CHAPTER 5 ปากแข็ง
แสงไฟภายในฮอลล์จัดงานสาดส่องไปทั่วพื้นที่อย่างหรูหรา เสียงดนตรีคลอเบาๆ ผสมกับเสียงพูดคุยของแขกผู้มีเกียรติที่ทยอยเดินทางมาร่วมงานการประมูลเครื่องเพชรเพื่อการกุศล
บริเวณแถวหน้าสุดของเวที ชายหนุ่มสองคนในชุดสูทสีเข้มนั่งอยู่เคียงข้างกัน ทะเลยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่งตามปกติ
“วันนี้นางแบบมีน้องปันปันด้วย” ธาราเอ่ยขึ้นลอยๆ พลางเงยหน้ามองไปทางหลังเวที
“นายเป็นแฟนคลับเขาหรือไง ถึงได้รู้ทุกอย่าง” ทะเลเหลือบมองพี่ชายเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“นิดหน่อยคนสวยใครๆ ก็อยากติดตาม” ธาราหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันมามองคนข้างตัวด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“นายเป็นคนไร้สาระตั้งแต่ตอนไหน”
“ว่าแต่วันนั้นทำไมนายถึงได้ถ่ายงานคู่กับน้องเขา นายแบบคนนั้นที่ป่วยกะทันหัน คงไม่ใช่ฝีมือนายใช่ไหม”
คำถามนั้นทำให้ทะเลชะงักไปครู่หนึ่ง แม้ใบหน้าจะยังคงนิ่งสนิท แต่ภายในใจกำลังว้าวุ่นอย่างประหลาด เขารีบทำหน้านิ่งไม่ให้ดูผิดปกติ
“นายคิดว่าฉันจะทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นเหรอ”
“นายไม่ได้ชอบน้องเขานี่” ธาราหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“ฉันไม่ชอบแล้วนายชอบหรือไง” เขาเงยหน้าจากโทรศัพท์จ้องมองพี่ชายตัวเองด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“นายไม่ชอบฉันจะจีบน้องเขาเอง คนสวยเก่งแบบนี้คุณแม่ต้องชอบแน่ๆ” ธาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับยิ้มมุมปาก
“ตามใจนายสิ” เขาไม่พูดต่อถึงแม้จะหงุดหงิด แต่ไม่อยากให้พี่ชายรับรู้
เสียงปรบมือดังกึกก้องพร้อมกับแสงสปอตไลต์ที่สาดไปยังร่างบางซึ่งกำลังก้าวออกมาจากหลังเวที ปัญปวีณ์ปรากฏตัวในชุดเดรสสีเงินระยิบระยับ เรือนผมยาวสลวยถูกปล่อยลงมารับกับใบหน้าสวยหวาน รอยยิ้มของเธอทำให้ทั้งฮอลล์เหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
“บอกว่าไม่ได้สนใจ แต่สายตานายแทบจะติดอยู่บนเวทีแล้ว” ธาราเหลือบมองอาการของพี่ชายแล้วอมยิ้ม
“เงียบไปเลย” ทะเลตอบสั้นๆ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวไม่เปลี่ยน
ขณะเดียวกันบนเวทีปัญปวีณ์กำลังโพสท่าตามจังหวะดนตรีอย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าเมื่อสายตาของเธอมองลงมายังแถวหน้าและพบกับทะเล
หัวใจของเธอกลับเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ หญิงสาวรีบเบือนหน้าหนี ก่อนจะฝืนยิ้มให้กับกล้องที่กำลังบันทึกภาพ
“เซตเครื่องเพชรที่น้องปันปันสวมใส่อยู่ในคืนนี้ เป็นคอลเล็กชันที่ออกแบบมาเพื่อคู่รักโดยเฉพาะค่ะ ความงดงามและความหรูหราของมันจะช่วยเติมเต็มค่ำคืนพิเศษให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น” พิธีกรยิ้มก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“และสำหรับผู้ชนะการประมูลในค่ำคืนนี้ จะได้รับสิทธิพิเศษร่วมรับประทานอาหารค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับน้องปันปันอีกด้วยค่ะ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ห้าแสนบาท!”
ทันทีที่พิธีกรประกาศจบ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วทั้งฮอลล์ บรรดานักธุรกิจ หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ และแขกผู้มีเกียรติ ต่างยกป้ายประมูลขึ้นแข่งขันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและดุเดือด
“นายนั่งเงียบทำไม” ธาราหันมาถามพี่ชายที่เอาแต่นั่งนิ่งตั้งแต่เริ่มการประมูล
“พวกนั้นแค่อยากกินข้าวกับเธอ ถึงขั้นต้องลงทุนขนาดนั้นเลยเหรอ” ทะเลละสายตาจากเวที ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ก็คนสวยนี่นา ใครๆ ก็อยากใช้เวลาอยู่ด้วย” ธาราหัวเราะเบาๆ พลางยักไหล่
“สองล้านครั้งที่หนึ่ง...” เสียงพิธีกรดังขึ้นอีกครั้ง
ธาราเหลือบมองคนข้างตัวที่ยังไม่มีท่าทีจะขยับ ก่อนจะเอ่ยเตือน “เขาจะปิดการประมูลแล้วนะ”
“นายอยากจีบไม่ใช่เหรอ ลงทุนหน่อยสิ” เขาตอบสั้นๆ ท่าทีไม่ทุกข์ร้อนทำให้ธารานึกหมั่นไส้
“สามล้านบาท”
ทันใดนั้นทั้งฮอลล์พลันตกอยู่ในความเงียบงัน สายตาของแขกทุกคนหันมาจับจ้องชายหนุ่มแถวหน้าราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
แม้แต่พิธีกรยังชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบประกาศด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ไม่คิดว่าคืนนี้บรรยากาศจะคึกคักขนาดนี้
“สามล้านบาทจากคุณผู้ชายด้านหน้าค่ะ! มีใครจะให้ราคาสูงกว่านี้ไหมคะ”
ผู้คนเริ่มซุบซิบกันไปทั่วงาน หลายคนตัดสินใจลดป้ายลง เพราะไม่มีใครอยากสู้ราคากับทายาทหนุ่มชื่อดัง ทว่ามุมหนึ่งของฮอลล์ ชายวัยกลางคนเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงยิ้มมุมปาก ก่อนจะยกป้ายขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
“สามล้านห้าแสน”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศการประมูลที่เหมือนจะจบลงกลับมาดุเดือดกว่าเดิม
“สามห้าแสนครั้งที่หนึ่ง...” พิธีกรยังคงประกาศไปเรื่อยๆ จนใกล้จะครบเวลา
ทะเลที่นั่งนิ่งมาตลอดงานค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไปยังบนเวที ดวงตาคมสบเข้ากับปัญปวีณ์เพียงเสี้ยววินาที แต่หญิงสาวกลับรีบเบือนหน้าหนี ราวกับไม่ต้องการแม้แต่จะมองเห็นเขา
ภาพนั้นทำให้ความรู้สึกบางอย่างพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจของชายหนุ่ม ความคิดร้ายๆ ผุดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ทะเลยกป้ายประมูลขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่หนักแน่นจนดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์
“หกล้าน”
ทันทีที่สิ้นเสียงบรรยากาศภายในงานก็เงียบกริบ ทุกสายตาหันมามองชายหนุ่มแถวหน้าเป็นตาเดียว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะยกป้ายขึ้นแข่งขันต่อ
เสี่ยเจ้าของราคาสามล้านห้าแสนถึงกับนิ่งอึ้ง สีหน้าเต็มไปด้วยความเสียดาย แต่ก็ไม่มีความคิดจะสู้ราคาต่อไป แม้แต่พิธีกรยังเผลออ้าปากค้างอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะรีบเรียกสติกลับมา
“หกล้านบาทครั้งที่หนึ่ง...”
ธาราที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมามองน้องชาย พลางอมยิ้มอย่างรู้ทัน ถึงแม้จะไม่ได้เติบโตมาพร้อมกัน แต่เขารู้ว่าน้องชายกำลังคิดจะทำอะไรต่อจากนี้
“แค่กินข้าวมื้อเดียวต้องทุ่มขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าคุณแม่รู้เข้านายโดนตีแน่”
ทะเลไม่ได้ตอบอะไร เขายังคงจ้องมองไปยังหญิงสาวบนเวทีที่พยายามหลบสายตาของเขา วันนี้เธอสวยมากจนเขาไม่อยากละสายตา
บริเวณห้องพักหลังเวที เสียงดนตรีจากด้านนอกยังคงดังลอดเข้ามาเป็นระยะ แต่บรรยากาศภายในกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด
“แปลกจริงทำไมคุณทะเลถึงประมูลแต่ของที่ปันปันใส่” ลิตาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ดวงตาจับจ้องไปยังภาพการประมูลที่กำลังถ่ายทอดสดอยู่บนหน้าจอ คืนนี้ชายหนุ่มแทบไม่ได้ชายตามองเธอเลยแม้แต่น้อย
“คงหลงเสน่ห์คนอื่นเข้าแล้วมั้ง” นางแบบอีกคนพูดพลางแบะปากอย่างไม่พอใจ ทุกคนในวงการต่างรู้ดีว่าปัญปวีณ์เป็นดาวรุ่งที่มีงานเข้ามาไม่ขาดสาย จนกลายเป็นเป้าสายตาของใครหลายคน
“ก็คนสวย ใครๆ เขาก็อยากอยู่ใกล้ ไม่เหมือนคนแก่ๆ บางคนหรอก” ปัญปวีณ์ผ่านมาได้ยินพอดี เธอชินกับเรื่องเหล่านี้แล้ว คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของลิลลี่เปลี่ยนไปทันที
“อย่าคิดว่าตัวเองสวยแล้วผู้ชายจะยอมทุ่มเงินให้มากมาย เขาอาจเห็นเธอเป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งก็ได้”
ลิตายิ้มเยาะพลางกอดอกมองหญิงสาวตรงหน้า ปัญปวีณ์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ไม่รู้จักกัน แต่สามารถเกลียดกันได้วงการมายานี้น่ากลัวมากๆ
“เหมือนคุณหรือเปล่าล่ะ ที่เป็นของเล่นของพวกคนรวย”
“ฉันไม่ได้เป็นของเล่นของใคร คุณทะเลจริงจังกับฉัน” ลิตาสวนกลับทันควัน ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ
สิ้นประโยคนั้นบรรยากาศภายในห้องก็เงียบลงในทันที นางแบบที่ได้ยินต่างพากันมองมา ปัญปวีณ์มองอีกฝ่ายนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆ
ลิตาเหลือบมองกล่องเครื่องประดับในมือของปัญปวีณ์ ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า
“เอามา ฉันจะเอาไปให้คุณทะเลเอง”
“คืนนี้ฉันต้องไปกินข้าวกับเขา เสียดายจังทำไมคนรักของคุณไม่ประมูลนะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ราวกับจงใจยั่วโมโหอีกฝ่าย
“ไม่จำเป็นหรอก แฟนของฉันไม่ได้อยากกินข้าวกับเธอ” ลิตายิ้มเยาะก่อนกอดอกแน่น รู้สึกเสียหน้าที่ถูกรุ่นน้องเยาะเย้ย
แม้จะพูดราวกับทะเลเป็นคนรักของตัวเอง แต่ปัญปวีณ์ก็ยังคงกอดกล่องเครื่องประดับไว้แน่น ไม่ยอมส่งให้อีกฝ่าย
“ฉันบอกให้เอามา!”
ลิตาพุ่งเข้ามาแย่งกล่องทันที ทำให้ปัญปวีณ์รีบคว้าไว้ ทั้งคู่ต่างยื้อยุดกันไปมา จนบรรดาทีมงานที่อยู่ใกล้ๆ ต้องหันมามองด้วยความตกใจ
