บท
ตั้งค่า

CHAPTER 3 เจอกันแบบบังเอิญ

เช้าวันใหม่บนท้องถนนเต็มไปด้วยรถยนต์ที่ติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน ทะเลแต่งตัวเนี้ยบ ฉีดน้ำหอมจนกลิ่นหอมฟุ้งทั่วรถ ใบหน้าหล่อเหลาแต้มไปด้วยรอยยิ้มบางๆ

เขาก้มมองโทรศัพท์เพียงเสี้ยววินาที แต่พอเงยหน้าขึ้น รถหรูราคาหลายสิบล้านก็พุ่งชนท้ายรถเก๋งคันหน้าทันทีเสียงดังสนั่นไปทั่วถนน

ปัญปวีณ์สะดุ้งเมื่อรับรู้ถึงแรงกระแทกจากด้านหลัง หญิงสาวรีบคว้าโทรศัพท์แล้วเปิดประตูลงจากรถทันที หงุดหงิดเล็กน้อยที่ต้องเสียเวลา

“คุณขับรถยังไงคะ ไม่เห็นเหรอว่ารถติด!” เธอเงยหน้าขึ้นตำหนิคนขับรถหรูด้วยความโมโห

“แล้วคุณเบรกกะทันหันทำไม รถผมราคาตั้งแพง...”

ทะเลพูดพลางเดินลงมาจากรถ แต่พอเงยหน้าขึ้นเห็นว่าเจ้าของรถคันหน้าเป็นใคร คำพูดทั้งหมดก็หยุดชะงักไปในทันที

ปัญปวีณ์เองก็ชะงักไม่ต่างกัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของชายตรงหน้า ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอกันแบบนี้

“คุณเรียกประกันรถมาเลยค่ะ” หญิงสาวพูดพลางหลบสายตา เธอไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจำเธอได้หรือเปล่า แต่ก็ไม่อยากสบตากับเขานานนัก

“เธอจะรับผิดชอบไหวเหรอ ทำงานอีกกี่เดือนถึงจะชดใช้หมด” ทะเลกอดอกมองรอยถลอกที่กันชนรถ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“นี่คุณไม่แหกตาดูเหรอว่าคุณเป็นคนขับรถชนท้ายฉันก่อน!”

หญิงสาวสวนกลับทันทีความหงุดหงิดเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะเถียงกันต่อ เสียงโทรศัพท์ของปัญปวีณ์ก็ดังขึ้นเสียก่อนเธอรีบกดรับสาย

“กวินช่วยให้คนมาขับรถฉันกลับหน่อยนะ เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ฉันจะนั่งแท็กซี่ไปแล้วเจอกันนะ”

เพียงได้ยินชื่อผู้ชายอีกคนออกมาจากปากเธอ สีหน้าของทะเลก็เปลี่ยนไปทันที เมื่อได้ยินบทสนทนาแสนหวานเขาถอนหายใจออกมา

“อือ ไม่เป็นไร แค่รถชนท้ายเดี๋ยวประกันกำลังมา” หญิงสาวไม่ได้สนใจ เธอยังคงคุยโทรศัพท์ต่อ

ยิ่งได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนที่เธอใช้กับปลายสาย ความหงุดหงิดในใจของทะเลก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างไร้เหตุผล เขามองหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะถามเสียงเข้ม

“แฟนเธอเหรอ”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณคะ” หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา

คำตอบนั้นทำให้ทะเลเม้มริมฝีปากแน่น สายตาคมเข้มขึ้นกว่าเดิม เขาจะเอ่ยปากถามแต่หญิงสาวกลับโบกแท็กซี่ไปเสียก่อน

“คุณทะเลเป็นอะไรไหมครับ” โดมกับไททันรีบวิ่งลงจากรถทันที เมื่อเห็นรถเจ้านายเกิดอุบัติเหตุ

“ไม่เป็นไรให้คนมาเคลียร์ด้วย” เขาจัดสูทตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินขึ้นรถของลูกน้อง แต่ในสมองยังจดจำน้ำเสียงของหญิงสาวได้ดี

ภายในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นบนสุดของบริษัท ทะเลยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองเวลาเป็นครั้งที่สามของเช้าวันนี้ เพื่อรอใครบางคนที่นัดเอาไว้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ทีมงานมาแล้วครับ” โดมเลขานุการคนสนิท เอ่ยขึ้นพร้อมผายมือเชิญคนด้านนอกเข้ามา

“สวัสดีค่ะ คุณทะเล” ลิลลี่ยิ้มกว้างทันทีที่เดินเข้ามาในห้อง

แต่สายตาของผู้บริหารหนุ่มกลับกวาดมองหาใครอีกคน ทว่ากลับไม่พบร่างของปัญปวีณ์ แววตาที่เคยเรียบนิ่งฉายความผิดหวังออกมาเพียงเสี้ยววินาที

“แล้วปัญปวีณ์ล่ะ” ลิลลี่ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะรีบตอบ

“วันนี้ปันปันติดงานด่วนค่ะ เลยให้ฉันเข้ามาคุยเรื่องรายละเอียดแทน"

สิ้นคำตอบนั้นทะเลก็เอนหลังพิงเก้าอี้ช้าๆ พลางพยักหน้ารับ แต่ในใจกลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เขาอุตส่าห์เลื่อนตารางงานทั้งวัน แต่สุดท้ายคนที่อยากเจอที่สุดกลับไม่มาเสียอย่างนั้น

หรือหญิงสาวจะไปหาผู้ชายที่ชื่อกวิน ท่าทางดูรีบร้อนเห็นผู้ชายดีกว่างานตัวเองได้อย่างไร คนขี้อายอย่างปัญปวีณ์ตอนนี้มีผู้ชายรุมล้อม

“พี่ทะเลจำลิลลี่ได้ไหมคะ เพื่อนปันปันไงคะ คนที่ตัวอ้วนๆ เมื่อก่อน พี่ทะเลคงจำไม่ได้แล้ว” ลิลลี่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดต่ออย่างสนิทสนม

สีหน้าของทะเลยังคงเรียบนิ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายเพียงเล็กน้อย แววตาของเขานิ่งลึกคาดเดาอะไรไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น

“เรียกผมว่าคุณ ตอนนี้ผมเป็นใครคุณน่าจะรู้”

ลิลลี่ชะงักไปทันที น้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับทำให้หญิงสาวรีบก้มหน้าลง “ลิลลี่ขอโทษค่ะ คุณทะเล”

ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงหันไปพยักหน้าให้เลขาส่วนตัว ไม่นานเอกสารสัญญาก็ถูกนำมาวางตรงหน้าหญิงสาว

“อ่านรายละเอียดให้ครบ ถ้าไม่มีปัญหาก็เซ็น” เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะหยิบแฟ้มอีกเล่มขึ้นมาอ่านต่อ ราวกับบทสนทนาเมื่อครู่ไม่ได้มีความหมายอะไร

หลังจากทำงานเสร็จ ปัญปวีณ์แวะมานั่งทานอาหารในร้านเงียบๆ แห่งหนึ่ง หญิงสาวกำลังเพลิดเพลินกับมื้ออาหารตรงหน้า

ก่อนจะรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังจับจ้องมาที่เธอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“สวัสดีครับ” น้ำเสียงนุ่มลึกเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่คุ้นเคย

“พี่ธารา” หญิงสาวส่งยิ้มให้ทันที

“ดีใจจังที่น้องปันยังจำพี่ได้ แถมยังแยกออกด้วยว่าพี่เป็นใคร” เขายิ้มอย่างอารมณ์ดี เพราะหากเป็นคนอื่นคงแทบแยกไม่ออกว่าเขากับน้องชายเป็นใคร

“จำได้สิคะ” หญิงสาวยิ้มแก้เขิน เธอจำสองพี่น้องคู่นี้ได้ดี

ธารามักมีรอยยิ้มอบอุ่นอยู่เสมอ ต่างจากทะเลที่มักทำหน้าเรียบนิ่ง ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ และแทบไม่เคยยิ้มให้ใครง่ายๆ

“โตขึ้นจนพี่แทบจำไม่ได้เลยนะ” ธารามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเอ็นดู

“ใครๆ ก็บอกแบบนั้น” เธอเพียงยิ้มบางๆ แต่ในใจกลับนึกถึงใครอีกคนขึ้นมา

“พี่ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหม จะเสียมารยาทหรือเปล่า”

“ได้สิคะ”

เมื่อได้รูปที่พอใจธาราจึงไม่รบกสนเวลาส่วนตัวของหญิงสาว เขากดส่งรูปที่เพิ่งถ่ายกับหญิงสาวส่งให้น้องชายทันที

Thara : เจอคนสวยวะ

Black Ocean : อย่ากวนตีน

Thara : น้องเขาจำพี่ได้ว่ะ

Thara : โตขึ้นสวยมาก นายไม่ชอบคนนี้พี่ขอจีบนะ

Black Ocean : ส่งสติกเกอร์ (ชูนิ้วกลาง)

 

ทะเลปิดโทรศัพท์ทันทีตอนนี้ในหัวของเขาลบภาพของปัญปวีณ์ออกจากความทรงจำไม่ได้เลย ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเป็นถึงขนาดนี้

“ไททัน ไอ้ไททัน!” เสียงเข้มตะโกนเรียกลูกน้องทันที ชายหนุ่มหันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงเรียก

“ครับนาย”

“เลื่อนวันถ่ายแบบเป็นพรุ่งนี้”

“ทำไมถึงรีบขนาดนั้นครับ?” ไททันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามด้วยความแปลกใจ เพราะตกลงกันไว้สัปดาห์หน้า

“ฉันสั่ง” เขาเหลือบมองลูกน้องด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงราบเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ออก

“ครับ ผมจะให้ทีมงานรีบเตรียมตัวไว้” คำสั้นๆ แต่หนักแน่นทำให้ไททันไม่กล้าถามต่อ

“เย็นนี้นายไปจัดการคนให้ฉันหน่อย เอาให้ไปหยอดน้ำข้าวต้มพอ” เขาหยุดพูดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท

แววตาของเขานิ่งสงบ แต่แฝงไว้ด้วยความดุดันและเล่ห์เหลี่ยมที่ยากจะหยั่งถึง ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่า ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยนั้น เขากำลังวางแผนอะไรอยู่

“เจ้านายคงไม่ให้ผมทำอะไรแปลกๆ ใช่ไหมครับ ถ้านายใหญ่รู้เข้าผมจะซวยคนแรก”

“คุณพ่อฉันไม่รู้หรอกถ้านายไม่พูด”

“ครับ” ไททันพยักหน้าครั้งนี้ไม่รู้เจ้านายจะทำอะไรแปลกๆ อีก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel