บทย่อ
"ฉันกรีดร้องพลางสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย สองมือยกขึ้นบีบคอตัวเองอย่างแรง ลูบคลำหาบาดแผลที่ไม่มีอยู่จริงอย่างบ้าคลั่ง หัวใจเต้นกระแทกเข้ากับทรวงอกเหมือนอีกวินาทีต่อจากนี้มันจะพุ่งทะลุกระดูกซี่โครงออกมา ความรู้สึกนั้นสมจริงเกินไป ทั้งกลิ่นคาวเน่าเหม็นของเนื้อหนังที่ผุพัง ดวงตาสีเทาขุ่นมัว และสัมผัสของเขี้ยวแหลมที่กัดฝังลงบนแขนฉันอย่างแรง ส่วนฉันก็ทำได้เพียงทุบประตูบ้านอย่างสิ้นหวัง ร้องไห้ตะโกนขอให้เดวิดเปิดประตูให้เข้าไป “เอ็มม่า? บ้าชะมัด คุณเป็นอะไรไปอีก?” เสียงของเดวิดที่เต็มไปด้วยความงัวเงียและความรำคาญดังมาจากข้างตัวฉัน ฉันหันไปมองสามีของตัวเอง แสงจันทร์สลัวลอดผ่านผ้าม่านห้องนอนเข้ามา ใบหน้าของเขากลับทำให้ฉันรู้สึกแปลกหน้าอย่างบอกไม่ถูก มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ที่ความอบอุ่นในแววตาของเขาหายไปจนหมดสิ้น “แค่ฝันร้ายน่ะ” ฉันพูดเสียงเบา แต่น้ำเสียงยังสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาพลิกตัวหันหลังให้ฉัน “งั้นก็เงียบหน่อย บางคนพรุ่งนี้เช้ายังมีประชุมสำคัญ” ฉันนั่งอยู่คนเดียวในความมืด ชีพจรยังเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง นั่นไม่ใช่แค่ฝันร้ายธรรมดา มันไม่มีทางเป็นแค่ฝันร้ายได้ รายละเอียดในนั้นชัดเจนเกินไป…ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงเสียจนทำให้ขนลุก ในฝัน ข่าวเริ่มแพร่กระจายในเช้าวันอังคาร อีกสามสัปดาห์ข้างหน้า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ พอถึงวันศุกร์ เชื้อไวรัสก็แพร่กระจายมาถึงชายฝั่งตะวันตกของอเมริกาแล้ว ภายในสิบวัน คนตายเริ่มลุกขึ้นมาเดินได้อีกครั้ง และเดวิด…เป็นคนลงมือขังฉันไว้นอกบ้านด้วยตัวเอง บ้านของเราอยู่ในกรีนวูดฮิลส์ ชุมชนหรูแบบปิดที่อยู่ห่างจากซีแอตเทิลประมาณสี่สิบนาที เขาไม่ยอมให้ฉันเข้าไป แต่กลับเปิดประตูให้ผู้หญิงอีกคนเข้าบ้านแทน ผู้หญิงผมบลอนด์สีน้ำผึ้ง ที่เสียงหัวเราะฟังคุ้นหูอย่างน่าขนลุกคนนั้น"
บทที่ 1
ฉันกรีดร้องพลางสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย
สองมือยกขึ้นบีบคอตัวเองอย่างแรง ลูบคลำหาบาดแผลที่ไม่มีอยู่จริงอย่างบ้าคลั่ง หัวใจเต้นกระแทกเข้ากับทรวงอกเหมือนอีกวินาทีต่อจากนี้มันจะพุ่งทะลุกระดูกซี่โครงออกมา
ความรู้สึกนั้นสมจริงเกินไป
ทั้งกลิ่นคาวเน่าเหม็นของเนื้อหนังที่ผุพัง ดวงตาสีเทาขุ่นมัว และสัมผัสของเขี้ยวแหลมที่กัดฝังลงบนแขนฉันอย่างแรง
ส่วนฉันก็ทำได้เพียงทุบประตูบ้านอย่างสิ้นหวัง ร้องไห้ตะโกนขอให้เดวิดเปิดประตูให้เข้าไป
“เอ็มม่า? บ้าชะมัด คุณเป็นอะไรไปอีก?”
เสียงของเดวิดที่เต็มไปด้วยความงัวเงียและความรำคาญดังมาจากข้างตัวฉัน
ฉันหันไปมองสามีของตัวเอง
แสงจันทร์สลัวลอดผ่านผ้าม่านห้องนอนเข้ามา ใบหน้าของเขากลับทำให้ฉันรู้สึกแปลกหน้าอย่างบอกไม่ถูก
มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ที่ความอบอุ่นในแววตาของเขาหายไปจนหมดสิ้น
“แค่ฝันร้ายน่ะ” ฉันพูดเสียงเบา แต่น้ำเสียงยังสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
เขาพลิกตัวหันหลังให้ฉัน
“งั้นก็เงียบหน่อย บางคนพรุ่งนี้เช้ายังมีประชุมสำคัญ”
ฉันนั่งอยู่คนเดียวในความมืด ชีพจรยังเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
นั่นไม่ใช่แค่ฝันร้ายธรรมดา
มันไม่มีทางเป็นแค่ฝันร้ายได้
รายละเอียดในนั้นชัดเจนเกินไป…ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงเสียจนทำให้ขนลุก
ในฝัน ข่าวเริ่มแพร่กระจายในเช้าวันอังคาร อีกสามสัปดาห์ข้างหน้า
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่
พอถึงวันศุกร์ เชื้อไวรัสก็แพร่กระจายมาถึงชายฝั่งตะวันตกของอเมริกาแล้ว
ภายในสิบวัน คนตายเริ่มลุกขึ้นมาเดินได้อีกครั้ง
และเดวิด…เป็นคนลงมือขังฉันไว้นอกบ้านด้วยตัวเอง
บ้านของเราอยู่ในกรีนวูดฮิลส์ ชุมชนหรูแบบปิดที่อยู่ห่างจากซีแอตเทิลประมาณสี่สิบนาที
เขาไม่ยอมให้ฉันเข้าไป
แต่กลับเปิดประตูให้ผู้หญิงอีกคนเข้าบ้านแทน
ผู้หญิงผมบลอนด์สีน้ำผึ้ง ที่เสียงหัวเราะฟังคุ้นหูอย่างน่าขนลุกคนนั้น
ท้องของฉันบิดเกร็งอย่างรุนแรง
ไม่ใช่แค่เพราะฝันนั่น
แต่ยังเป็นเพราะอีกเรื่องหนึ่ง
เรื่องที่ฉันจงใจมองข้ามมาตลอดหลายเดือน
ฉันค่อย ๆ ลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินไปยังห้องทำงานของเดวิด
เขาไม่เคยล็อกห้องทำงานเลย
จะล็อกไปทำไมกัน?
ฉันเป็นภรรยาของเขา เขาไว้ใจฉัน
หรือบางที…เขาอาจแค่ไม่เคยคิดว่าฉันฉลาดพอจะค้นพบอะไรได้
โน้ตบุ๊กของเขาวางอยู่บนโต๊ะ แถมยังอุ่นอยู่เลยด้วยซ้ำ
ดูเหมือนคืนนี้เขาจะ “ทำงานล่วงเวลา” อีกแล้ว อย่างน้อย…นั่นคือสิ่งที่เขาบอกฉัน
ฉันเปิดคอมพิวเตอร์ ไม่มีรหัสผ่าน
ยิ่งตอกย้ำความหยิ่งผยองของเขาเข้าไปอีก
หน้าจอสว่างขึ้น ค้างอยู่ที่หน้าอีเมล
แล้วฉันก็เห็นมัน บทสนทนาอีเมลที่อยู่บนสุดจากคนชื่อ “เมลิสซา”
แค่ข้อความตัวอย่างที่โผล่ขึ้นมา ก็ทำให้ร่างทั้งร่างของฉันเย็นเฉียบ
— “รอสุดสัปดาห์นี้แทบไม่ไหวแล้ว ยังจองที่เดิมใช่ไหม? รักคุณนะ”
มือของฉันเริ่มสั่น
ฉันเลื่อนอ่านลงไปเรื่อย ๆ ทีละฉบับ…ทีละฉบับ
ทั้งวางแผนเดต ทั้งคุยกันว่าจะปิดบังฉันยังไง ทั้งพูดถึงว่าฉัน “เกาะติดเขาเกินไป”
พูดถึงว่าฉัน “ไม่เคยเข้าใจเขาเลย”
กระทั่งพูดถึงว่า เขาแค่กำลังรอจังหวะเหมาะ ๆ เพื่อทิ้งฉันไป
แต่เขาไม่มีวันจากไปจริง ๆ หรอก
เพราะเดวิดรักบ้านของเรา
คฤหาสน์ห้าห้องนอนหลังใหญ่ มีโรงจอดรถสามคัน แถมยังมีสระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิ
และบ้านหลังนั้น…ซื้อด้วยเงินจากกองทุนทรัสต์ของฉัน
ฉันค่อย ๆ ปิดคอมพิวเตอร์ สมองหมุนเร็วอย่างบ้าคลั่ง
ความฝันนั้น การนอกใจครั้งนี้
หรือว่านี่คือหายนะสองเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย?
หรือจริง ๆ แล้ว…มันมีความเชื่อมโยงกันมาตั้งแต่แรก
ฉันเดินเข้าไปในครัว มือสั่นเทาในขณะรินน้ำให้ตัวเองหนึ่งแก้ว
เงาสะท้อนของฉันปรากฏอยู่บนหน้าต่างสีดำมืด
ผู้หญิงวัยสามสิบสองปี ผมยาวสีน้ำตาลยุ่งเหยิงเพราะเพิ่งตื่นนอน
ดวงตาสีเขียวเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ฉันบ้าไปแล้วหรือเปล่า?
หรือจิตใต้สำนึกของฉันกำลังพยายามเตือนอะไรบางอย่างกันแน่?
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ค้นหาคำว่า “การระบาดของไวรัส” พร้อมใส่วันที่ของวันนี้ลงไป
ไม่มีอะไรผิดปกติ มีแต่ข่าวแนวเฝ้าระวังด้านสาธารณสุขทั่วโลกที่ดูเหมือนกันไปหมด
แต่จู่ ๆ ฉันก็นึกถึงรายละเอียดหนึ่งในฝันขึ้นมาได้ รายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงจนน่ากลัว
สถานที่ที่ไวรัสระบาดเป็นแห่งแรก คือสถาบันวิจัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
ช่วงแรก ผู้คนคิดว่ามันเป็นแค่โรคพิษสุนัขบ้ากลายพันธุ์
ส่วนผู้ติดเชื้อรายแรก เป็นนักวิจัยในห้องแล็บชื่อ ดร.สมพร
ฉันค้นหาอีกครั้ง คราวนี้ ฉันพิมพ์คำว่า “กรุงเทพฯ สถาบันวิจัย พิษสุนัขบ้า”
มีผลลัพธ์เพียงอันเดียว
มันคือข่าวสั้น ๆ จากเว็บไซต์ข่าวของไทย ลงข่าวไว้เมื่อวานนี้
นักวิจัยคนหนึ่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หลังสัมผัสเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าดัดแปลงโดยไม่ตั้งใจ
ขณะนี้ทั้งสถาบันวิจัยถูกปิดกักกันแล้ว
และชื่อนักวิจัยคนนั้นก็คือ—
ดร.สมพร จิตประเสริฐ
แก้วน้ำหลุดจากมือฉัน“เพล้ง—!”
มันแตกกระจายลงบนพื้นกระเบื้องอย่างแรง
ทั้งหมดนี่เป็นเรื่องจริง
ความฝันนั้น…เป็นเรื่องจริงจริง ๆ

