CHAPTER 2 อดีตก็คืออดีต
ทะเล ปรินวัชร์กุล วัยยี่สิบเก้าปี ทายาทคนรองแห่งตระกูลปรินวัชร์กุล เพิ่งก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานบริหารของบริษัทต่อจากบิดาได้ไม่นาน หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากประเทศอังกฤษ
แม้อายุยังน้อย แต่ความสามารถและวิสัยทัศน์ในการบริหารของเขากลับเป็นที่ยอมรับของคนในองค์กร ขณะที่พี่ชายคนโตอย่างธารารับหน้าที่ดูแลบริษัทในเครือด้านอสังหาริมทรัพย์ ส่วนน้องสาวคนเล็กก็บริหารธุรกิจในเครืออีกแห่ง ทำให้พี่น้องทั้งสามต่างช่วยกันขับเคลื่อนอาณาจักรธุรกิจของครอบครัวให้เติบโตอย่างมั่นคง
บรรยากาศภายในห้องประชุมเงียบกริบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ พนักงานฝ่ายการตลาดต่างนั่งตัวตรง พลางเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเป็นระยะ
ทะเลก้มมองรายชื่อนางแบบบนแท็บเล็ตในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“นางแบบที่คัดมามีเท่านี้เหรอ”
“ค่ะท่านประธาน”
“นางแบบในประเทศเหลือแค่นี้หรือไง” เขาเลื่อนดูภาพอีกสองสามวินาที ก่อนจะปิดแท็บเล็ตลงทันที
คำถามสั้นๆ ทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ พนักงานสาวรีบเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าอย่างลนลาน ปกติเจ้านายไม่เคยเลือกนางแบบโฆษณาด้วยตัวเอง
“ยังมีอีกคนหนึ่งค่ะ แต่คนนี้มีข่าวไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
ทะเลยกสายตาขึ้นมองเป็นเชิงให้พูดต่อ พนักงานรีบกดรีโมต ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้นบนจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่
“น้องปันปัน ปัญปวีณ์ค่ะ อายุยังน้อย แถมทำงานเก่งมาก แต่ช่วงนี้มีข่าวเสียหายค่อนข้างเยอะ”
ทันทีที่ใบหน้าหวานปรากฏบนหน้าจอ ดวงตาคมของทะเลก็หยุดนิ่งผ่านมาสิบปีแล้ว แต่เขายังจำเธอได้ดี ไม่รู้ว่าหญิงสาวยังจำเขาได้หรือไม่
“ติดต่อเธอมา” คำพูดสั้นๆ ทำให้คนทั้งห้องหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ
“แต่ข่าวของเธออาจส่งผลต่อภาพลักษณ์บริษัทนะคะ”
“ผมไม่ได้ถามเรื่องข่าว ผมบอกให้ติดต่อเธอมา” ทะเลยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้
“ค่ะ”
“พรุ่งนี้ติดต่อผู้จัดการของเธอให้เขามาพูดคุยเรื่องสัญญา ผมไม่ต้องการคำปฏิเสธ”
เป็นการประกาศว่าเขาเลือกนางแบบคนนั้น และต้องคนนั้นเท่านั้น พนักงานต่างพยักหน้ารับทราบทันที หากพูดอะไรไปก็เปลี่ยนใจเจ้านายไม่ได้
“ลิลลี่ว่ายังไงนะ” ปัณปวีณ์เงยหน้าขึ้นมองผู้จัดการส่วนตัวทันที หลังได้ยินชื่อบริษัทคุ้นหูเมื่อครู่
“บริษัท X ติดต่อมาให้เธอไปเป็นนางแบบให้ เห็นว่าตอนนี้คุณทะเลขึ้นนั่งแท่นผู้บริหารเต็มตัวแล้ว เธอจำเขาได้ใช่ไหม”
ลิลลี่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ราวกับกำลังพูดถึงคนที่ตัวเองชื่นชอบมานาน ปัณปวีณ์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า
“อ๋อ จำได้สิ”
ใครจะลืมผู้ชายใจร้ายคนนั้นได้ลงคอ แม้เวลาจะผ่านมาสิบปีแล้ว แต่ภาพของผู้ชายที่พูดจาไม่ดียังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ
“ฉันว่าเขาหล่อขึ้นเยอะเลยนะ” ลิลลี่พูดพลางเปิดรูปของทะเลในโทรศัพท์ให้ดู “เรียนจบจากอังกฤษ แถมตอนนี้ยังเป็นประธานบริษัทอีกต่างหาก ผู้หญิงทั้งประเทศคงต่อแถวรอเป็นแฟนเขา”
“ก็เรื่องของเขาสิ” ปัญปวีณ์รีบเบือนหน้าหนีทันที
“ตอนนั้นเธอก็ชอบเขาหนิ แต่ไม่สวยเขาเลยไม่มอง” ลิลลี่หัวเราะยามที่นึกถึงเรื่องราวในอดีต
“ฉันจำไม่ได้แล้ว”
หญิงสาวตอบเสียงเรียบ ก่อนจะก้มหน้าดูบทในมือ พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจกลับวุ่นวายอย่างประหลาด
พรุ่งนี้เธอไม่ต้องไปก็ได้ เดี๋ยวฉันเข้าไปคุยเรื่องงานเอง” ลิลลี่สังเกตท่าทางของเพื่อนสนิทก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์
“ฝากด้วยนะคะผู้จัดการ” เธอเอ่ยน้ำเสียงปกติ ลิลลี่เป็นเพื่อนกันมานานจึงไว้ใจอีกฝ่าย
ภายในไนต์คลับหรู แสงสีและเสียงดนตรีดังกระหึ่ม แต่ทะเลกลับนั่งจ้องภาพในโทรศัพท์มือถือไม่วางตา โดยไม่สนใจสาวสวยที่นั่งเอาอกเอาใจอยู่ข้างกาย
“คุณทะเลดื่มสิคะ มัวแต่มองรูปแม่นางแบบดาวยั่วอยู่นั่นแหละ” ลิตาพูดด้วยความหงุดหงิด พลางยื่นแก้วเหล้าไปตรงหน้าเขา
“...” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเธอเพียงครู่เดียว ก่อนจะก้มกลับไปมองหน้าจอเช่นเดิม สายตายังคงจับจ้องใบหน้าของปัญปวีณ์บนหน้าจอไม่เปลี่ยนไปไหนเลย
เมื่อก่อนเธอเป็นเด็กสาวรูปร่างท้วม ผิวคล้ำเล็กน้อย แต่ความน่ารักบนใบหน้ายังคงโดดเด่นเสมอ ต่างจากตอนนี้ที่สวยจนแทบจำไม่ได้
ทะเลได้แต่นึกตำหนิตัวเอง ที่ครั้งหนึ่งเคยพูดจาทำร้ายความรู้สึกของเธอโดยไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมานั่งเสียใจกับคำพูดเหล่านั้น
“ปันปันมีแต่ข่าวกับผู้ชาย ไม่รู้ไต่เต้าขึ้นมาได้ยังไงหรือใช้เต้าไต่ขึ้นมา” ลิตาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าทะเลเอาแต่สนใจผู้หญิงในรูปมากกว่าเธอ
“เธออิจฉาหรือไง” ชายหนุ่มตอบสั้นๆ โดยไม่ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์
“ลิตาจะไปอิจฉาทำไม ระวังเถอะสักวันจะท้องไม่มีพ่อ”
“ลิตา!” เสียงตะคอกดังลั่นจนหญิงสาวสะดุ้งสุดตัว ดวงตาคมของทะเลเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“เป็นอะไรคะ ลิตาตกใจหมด”
“พรุ่งนี้เธอมีงานไม่ใช่เหรอ คืนนี้เธอกลับไปได้แล้ว” เขาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ก่อนหันไปมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“คุณทะเล”
“ฉันบอกให้กลับ”
“กลับก็ได้ เอาไว้กันใหม่นะคะ” น้ำเสียงเด็ดขาดทำให้ลิตาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะคว้ากระเป๋าขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจ
ทันทีที่ร่างของหญิงสาวเดินหายออกไปจากห้องรับรอง ทะเลก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง สายตายังคงจับจ้องใบหน้าของปัญปวีณ์ไม่เปลี่ยน
ปัญปวีณ์ ธนพิพัฒน์ วัยยี่สิบหกปี จบการศึกษาจากประเทศอังกฤษ ปัจจุบันเป็นนางแบบดาวรุ่งที่กำลังมาแรงที่สุดคนหนึ่งของวงการ ด้วยความสามารถและบุคลิกที่โดดเด่น ทำให้เธอได้รับงานโฆษณาและถ่ายแบบอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ชื่อของเธอมักตกเป็นข่าวเรื่องความสัมพันธ์กับนักแสดงและคนดังในวงการอยู่เสมอ จนกลายเป็นประเด็นที่สื่อและแฟนๆ ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
“สวยแล้วเลือกได้หรือไง” เขาอ่านข่าวไปหงุดหงิดไป โดยไม่สังเกตว่าพี่ชายเดินเข้ามาในห้อง
“ทำไมคนนี้หน้าคุ้นๆ” ธาราเอ่ยขึ้น
“มาตอนไหน” เขารีบกดปิดหน้าจอมือถือทันที ตกใจเล็กน้อยที่เห็นพี่ชายฝาแฝดโผล่มาเงียบๆ
“พี่มาตั้งนานแล้วน้องชาย”
“อย่าเรียกตัวเองว่าพี่ชายหมอแค่หยิบนายออกมาก่อน” เขาหยิบแก้วขึ้นมาจิบเบาๆ
“ตั้งแต่กลับมาจากอังกฤษปากคอร้ายนะ เมื่อกี้ใช่รูปน้องปันปันไหม” ธารามองไม่ชัดเท่าไร
“นายรู้จักเหรอ” ทะเลเงยหน้าถามพี่ชายทันที เวลาผ่านไปเกือบสิบปีเขามั่นใจว่าพี่ชายต้องจำรุ่นน้องคนนี้ไม่ได้แน่ๆ
“งานเลี้ยงรุ่นฉันเจอน้องเขาอยู่ นายไม่ได้ไปหนิทำไมนึกเสียดายหรือไงที่เมื่อก่อนปฏิเสธน้องเขา”
“ใครเสียดายลูกเป็ดขี้เหร่” เขาหันหน้าหนีทันที เมื่อถูกจี้จุด
“ดีแล้วแหละ น้องเขาเนื้อหอมมากหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ตามจีบไม่หยุด” ธาราหัวเราะยามที่เห็นแววตาของทะเลสั่นไหว
“เรื่องของเขาป่ะ” ทะเลตอบเสียงเรียบ พลางยกแก้วขึ้นจิบ
“อะไรติดหน้า” ธาราเอ่ยแซวพร้อมมองน้องชายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“อะไรไม่เห็นมี” ทะเลยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น
ธาราหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอนหลังพิงโซฟา ทะเลเจ้าชู้ไม่น้อยไม่คิดว่าพอเจอปัญปวีณ์อีกครั้ง แววตาของน้องชายเปลี่ยนไปทันที
“ความหึงหวงไง ในแววตามันปิดไม่มิดหรอกน้องชาย”
“นายพูดบ้าอะไร”
“ยอมรับเถอะว่านายยังลืมน้องปันปันไม่ได้”
“ชีวิตฉันมีผู้หญิงสวยๆ ล้อหน้าล้อมหลัง แค่คนที่เพิ่งสวยใครจะไปสนใจ” ทะเลนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ยังคงทำเป็นไม่สนใจ
“ทำใจเถอะ น้องเขาไม่เอานายหรอก” ธาราส่ายหน้าพลางตบบ่าน้องชายเบาๆ
