห้องนี้จริง ๆ โดยไม่ให้ใครหน้าไหนเข้ามาขัดจังหวะทั้งนั้น!
