บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 งานวิวาห์ (1)

บทที่ 6

งานวิวาห์ (1)

งานวิวาห์แห่งปีของทายาทตระกูลดังอย่างราเมศวร์และผู้หญิงธรรมดาอย่างลูกศร ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมหรูใจกลางเมือง

หลังจากที่ราเมศวร์พาลูกศรไปเจอหน้าแม่ เขาก็เตรียมงานแต่งงานทันที ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียงสามเดือนเท่านั้นสำหรับงานมงคลแห่งปีที่ทำเอาต่างฝ่ายต่างตื่นตกใจเพราะไม่คิดว่ามันจะกะทันหันและรวดเร็วแบบนี้

นักข่าวจากหลายสำนักให้ความสนใจเพราะราเมศวร์เป็นทายาทตระกูลดัง ต่างก็ตั้งคำถามว่าเจ้าสาวผู้โชคดีคนนั้นป่องก่อนแต่งหรือเปล่า แม้กระทั่งบรรดาเครือญาติก็ยังมีความเคลือบแคลงเพราะไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน เห็นจะมีแค่คุณนายรินลณีและคู่บ่าวสาวเท่านั้นที่รับรู้

งานช่วงเช้าจะเป็นพิธีทางศาสนาซึ่งเชิญแค่ญาติและคนสนิทไม่ถึงห้าสิบคน ส่วนช่วงเย็นนั้นเป็นงานใหญ่ถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูภายใต้การบริหารของตระกูล แขกเหรื่อที่มาร่วมงานไม่ต่ำกว่าหลักพัน ซึ่งล้วนเป็นคนรู้จักของทางเจ้าบ่าวทั้งนั้น

ฝ่ายเจ้าสาวไม่มีญาติหรือเพื่อนสนิทที่ไหน แม่ที่เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวก็ตายจากไป มิตรสหายที่คบหาก็ต่างแยกย้ายกันหลังเรียนจบ

ลูกศรไม่เคยคิดว่าตัวเองโดดเดี่ยวเลยจนกระทั่งได้มาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

“อีกสิบนาทีเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะต้องเดินเข้าไปในฮอลล์นะคะ ตอนนี้ก็ออกไปเตรียมตัวกันก่อนนะคะ” เสียงของหนึ่งในทีมออแกไนซ์จัดงานเอ่ยขึ้นหลังจากเดินเข้ามาในห้องรับรองสำหรับบ่าวสาว

ลูกศรที่อยู่ในอาการหมองเศร้าจากความเดียวดายก็รีบปั้นหน้ายิ้มตอบรับกับผู้เดินเข้ามา ส่วนราเมศวร์ที่เกือบหลับสัปหงกก็เป็นต้องทำหน้านิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ทีมงานเขามาบอกว่าให้เราออกไปเตรียมตัวน่ะค่ะ” หญิงสาวหันบอกเจ้าบ่าวซึ่งก่อนหน้านั้นเขาให้เธอช่วยเป็นคนรับหน้าให้ ส่วนตัวเขาก็จะขอใช้เวลาว่าง ๆ ในการงีบหลับสักหน่อยเนื่องจากเมื่อคืนอยู่เคลียร์งานจนนอนได้แค่สองชั่วโมง

ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันสำคัญ แต่ด้วยภาระและความรับผิดชอบของเขาย่อมไม่สามารถละทิ้งงานไปได้

คนที่รอเหยียบ รอซ้ำเติมมีอยู่มากมาย คนอย่างราเมศวร์จะล้มไม่ได้ เขาจะผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว นั่นจึงทำให้เขาต้องจริงจังกับทุกงานเสมอ

“ตื่นเต้นหรือเปล่า” เจ้าบ่าวครางรับคำในลำคอก่อนจะเอ่ยถามเจ้าสาวคนสวยที่เขาดูออกว่ากำลังประหม่า

“ตื่นเต้นค่ะ” ลูกศรไม่โกหก เธอตื่นเต้นมากจริง ๆ ตื่นเต้นจนอยากเป็นลมให้รู้แล้วรู้รอด

นี่เป็นเหมือนการพลิกผันชีวิต จากคนธรรมดาฐานะปานกลางที่ค่อนไปทางยากจน ทว่าตอนนี้เธอกำลังจะกลายเป็นสะใภ้หมื่นล้านที่มีกิจการและธุรกิจมากมายไว้ครอบครอง เธอจะเป็นภรรยาของราเมศวร์ซึ่งเป็นทายาทของนักธุรกิจชื่อดัง นามสกุลชองเธอกำลังจะเปลี่ยนผัน รวมถึงชีวิตและโชคชะตาของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป

งานตอนเช้าเธอได้พบปะกับบรรดาเครือญาติของราเมศวร์มาแล้ว คนพวกนั้นเธอเคยเจอตามหน้าจอโทรทัศน์และมือถือ นอกจากเขาจะร่ำรวยก็ยังเป็นระดับไฮโซที่ชนชั้นคนธรรมดาอย่างเธอเทียบไม่ถึง พวกเขาทักทายตามมารยาท รอยยิ้มประดับส่งให้แต่กลับแฝงซ่อนการเหยียดหยามที่เธอรู้สึกได้ นอกจากจะต้องประหม่ากับสถานะของตัวเองที่กำลังเปลี่ยน เธอยังมองเห็นอนาคตอันใกล้ที่ก่อตัวด้วยความยุ่งเหยิงวุ่นวาย

“ไม่เป็นไรนะ จับมือผมไว้สิ ผมจะอยู่ข้าง ๆ คุณเอง” ราเมศวร์บอกเสียงนุ่มพร้อมกับยื่นมือไปจับประสานที่มือเล็กเย็นเฉียบของภรรยาที่เพิ่งได้มาหมาด ๆ

คำพูดของเขาไม่ใช่เพียงเพื่อปลอบโยนเท่านั้น หากแต่มันออกมาจากความรู้สึกข้างในที่เกิดขึ้นจากใจจริง

ตอนนี้เราทั้งคู่ลงเรือลำเดียวกันแล้ว นั่นก็เท่ากับว่าชีวิตของเธอและเขากำลังผูกไว้ด้วยกัน นอกจากเธอจะช่วยเหลือเขา เขาเองก็จะดูแลและปกป้องเธอด้วยเช่นกัน

“คุณกำลังจะทำให้ศรหวั่นไหวนะคะ อย่าดีกับศรนักสิ” ลูกศรพูดทีเล่นทีจริง ช่วงนี้ราเมศวร์ดีกับเธอเกินไปแล้ว ดีมากเสียจนเธอเกือบเคยตัวว่าตัวเองเป็นใครมาก่อน

“ไม่หวั่นไหวสิแปลก ก็ผมหล่อเท่ขนาดนี้” พูดแล้วก็ยกมือปาดผมตัวเองเหมือนพระเอกละครในยุคเก้าศูนย์

หากเป็นคนอื่นลูกศรคงพูดได้เลยว่ามันเห่ยมาก แต่สำหรับราเมศวร์เธอกลับยกนิ้วโป้งเยินยอว่าเขาทั้งหล่อทั้งเท่ที่สุด

“เจ้าบ่าวเจ้าสาวเชิญทางนี้เลยค่ะ”

เสียงของทีมงานเอ่ยขึ้นพลันทำให้การหยอกเย้าของทั้งคู่จำต้องหยุดลง

คนตัวสูงโอบวงแขนไปกอดประคองที่เอวเล็กคอดและพาเจ้าสาวเดินไปที่หน้าประตูฮอลล์รับรองที่มีแขกมาร่วมงานนับพันคน

“เดินถนัดหรือเปล่า”

“ไม่ค่อยค่ะ ศรไม่ค่อยชินกับการใส่ส้นสูงเท่าไหร่” ก้มลงมองรองเท้าราคาแพงที่ราเมศวร์ซื้อให้ ทุกอย่างบนร่างกายของเธอล้วนมาจากการเนรมิตด้วยเงินของเขาทั้งนั้น

งานแต่งวันนี้เธอแทบไม่มีส่วนอะไรด้วยเลยนอกจากมาร่วมงานการเป็นเจ้าสาว เจ้านายของเธอรังสรรค์งานออกมาด้วยตัวเองทุกอย่าง ไม่ว่าจะการจัดงาน โทนสี แนวธีม ราเมศวร์ล้วนจัดการเองทั้งหมด

“เอ่อ...คุณเมศวร์ค่ะ ศรว่าจะถามคุณแต่ก็ลืมทุกที” ความคิดอย่างหนึ่งแทรกขึ้นมาในหัวในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังรอเวลาเปิดประตูเดินเข้าไปด้านใน ครั้นจะเก็บไว้ถามหลังจบงานก็เกรงว่าจะลืมเหมือนครั้งก่อน

“หือ?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม

“เอ่อ...คือ...” พอได้เวลาพูดก็ดันไม่กล้าพูดออกมาเสียอย่างนั้น ใบหน้าสวยหวานประดักประเดิดเขินอาย พวงแก้มสองข้างแดงซ่าน หากแต่คนรอฟังกลับไม่รู้ว่าเธอต้องการจะถามอะไร

“มีอะไรหรือเปล่าลูกศร พูดมาได้เลยครับ” ใบหน้าหล่อเหลายื่นเข้าไปใกล้ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เธอไม่อยากให้ใครได้ยินหรือเปล่าจึงคิดว่าเธอน่าจะกระซิบบอกกัน

“เอ่อ...คืออยากรู้ว่าหลังจากที่แต่งงานศรต้องทำหน้าที่ภรรยาถึงขั้นไหนเหรอคะ”

“หืม? มีขั้นด้วยเหรอ” ราเมศวร์ทำหน้าเหวอ

การเป็นภรรยามีลำดับขั้นแบ่งเกณฑ์ด้วยหรอกหรือ?

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel