CHAPTER 9 ยังลืมไม่ได้
ทะเลรู้สึกกระวนกระวายใจไม่น้อย เมื่อทราบข่าวว่าปัญปวีณ์ไม่สบาย ช่วงนี้เขายุ่งกับงานจนแทบไม่มีเวลาไปตามตอแยเหมือนเคย
กริ๊ง
“รู้แล้วจะกดอะไรนักหนา” ปัญปวีณ์บ่นพลางเดินไปเปิดประตูห้อง แต่ทันทีที่เห็นคนตรงหน้าเธอก็ถึงกับชะงัก
“ผู้จัดการบอกว่าเธอไม่สบาย ฉันผ่านมาพอดีเลยแวะมาเยี่ยม” พูดจบชายหนุ่มก็เดินดันตัวเข้ามาในห้องราวกับเป็นเจ้าของสถานที่
“คุณรู้ได้ยังไงว่าปันอยู่ที่นี่”
“ฉันถามเพื่อนเธอ” ชายหนุ่มตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ แล้วยกมือขึ้นแตะหน้าผากของหญิงสาวเบาๆ พร้อมสำรวจใบหน้าที่ดูซีดเซียว
“ไม่เป็นอะไรแล้ว คุณกลับไปได้” เธอรีบถอยห่าง พลางหลบสายตาเขา
“ฉันซื้อโจ๊กมา กินก่อนสิ” เขายกถุงอาหารในมือขึ้น ก่อนจะเดินตรงไปทางห้องครัวอย่างคุ้นเคย
หญิงสาวยืนมองแผ่นหลังกว้างของเขาด้วยความงุนงง คนตรงหน้าทำตัวราวกับนี่คือบ้านของตัวเองเสียอย่างนั้น
ระหว่างที่ปัญปวีณ์เข้าไปในห้องน้ำ ทะเลก็แอบกวาดสายตามองไปรอบๆ คอนโดของหญิงสาวอย่างเงียบๆ ไม่นานร่างสูงก็เดินเข้าไปในห้องนอน ทุกอย่างภายในห้องถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย
แต่แล้วสายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับพวงกุญแจรูปดาวที่วางอยู่บนหัวเตียง “นี่มัน...”
ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับกำลังนึกถึงอะไรบางอย่างจนเขาลืมไปแล้วว่าเคยมีสิ่งนี้
“เข้ามาทำอะไรในห้องของปัน!” เสียงของหญิงสาวดังขึ้นจากหน้าประตู ทำให้ทะเลหันกลับไปมองทันที
แต่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวตกใจยิ่งกว่าเดิม คือพวงกุญแจรูปดาวในมือของเขา เธอรีบวิ่งเข้ามาแย่งของชิ้นนั้นกลับไปทันที
“นี่มันของฉันหนิ” เขาถึงกับนิ่งคิดว่ามันหายไปแล้ว
“คุณมั่นใจได้ยังไง” เธอรีบทำหน้าให้เป็นปกติ กลัวว่าเขาจะจับพิรุจได้
ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวจนหญิงสาวต้องถอยหลังหนี กระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องชายหนุ่มยกมือทั้งสองข้างขึ้นเท้าไว้บนผนังห้อง กักเธอเอาไว้ในอ้อมแขน
“ยังลืมฉันไม่ได้จริงๆ สินะ”
“อย่าหลงตัวเอง” หญิงสาวรีบเบือนหน้าหนี ไม่ยอมสบตาเขา
ทะเลยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะมองสำรวจใบหน้าสวยตรงหน้า ที่สวยขึ้นขนาดนี้น่าจะเป็นเพราะคำพูดของเขาในเมื่อก่อน
“ที่เธอสวยขึ้นขนาดนี้ ก็เพราะอยากให้ตัวเองคู่ควรกับฉันไม่ใช่เหรอ”
“อย่ามาเลอะเทอะ รอบตัวฉันมีผู้ชายตั้งเยอะแยะ ทำไมฉันต้องมาจมปลักอยู่กับคุณด้วย” ปัญปวีณ์รีบเถียงกลับทันที สิ้นประโยคนั้นแววตาของทะเลพลันแข็งกร้าวขึ้น
“ปัญปวีณ์!”
น้ำเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย เขาจ้องหน้าเธอเขม็ง ราวกับไม่พอใจกับคำพูดเมื่อครู่
“ฉันเหนื่อยอยากพักผ่อน เชิญคุณกลับไปเถอะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบา พลางหลบสายตาของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองพวงกุญแจรูปดาวในมือเธอ เขาถอนหายใจอย่างหงุดหงิดที่หญิงสาวทำเหมือนไม่อยากอยู่ใกล้เขา
“งั้นก็คืนของฉันมา” น้ำเสียงของเขาแฝงความน้อยใจอย่างปิดไม่มิด หญิงสาวเงยหน้ามองเขานิ่งๆ ก่อนจะก้มลงมองของในมือ
“เอาคืนไป” เธอจับมันยัดใส่มือของเขา ก่อนจะผลักร่างสูงให้ออกห่าง
“ฉัน...” ชายหนุ่มชะงักไปคำพูดมากมายติดอยู่ในลำคอ เขาไม่ได้ตั้งใจจะทวงของชิ้นนั้นคืนเลยสักนิด
แต่ก่อนที่เขาจะอธิบายอะไร ปัญปวีณ์ก็หันหน้าหนีเสียแล้ว ชายหนุ่มก้มมองพวงกุญแจรูปดาวในมือแน่น ความรู้สึกหนักอึ้งบางอย่างค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ
หลายวันผ่านไปอาการของปัญปวีณ์ค่อยๆ ดีขึ้น ช่วงนี้เธอรับงานน้อยลง เพราะต้องทำหน้าที่พรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทของทะเลเป็นหลัก
“นี่ สนใจฉันหน่อยได้ไหม” กวินโบกมือไปมาตรงหน้าหญิงสาว เมื่อเห็นว่าเธอกำลังเหม่อลอย
“พูดมาสิ” เธอหันกลับมามองเพื่อนอย่างเสียไม่ได้
“วันนั้นที่ฉันป่วย ฉันเจอคุณทะเลด้วยนะ”
“วันไหน”
“ก็วันที่ฉันมาถ่ายแบบกับเธอไม่ได้ไง วันนั้นฉันไปดื่มที่ผับ แล้วบังเอิญเจอเขาพอดี” กวินเอนตัวพิงเก้าอี้
“อย่าพูดถึงคนอื่นได้ไหม” เธอเอ่ยตัดบททันทีราวกับไม่อยากให้ชื่อของเขาเข้ามาวนเวียนอยู่ในความคิดอีก
“ทำไมพอพูดถึงคุณทะเลทีไร เธอต้องทำหน้าแบบนี้ตลอด” กวินเลิกคิ้วอย่างสงสัย
“ไม่มีอะไร”
“หรือเธอแอบชอบเขาเห็นว่าเรียนที่เดียวกัน เขามีฝาแฝดเธอชอบพี่หรือน้อง” กวินทำหน้าเหมือนอยากรู้
“ไม่ได้ชอบ” หญิงสาวรีบปฏิเสธ ก่อนจะตักขนมชิ้นใหญ่ยัดใส่ปากเพื่อน
“อื้อ!” กวินรีบจับมือเธอไว้ พลางมองค้อน
“กินขนมไปเยอะๆ จะได้เลิกพูดมาก” ปัญปวีณ์ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มบางๆ ส่วนกวินได้แต่นั่งเคี้ยวขนมเงียบๆ อย่างจนใจ
จังหวะนั้นเองทะเลที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้านก็เห็นภาพปัญปวีณ์กำลังป้อนขนมให้กวินพอดี ใบหน้าของเขานิ่งสนิท แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ชายหนุ่มรีบเดินตรงมาที่โต๊ะของทั้งสองคนทันที
“มาพลอดรักกันในร้านอาหาร ไม่กลัวคนอื่นจะเห็นหรือไง” แม้จะพยายามควบคุมอารมณ์ แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังเย็นเยียบจนน่ากลัว
“คุณทะเล” กวินเป็นฝ่ายเอ่ยทักขึ้นมาก่อน
ทะเลหันไปมองชายหนุ่มเพียงแวบเดียว ก่อนจะพูดเสียงเรียบ “ออกไป ฉันมีเรื่องจะคุยกับปัญปวีณ์”
“ห้ามออกไปนะ” เธอรีบหันไปคว้าแขนเพื่อนไว้ทันที ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้เขาเป็นอย่างมาก
“ออกไป” ทะเลพูดซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม
“กวิน” หญิงสาวทำเสียงออดอ้อน หวังให้เพื่อนอยู่เป็นพวก
กวินมองสลับไปมาระหว่างคนทั้งคู่ ก่อนจะสังเกตเห็นแววตาของทะเลที่กำลังจ้องปัญปวีณ์ไม่วาง แววตาแบบนั้นไม่ใช่สายตาของคนรู้จักธรรมดาอย่างแน่นอน
“เธอเคลียร์กับเขาก่อนแล้วกัน” พูดจบกวินก็รีบลุกออกจากโต๊ะ ทิ้งให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนตึงเครียดขึ้นในทันที
“ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหม ให้ระวังเรื่องภาพลักษณ์” ทันทีที่เหลือกันเพียงสองคน ทะเลก็เปิดประเด็นขึ้นมาทันที
“ปันกับกวินไม่ได้ทำเรื่องเสียหายสักหน่อย” เธอเชิดหน้าขึ้น เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“ปัญปวีณ์ เมื่อก่อนเธอไม่ใช่คนปากเก่งแบบนี้” เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ความขี้อายของหญิงสาวหายไปไหนหมด
“เมื่อก่อนกับตอนนี้มันเหมือนกันที่ไหน แล้วคุณเป็นอะไร ทำตัวเหมือนตามหึงหวงเมีย”
ทันทีที่คำว่าเมียหลุดออกจากปาก หญิงสาวก็รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงในทันที
ส่วนทะเลที่นั่งอยู่ตรงหน้าถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนั้นจากเธอ เขานิ่งสายตากำลังจับจ้องแค่เธอ
“...” ชายหนุ่มอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายกลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา สายตาของเขายังคงจับจ้องใบหน้าที่กำลังแดงระเรื่อของหญิงสาวไม่วาง จนเธอเริ่มทำตัวไม่ถูก
“พี่ทะเลพาสาวที่ไหนมาทานข้าวเหรอ” เสียงสดใสของสายลมดังขึ้น ทำให้ทั้งทะเลและปัญปวีณ์หันไปมองพร้อมกัน ข้างกายของเด็กสาวยังมีไข่มุกผู้เป็นมารดาเดินมาด้วย
“คุณแม่ สายลม” ทะเลเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสอง ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ไม่ยอมกลับบ้านอ้างแต่ว่างานยุ่ง ที่แท้มานั่งทานข้าวกับสาวสวยนี่เอง” ไข่มุกมองลูกชายสลับกับหญิงสาวตรงหน้า พลางหัวเราะเบาๆ
“ผมงานยุ่งจริงๆ” เขารีบพูดขึ้น แต่สายลมกลับเดินเข้ามาใกล้โต๊ะด้วยสีหน้าสนอกสนใจ
“พี่ทะเล หน้าแดงด้วยนะ”
“สายลม” ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ
ส่วนปัญปวีณ์ที่นั่งอยู่ถึงกับทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอคนในครอบครัวของเขา ซึ่งหญิงสาวรู้จักสายลมบ้าง เธอรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที
“ปันขอตัวก่อนนะคะ เชิญพวกคุณตามสบายเลยค่ะ” พูดจบหญิงสาวก็รีบคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกไปจากตรงนั้นทันที
“ปัญปวีณ์!” ทะเลรีบเรียกชื่อเธอ แต่หญิงสาวกลับเร่งฝีเท้าราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง
เขาถอนหายใจออกมาเพราะยังไม่เคลียร์เรื่องที่เธอออกมาทานข้าวกับผู้ชายคนอื่น พอหันมองแม่กับน้องสาวเขายิ่งไม่สบอารมณ์
“คุณแม่ว่าเรามาผิดจังหวะแน่ๆ เลย” สายลมหัวเราะคิกคัก พลางมองตามแผ่นหลังของปัญปวีณ์ที่เดินออกไป
“ทำไมต้องหงุดหงิดขนาดนั้นด้วยทะเล ทะเลาะกันเหรอ” ไข่มุกหันกลับมามองลูกชายที่นั่งหน้านิ่งอยู่ตรงหน้า
“ไม่มีอะไร เอาไว้เจอกันที่บ้านนะครับ” เขาลุกออกไปทันที
ทะเลรีบเดินออกมาจากร้าน หวังจะตามปัญปวีณ์กลับไปคุยให้รู้เรื่อง แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มมืดครึ้มลงในทันที
รถของกวินค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถ โดยมีหญิงสาวนั่งอยู่ข้างใน ชายหนุ่มยืนนิ่งสายตาจับจ้องรถคันนั้นจนลับสายตา ความหงุดหงิดและความหึงหวงที่พยายามกดเอาไว้ตลอดทั้งวันพลันปะทุขึ้นมา
ปึก!
หมัดหนักกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรง จนข้อนิ้วแดงเถือก แต่เขาไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดเลยสักนิด
“บ้าฉิบ...” ชายหนุ่มสบถออกมา พลางยกมือขึ้นเสยผมอย่างหัวเสีย
