บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ความเสียดายของฉู่หมิงอวี้

คนของหยางกวงยังคงให้เกียรตินางเช่นเดิม ส่วนตัวนางเองก็ไม่คิดจะสร้างความลำบากใจให้แก่พวกเขายินยอมเดินไปขึ้นรถม้าของสกุลหยางแต่โดยดี ยามนี้ในใจของนางเริ่มมีความกังวลแล้วว่าเมื่อไปถึงจวนสกุลหยางนางจะสามารถสู้หน้าแม่สามีของนางได้หรือไม่

ที่ผ่านมามีแค่เพียงฮูหยินผู้เฒ่าของจวนสกุลหยางเพียงเท่านั้นที่ดีต่อนาง นับตั้งแต่เข้าจวนมาไม่เคยมีสักครั้งที่นางจะถูกรังแก ต่อให้หยางกวงคิดรังเกียจนางและเย็นชาต่อนางสักเท่าใด แต่นางก็สามารถอยู่ในจวนสกุลหยางได้อย่างมีความสุขก็เพราะมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยหนุนหลัง

“หากท่านแม่ได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วใบหน้าของบุตรชายนางต้องเสียโฉมก็เพราะฝีมือของข้านางจะคิดกับข้าเช่นไรนะ และครั้งนี้หากนางรู้ว่าหลานชายคนแรกของนางที่อยู่เรือนนอกต้องตายไปเพราะข้า นางจะเกลียดชังและโกรธแค้นข้าหรือไม่” ฉู่หมิงอวี้พึมพำออกมาด้วยความท้อใจ นางไม่ได้หวาดกลัวว่าตนเองจะได้รับการลงทัณฑ์จากสามี แต่นางกำลังกังวลว่าจะทำเช่นไรหากต้องเผชิญหน้ากับแม่สามีของตนเองต่างหาก

“ในเมื่อเจ้ามีความกังวลถึงขั้นนี้ แล้วเหตุใดในยามที่ลงมือจึงไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนลงมือเล่า” หยางกวงเอ่ยถามพลางเปิดผ้าม่านของรถม้าออกแล้วก้าวเท้าเข้ามานั่งในรถม้า ฉู่หมิงอวี้รู้สึกคุ้นชินกับการกระทำของคนผู้นี้มานานแล้ว ไม่เพียงเคลื่อนไหวว่องไวและเงียบเชียวดุจแมวป่าแต่ยังหูดีเป็นที่สุด ตั้งแต่รู้จักกันมาคนที่มีความสามารถในการได้ยินเรื่องซุบซิบในวังหลังมากที่สุดก็น่าจะเป็นเขา

“...” ฉู่หมิงอวี้ไม่คิดจะพูดคุยกับเขา นางในยามนี้ไร้ซึ่งถ้อยคำจะเอื้อนเอ่ยกับเขาแล้ว หยางกวงจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้ส่งสัญญาณให้รถม้าเคลื่อนตัว

“หมิงอวี้ แท้จริงแล้วข้า” หยางกวงยังไม่ทันได้เอ่ยปากได้จบประโยคเขาก็เห็นว่านางกระอักโลหิตออกมาเสียแล้ว

“หมิงอวี้!” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของเขาทำให้นางรีบเงยหน้าขึ้นไปมองเขาในทันที

“บนรถม้าจุดกำยานพิษเอาไว้ ท่านรีบลงไปเถอะ” ฉู่หมิงอวี้เอ่ยพลางเปิดหน้าต่างออกเพื่อระบายกลิ่นกำยาน เมื่อครู่นี้นางมีเรื่องในใจจึงไม่ได้สังเกตว่ากำยานหอมที่ถูกจุดในรถม้ามีปัญหา

“หยุดรถ!” หยางกวงออกคำสั่งแล้วรีบช้อนกายนางขึ้นแล้วพานางลงจากรถม้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าหยางกวงอุ้มนางลงจากรถม้า คนของเขารีบตรงเข้ามาห้อมล้อมเพื่อรักษาความปลอดภัยให้เขาและนางในทันที

“บนรถม้ามีปัญหา” คำพูดของหยางกวงทำให้ลู่เฟิงที่กำลังจะขึ้นไปสำรวจบนรถม้ารีบถอยออกมาแล้วดึงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากปิดจมูกก่อนที่จะเข้าไปสำรวจด้านในรถม้าทันที

“หมิงอวี้” หยางกวงเอ่ยปากเรียกนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย นับเป็นครั้งแรกที่หมิงอวี้ได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้จากเขา นางฝืนยกมือขึ้นไปแตะใบหน้าด้านที่สวมใส่หน้ากากอยู่ของเขาแล้วก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านต้องเสียโฉม ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านต้องสูญเสียบุตรชายคนแรกไป” ฉู่หมิงอวี้ฝืนเอ่ยออกมาทั้งที่ยามนี้โลหิตไหลทะลักออกมาจากลำคอจนนางแทบจะสำลัก

“ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปหาหมอ” เขาเอ่ยพลางขยับตัวอุ้มนางขึ้นแล้วก็ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับพิษไปแล้วเช่นเดียวกัน ฉู่หมิงอวี้จ้องมองสีหน้าที่โผล่พ้นหน้ากากของเขาแล้วก็ทอดถอนใจออกมา

“ข้าคงไปหาหมอไม่ทันแล้ว ท่านตรวจดูถุงผ้าของข้าอาจารย์เคยมอบยาถอนพิษทั่วไปให้ข้าพกติดตัวเอาไว้ท่านรีบกินเสีย” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้เขาก็รีบค้นถุงผ้าที่นางแขวนเอาไว้ที่เอวหยิบขวดใส่ยาลูกกลอนออกมา เขาเทยาออกแล้วพบว่าในขวดยาใบเล็กมียาแค่เพียงเม็ดเดียว และเขาก็ไม่รอช้ารีบยัดยาเม็ดนั่นใส่ปากของนางในทันที

“... ไม่ใช่ยาพิษหรอก” ฉู่หมิงอวี้ส่ายหน้าพลางอมยาเม็ดนั้นเอาไว้แต่เขากลับตอบมาด้วยน้ำเสียงอันเคร่งเครียด

“รู้แล้วว่าไม่ใช่ยาพิษ ข้าจึงได้ให้เจ้ากินอย่างไรเล่า อมยาไว้ทำไมกลืนลงไปเสีย” ทั้งน้ำเสียงและสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างไร้ความเสแสร้งของเขา ทำให้ในใจของนางพลันมีความรู้สึกหลากหลายขึ้นมาในทันที ทั้งซาบซึ้ง ทั้งอบอุ่นใจ และที่ขาดไม่ได้ก็คือความสงสัยว่าเหตุใดสามีของนางจึงได้มีท่าทีเป็นห่วงเป็นใยนางเช่นนี้

แม้ว่าในใจจะอดรู้สึกสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเขาจึงได้มีท่าทีเป็นห่วงเป็นใยนางเช่นนี้แต่นางก็เหลือเวลาไม่มากแล้วจึงได้ตัดสินใจออกแรงเฮือกสุดท้ายยกแขนขึ้นไปเกาะรอบคอของเขาแล้วดึงร่างกายอันหนักอึ้งของตนเองขึ้นกดริมฝีปากของตนเองแนบไปกับริมฝีปากของเขา อาศัยช่วงเวลาที่เขายังคงตกตะลึงอยู่ใช้เรียวลิ้นดันยาเม็ดนั้นเข้าไปในช่องปากของเขาทันที นางไม่แน่ใจเท่าใดนักว่ายาเม็ดนี้จะได้ผลหรือไม่แต่นางก็อยากให้เขารอดชีวิต คนเช่นเขามีเรื่องให้ต้องทำอีกตั้งมากมาย คนที่สมควรตายควรจะเป็นนางเสียมากกว่า

“อื้อ” ความดื้อรั้นของหยางกวงมีมากขนาดไหนนางรู้ดีมากที่สุด เขาพยายามดึงร่างนางออกและใช้ลิ้นดันยาเม็ดนั้นคืนกลับมาให้นาง แต่นางกลับไม่ยอมแพ้พยายามดันยาเม็ดนั้นคืนกลับไป คนสองคนต่อสู้กันด้วยเรียวลิ้นและริมฝีปากอยู่เช่นนั้นจนยาลูกกลอนเม็ดนั้นเริ่มละลายกระจายความขมไปทั่วริมฝีปาก

“แค่ก แค่ก ท่านแม่ทัพ ควรจะพาฮูหยินไปหาหมอก่อนดีหรือไม่” เสียงกระแอมไอและเสียงทัดทานด้วยความขัดเขินของลู่ฝานทำให้สุดท้ายฉู่หมิงอวี้ที่แม้ว่าใกล้ตายแล้วแต่ยังอยากหลงเหลือหน้าตาให้ตนเองอยู่ยินยอมกลืนยาเม็ดนั้นลงคอไปในที่สุด ยามนี้ร่างกายของนางสิ้นไร้เรี่ยวแรงจนเอนกายซบไปบนตัวของเขาแล้ว หยางกวงโอบกอดนางเอาไว้อย่างแนบแน่นแล้วพยายามฝืนร่างกายของตนเองอุ้มนางขึ้นมา

“ท่านแม่ทัพ” เสียงเรียกด้วยความแตกตื่นของลู่ฝานทำให้หยางกวงก้มลงมาจ้องมองนางในทันที กลิ่นคาวโลหิตที่คละคลุ้งออกจากร่างของนางทำให้เขาร้อนใจจนต้องรีบเดินไปยังทิศที่ตั้งของจวนอย่างเร่งรีบ

“ไม่ทันแล้ว ท่านน่าจะช่วยข้าไม่ทันแล้ว” ฉู่หมิงอวี้เอ่ยออกมาเมื่อรับรู้ได้ว่าช่วงล่างของนางหลั่งโลหิตออกมามากกว่าปกติ

“ข้าเป็นต้นเหตุให้สตรีของท่านและบุตรชายของท่านต้องตาย ยามนี้ข้าได้ชดใช้คืนท่านแล้วนะ...ชดใช้คืนด้วยชีวิตของข้าและลูกในท้องของข้า” ฉู่หมิงอวี้เอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตานางฝืนกลืนโลหิตลงไปแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงอันอ่อนแรง

“หนี้แค้นเรื่องความตายของคนในเรือนนอกถือว่าข้าชดเชยให้ท่านแล้วส่วนหนี้แค้นในเรื่องอื่นเอาไว้ข้าค่อยชดเชยคืนท่านในชาติหน้าก็แล้วกัน” ฉู่หมิงอวี้ฝืนใจเอ่ยกระซิบออกมาเสียงเบา นางแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงเพียงพอที่จะพูดออกมาแล้วแต่นางรู้ดีว่าแม้ว่านางจะพูดเสียงเบาเช่นนี้เขาก็ย่อมจะยังได้ยิน

“ไม่! เจ้าจะมาชดเชยหนี้แค้นให้ข้าเช่นนี้ไม่ได้ หมิงอวี้ เจ้าอย่าจากข้าไปเช่นนี้” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความร้อนรนของเขาทำให้ฉู่หมิงอวี้ทอดถอนใจออกมา

ไม่ว่านางจะทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจเขาแม้แต่การทำเพื่อเขาครั้งสุดท้ายเขาก็ยังไม่ยอมลงให้นางเลย แต่จะทำอย่างไรได้เล่าชีวิตนี้ของนางคงจะต้องจบสิ้นลงเพียงเท่านี้แล้ว ที่น่าเสียดายก็คือลูกที่ยังไม่ทันได้เกิดของนาง หากนางรู้จักเลือกคบคนมากกว่านี้ หากนางรู้เท่าทันผู้อื่นมากกว่านี้ วันนี้ทั้งนางและลูกที่ยังอยู่ในท้องก็คงจะไม่ต้องตกมาอยู่ในสภาพนี้

แม้ว่านางจะเป็นองค์หญิงที่ไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ทั้งองค์ก่อนหน้าและองค์ปัจจุบัน แต่นางก็คือองค์หญิงที่มีศักดิ์และฐานะสูงสุดเมื่อเทียบกับองค์หญิงพระองค์อื่นของราชวงศ์ การวางตัวและเลือกคบหาผู้คนของนางควรจะต้องมีความระมัดระวังมากกว่านี้ ถ้อยคำตำหนิที่พี่ชายของนางตำหนิลงมาล้วนเป็นความจริงทุกประการชีวิตของนางต้องลงเอยเช่นนี้ล้วนเป็นเพราะตัวนางเองทั้งสิ้น แต่จะให้นางทำอย่างไรได้ชีวิตนี้ของนางได้ทำผิดพลาดไปตั้งมากมาย ต่อให้วันนี้นางสามารถรอดตายไปได้นางก็มั่นใจว่าคงไม่อาจจะชดเชยความผิดของตนเองได้ทั้งหมด

“หมิงอวี้...” เสียงเรียกชื่อของนางเริ่มเลือนรางไปเรื่อยๆ อ้อมกอดของสามีไม่เคยอบอุ่นเท่านี้มาก่อน แต่ยามนี้ร่างกายของนางกลับเริ่มสิ้นไร้ความรู้สึกไปแล้ว สิ่งเดียวที่นางรู้สึกได้ในยามนี้ก็คือความเสียใจในสิ่งที่เคยทำลงไปเพียงเท่านั้น น่าเสียดายที่ต่อให้นางคิดตกแล้วแต่นางก็ไม่มีโอกาสได้แก้ไขในสิ่งที่นางเคยกระทำลงไปแล้วได้เลย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel