บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ทำคะแนน (3)

บทที่ 5

ทำคะแนน (3)

“แล้วพะแนงลองชิมยัง ตักถึงหรือเปล่า”

“คุณเมศวร์ตักให้คุณท่านสิคะ ตักผัดผักด้วยค่ะ เมื่อกี้หนูแอบถามแม่บ้านมาเห็นบอกว่าคุณท่านชอบทานผัดผักมาก เห็นว่าสั่งให้ทำเกือบทุกวันเลย” เธอแอบถามแม่บ้านในครัวมาเพื่อตั้งใจทำคะแนนโดยเฉพาะ แล้วก็ได้รู้ว่าคุณนายบ้านนี้ชอบทานอาหารสุขภาพและรสชาติอ่อน ๆ

“รู้มากจริง” หญิงวัยกลางคนขมวดคิ้วก่นคำบ่นใส่แฟนลูกชาย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ลูกศรเสียกำลังใจเพราะการเข้าหาผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ

ราเมศวร์เลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ เพราะไม่เคยชินกับการตักอาหารให้ใคร ปกติมื้อเย็นเขามักจะทานคนเดียวนอกเสียจากต้องไปคุยธุระกับลูกค้าถึงจะมีเพื่อนร่วมโต๊ะ ยิ่งต้องทานข้าวกับแม่นี่ยิ่งหาได้ยาก เพราะตั้งแต่พ่อเสียซึ่งอยู่ในช่วงวัยที่โตเป็นหนุ่มพอดีเขาก็แยกออกมาอยู่ตามลำพัง มีหลายครั้งที่แม่บ่นคิดถึงให้มาเจอหน้ากันแต่เขากลับไม่เคยมีเวลาให้

“ผัดผักครับแม่ ทานเยอะ ๆ นะครับ จะได้แข็งแรงโตไว ๆ อันนี้ด้วยครับ” ชายหนุ่มตักของโปรดใส่จานคนเป็นแม่และวายกำชับเหมือนคำตอนเด็กที่แม่ชอบพูดให้ฟังประจำ

คนที่ไม่เคยได้รับก็ถึงกับแน่นิ่งไปชั่วขณะ คนเป็นแม่น้ำตารื้นเพราะสัมผัสถึงความอบอวลอย่างที่โหยหามาตลอด แม้ว่านี่จะไม่ใช่การทานข้าวระหว่างสองแม่ลูกอย่างที่ต้องการเพราะมีแฟนลูกชายที่ตนตั้งแง่อคติอยู่ด้วย ทว่าในความรู้สึกภายในใจนั้นไม่ได้แย่เลย

ไม่แย่แถมยังดีมาก ๆ อีกต่างหาก...

“ฉันรู้เรื่องแม่ของเธอจากตาเมศวร์แล้ว เสียใจด้วยนะ” คุณนายรินลณีเอ่ยขึ้นทอดสายตามองไปยังแฟนลูกชายที่ยังมีร่องรอยบาดแผลและอาการบาดเจ็บให้เห็น

เจ้าหล่อนรับรู้จากลูกชายว่าก่อนหน้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ตอนนั้นยังอคติและคิดว่าเป็นแค่ความสัมพันธ์หลอกประโลมจึงไม่คิดไปร่วมงาน แต่พอเห็นบาดแผลก็อดที่จะแสดงความเสียใจไม่ได้ ราเมศวร์เล่าให้ฟังว่าลูกศรมีแม่เพียงคนเดียว เธอรู้สึกสะท้อนใจและเห็นใจที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว

แม้จะมีอคติแต่ก็ไม่ได้ใจจืดใจดำที่จะเมินเฉยกับความสูญเสีย

“ขอบคุณค่ะคุณท่าน หนูพอทำใจได้แล้ว แล้วก็โชคดีมากที่คุณเมศวร์คอยให้กำลังใจ” เรื่องนี้ไม่ได้เกินจริงและไม่ใช่การเล่นละครบังหน้า

หลังงานเผาแม่จบราเมศวร์ก็อยู่เคียงข้างเธอตลอด เธอยังแปลกใจจนถึงทุกวันนี้ที่เขาดีกับเธอจนเกินไป มันเกิดความรู้สึกที่ประกายขึ้นมาเล็ก ๆ หากแต่เธอกลับพยายามคิดเพียงว่าเขาทำไปเพราะเป็นเจ้านายที่ดีเท่านั้น

ราเมศวร์ให้กำลังใจ อยู่เคียงข้าง เธอเลยไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง ราวกับว่าเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เธอสามารถพึ่งพิงได้

“ก็คนแถวนี้ขี้แยน่ะสิ” ชายหนุ่มพูดเย้า

“ศรไม่ขี้แยสักหน่อย”

“แล้วใครที่แอบไปร้องไห้คนเดียว”

“แม่เสียนะคะ ก็ต้องร้องไห้เป็นธรรมดาไหม” หญิงสาวยู่หน้าใส่ แต่เธอกลับได้รับสีหน้ายียวนส่งกลับมาจนอดไม่ได้ที่จะยื่นกำปั้นไปทุบที่แขนของเขาเบา ๆ

และนี่ก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ที่ความสนิทสนมระหว่างเธอและราเมศวร์ขยับใกล้ชิดมาอีกขั้น เธอกล้าที่จะพูดเล่นกับเขา กล้าที่จะแสดงอารมณ์ไม่พอใจเวลาที่เขาแกล้งกัน และแม้กระทั่งตอนนี้ที่ยื่นมือไปเกลี่ยรอยเปื้อนที่มุมปากให้เขา

“คุณเมศวร์กินเลอะเทอะ”

“กินเลอะให้เธอเช็ดให้ไง”

“ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะคะ โอ๊ะ...คุณเมศวร์บอกว่าคุณท่านชอบน้ำฝรั่งใช่ไหมคะ แถวบ้านหนูมีขาย คั้นสด ๆ ไม่ผสมน้ำกับน้ำตาลแน่นอนค่ะ เดี๋ยวหนูไปเอามาให้นะคะ” ลูกศรเพิ่งนึกขึ้นได้ ทำท่าจะหยัดตัวลุกขึ้นแต่กลับถูกคนข้างกายกอบกุมมือไว้เสียก่อน

“ไม่ต้อง ให้คนเอามาให้สิ แขนเจ็บอยู่จะทำเองทำไม”

“แขนเจ็บแต่ขาไม่ได้เจ็บนี่คะ เดินไปได้สบายมากค่ะ”

“แต่ก็ต้องใช้มือในการหยิบไหมล่ะ จะดื้อไปถึงไหน”

“งั้นคุณเมศวร์ก็ไปเอาสิคะ ศรเกรงใจคุณป้าเขาน่ะค่ะ คุณเมศวร์ไปเอาให้หน่อยได้ไหม จะได้ให้คุณท่านดื่มตอนนี้เลย”

“นี่กำลังใช้กันเหรอ” ราเมศวร์ชี้นิ้วเข้าหาตัว สายตาหรี่มองหญิงสาวคาดโทษอย่างไม่จริงจังนัก

“ก็ใช่สิคะ ศรพูดกับคุณอยู่”

“เดี๋ยวเถอะ” ชายหนุ่มกดเสียงต่ำแต่ก็ยอมทำตามที่เธอบอก ลุกเดินไปที่ครัวเอาน้ำฝรั่งคั้นสดที่แช่ในตู้เย็นออกมาบริการให้คนเป็นแม่อย่างเอาใจ

“น้ำฝรั่งครับแม่ ร้านนี้อร่อยมากเลยนะครับ ผมลองมาแล้ว สดชื่นหวานกำลังดีเลย”

คนที่ไม่เคยเห็นภาพนี้ก็แทบตกตะลึงก่อนจะปั้นหน้านิ่งขรึมทำทีไม่สนใจ แต่ใครเล่าจะรู้ว่าข้างในเธอบวกคะแนนให้กับว่าที่ลูกสะใภ้ที่ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel