8 ไม่ยอมถูกตบฟรี
คืนวันเสาร์ลูกค้ในผับก็เยอะเหมือนกับคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาเด็กนักดริ๊งค์ในร้านไม่มีใครว่างเลยสักคน ณิรินทร์ญาให้บริการแขกคนหนึ่งครบเวลาแล้วก็ต่อด้วยแขกอีกกลุ่มหนึ่ง
แขกกลุ่มนี้มากันสามคนแต่ละคนก็เรียกเด็กเข้ามานั่งด้วยครบทุกคน แขกคนที่เรียกณิรินทร์ญามานั่งด้วยนั้นซื้อเครื่องดื่มไปสิบแล้วและจะซื้อต่ออีกสิบแก้วเพราะรู้สึกสนุกที่ได้คุยกับหญิงสาว ระหว่างที่นั่งคุยอยู่ณิรินทร์ญาก็ขอตัวไปเขาห้องน้ำ เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำยังไม่ทันได้พ้นประตูดีก็ถูกผู้หญิงคนหนึ่งมายืนขวางไว้ก่อน
“เธอเป็นเด็กที่ร้านนี้ใช่มั้ย” ผู้หญิงที่ยืนขวางถามณิรินทร์ญาที่ออกมาจากห้องน้ำ
“ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน” น้ำเสียงของเธอไม่ค่อยเป็นมิตร
“แต่ฉันกับคุณไม่รู้จักกันนะคะ”
“มันก็ใช่นะที่ฉันกับเธอไม่รู้จักกันแต่คนที่เธอนั่งด้วยเมื่อกี้คือผัวฉัน เธอเป็นเมียน้อยของมันใช่มั้ย”
“ไม่ใช่นะคะฉันเป็นเด็กที่ร้านคุณก็เห็นแล้วนี่ว่าฉันใส่ชุดเหมือนกับเด็กนั่งดริ๊งค์คนอื่น”
“ฉันรู้ว่าเธอทำงานที่นี่ ผัวฉันมันถึงแอบออกมาหาเธอบ่อยๆ”
“ฉันแค่มาทำงานไม่ใช่เมียน้อยใครทั้งนั้น”
“ฉันไม่เชื่อหรอกมันก็แค่ข้ออ้างพอร้านปิดเธอกับผัวฉันก็ออกไปต่อกันที่อื่นใช่ไหม”
“คุณเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว ถ้าคุณไม่เชื่อฉันเราไปถามผัวคุณเลยก็ได้”
“ถามมันแล้วมันจะยอมไหมล่ะ เธอนั่นแหละยอมรับมาเถอะว่าเป็นเมียน้อยของมันจริงๆ”
“ก็ฉันไม่ใช่เมียน้อยของเขาหลีกทางได้แล้วฉันจะไปทำงาน”
“จะไปทำงานต่อหรือจะไปอ่อยผัวฉัน”
“คุณอย่ามายุ่งกับฉันเลย ฉันว่าไปจัดการผัวคุณดีกว่านะ ไม่ใช่มายืนขวางฉันแบบนี้”
“ฉันจะขวางแล้วเธอจะทำไม”
“ถ้าคุณยังขวางอยู่แบบนี้ ฉันจะตะโกนให้รปภ.มาช่วย”
“คิดเหรอว่าตะโกนไปแล้วจะมีใครช่วย ที่นี่เสียงดังมาก”
“มันก็ไม่แน่หรอก หลีกทางให้ฉันดีกว่าก่อนที่จะมีคนอื่นมาเห็นนะ”
“หลีกให้โง่น่ะสิ คนอย่างเธอมันต้องเจอตบสั่งสอนซะหน่อยจะได้จำว่าไม่ควรไปยุ่งกับผัวคนอื่น” พูดจบหญิงสาวก็ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของณิรินทร์ญาโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว แรงตบทำให้หญิงสาวเซไปปะทะกับผู้ชายคนหนึ่งที่เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี
“นี่มันอะไรกันคุณ” ชายหนุ่มเข้ามาขวางระหว่างณิรินทร์ญากับผู้หญิงอีกคน
“ไม่ต้องมายุ่งฉันจะตบสั่งสอนนังเมียน้อยคนนี้สักหน่อย”
“ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียน้อยเหรอ”
“ไม่ใช่นะคะฉันไม่ใช่เมียน้อยของใคร” หญิงสาวรีบปฏิเสธและพอเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องตกใจเมื่อคนที่ยืนขวางระหว่างเธอกับผู้หญิงอีกคนคือนายหัวปาริธ
“ณิรินเป็นอะไรหรือเปล่า”
“นิดหน่อยค่ะ” หญิงสาวเอามือจับใบหน้าที่ตอนนี้มีรอยมือขึ้นอย่างชัดเจน
“เจ็บมากไหม”
“พอทนค่ะ” ณิรินทร์ญารู้สึกดีใจมากที่เจอนายหัวปาริธที่นี่
“นี่ก็ผัวเธออีกคนรึไงถึงปกป้องกันอย่างนี้”
“ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ใช่เมียน้อยใครคุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันว่าคุณควรไปคุยกับผัวคุณดีกว่านะ”
“ฉันไม่เชื่อหรอกผู้หญิงที่ทำงานแบบนี้มันก็เมียน้อยของผัวชาวบ้านทั้งนั้นแหละ คุณก็เป็นอีกคนหนึ่งใช่ไหมล่ะที่หลงเสน่ห์มัน”
ผู้หญิงคนนั้นยังคงเกรี้ยวกราดและด่าทอด้วยความโมโห
“ฉันว่าคุณพูดไม่รู้เรื่องแล้วคุณควรออกไปจากที่นี่ก่อนที่ฉันจะเรียกรปภ. มาลากคุณออกไป”
“ทำไมล่ะฉันอยากจะตบสั่งสอนเมียน้อยแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ”
“เกี่ยวสิก็ผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนฉัน”
“ฉันไม่เชื่อหรอกถ้าผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนคุณจริงๆ คุณจะปล่อยให้เธอมาทำงานแบบนี้ทำไม”
“ก็เพราะฉันไว้ใจเธอ ว่าเธอจะไม่ออกไปต่อกับผู้ชายคนอื่น” เขารีบให้เหตุผลเพราะกลัวว่าอีกคนจะไม่เชื่อ
“ฉันไม่เชื่อหรอกดูก็รู้ว่ามันเป็นเมียน้อยของผัวฉัน”
“ฉันขี้เกียจจะคุยกับคุณแล้วถ้าคุณยังต่อว่าฉันอยู่แบบนี้ฉันจะให้รปภ.มาพาเธอออกไปหรือเราจะแจ้งความดีคะนายหัว”
“ก็แจ้งความเลยสิ ฉันเองก็ไม่ยอมเหมือนกันจะลองดูไหมล่ะ” ผู้หญิงคนนั้นยังคงท้าทายและเสียงของเธอดังขึ้นเรื่อยๆ จนผู้จัดการร้านเดินมาดู
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับคุณปาริธ”
“ผู้หญิงคนนี้มาทำร้ายณิรินน่ะ หน้าห้องน้ำมีกล้องวงจรปิดไหม”
“มีครับ”
“ถ้ายังไงช่วยเอาหลักฐานให้ด้วยนะ ฉันจะพาณิรินไปแจ้งความ”
“ฉันก็แค่ตบสั่งสอนเมียน้อยเองทำไมจะต้องแจ้งความด้วย” ผู้หญิงคนนั้นตกใจเมื่อรู้ว่ามีกล้องวงจรปิด
“คุณไม่มีสิทธิ์มาตบใครทั้งนั้นต่อให้เธอจะเป็นเมียน้อยของคุณหรือไม่ใช่เมียน้อยของคุณก็ตาม สิ่งที่คุณทำมันคือการทำร้ายร่างกายคนอื่นเพราะฉะนั้นเรื่องนี้คงต้องให้ตำรวจจัดการ”
“ฉันจะจ่ายค่าชดเชยให้เธอก็ได้แลกกับการไม่ต้องแจ้งตำรวจ”
“เอายังไงดีคะนายหัว ถ้าณิรินไปแจ้งความก็อาจจะต้องเสียเวลาแล้วร้านจะเสียชื่อเสียงไหมคะ” หญิงสาวกระซิบถาม
“ไม่ต้องห่วงชื่อเสียงของร้านหรอกนะถ้าอยากจะแจ้งความพี่จะจัดการให้” พี่ช้างผู้จัดการถามกับณิรินทร์ญาแต่ในใจของเขาไม่อยากให้เรื่องถึงโรงพักเพราะมันอาจจะทำให้ร้านเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย
“พี่ช้างคะณิรินไม่แจ้งความเขาก็ได้เพราะมันคงกระทบกับร้านถ้ามีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง”
“ขอบใจจ้ะนิรินที่ไม่แจ้งความแต่คนผิดก็ต้องขอโทษฉันอยากให้เธอขอโทษณิลินและจ่ายค่าทำขวัญให้เธอ”
“ฉันขอโทษก็ได้ส่วนค่าทำขวัญจะเอาเท่าไหร่ล่ะถ้าขึ้นโรงพักอย่างมากก็จ่ายแค่ห้าร้อย”
“เดี๋ยวนี้ค่าปรับไม่ใช่ห้าร้อยแล้วนะคะ”
“แล้วมันเท่าไหร่ล่ะ”
ณิรินทร์ญาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเสิร์ซข้อมูลค่าปรับก่อนจะยื่นให้กับผู้หญิงตรงหน้าดู
“ฉันจ่ายเธอหนึ่งพันก็แล้วกันนะตกลงไหมล่ะ”
ผู้หญิงคนนั้นยื่นธนบัตรใบละหนึ่งพันออกมาจากกระเป๋าให้กับณิรินทร์ญา
“ฉันว่าน้อยไปไหม ถ้าไปเสียค่าปรับที่โรงพักคุณก็จะต้องเสียเวลาและค่าปรับอาจจะมากกว่าหนึ่งพัน ฉันคิดครึ่งหนึ่งของค่าปรับสูงสุดก็แล้วกันนะ”
ผู้จัดการร้านและณิรินทร์ญาหันไปมองหน้านายหัวปาริธเพราะไม่คิดว่าเขาจะเรียกค่าเสียหายมากขนานนั้น
“ทำไมถึงเรียกเงินมากขนาดนั้น ฉันว่าพวกเธอกำลังรวมหัวกันตบทรัพย์ฉันอยู่นะ”
“ก็แล้วแต่นะจะยอมจ่ายไหม ถ้าคุณยอมจ่ายเรื่องก็จบและเราจะไม่บอกเรื่องนี้กับสามีคุณแต่ถ้าคุณไม่ยอมจ่ายฉันจะแจ้งความแล้วเรื่องนี้ก็คงจะถึงหูสามีคุณ คุณก็คงไม่อยากจะมีปัญหากับสามีหรอกใช่ไหมล่ะ” นายหัวปาริธพอจะเดาทางออกที่เขาเรียกค่าชดเชยห้าพันก็เพื่อจะให้ผู้หญิงคนนี้รู้สึกผิดและไม่ไปทำแบบนี้กับใครอีก
“ฉันไม่มีเงินสดมากมายขนาดนั้นหรอกถ้างั้นก็เอาเลขบัญชีมาสิเดี๋ยวฉันจะโอนให้”
“ฉันว่าโอนเข้าร้านดีกว่านะถือว่าเป็นค่าเครื่องดื่มก็แล้วกัน”
นายหัวปาริธไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้รู้ชื่อจริงนามสกุลจริงของณิรินทร์ญาเพราะกลัวว่าเธอจะตามไปเอาเรื่องเธอข้างนอกอีก
“ถ้างั้นก็ได้เอาเลขบัญชีของทางร้านมาสิ”
“รอสักครู่ครับ”
ผู้จัดการร้านรีบเดินไปหยิบ QR Code มาให้กับผู้หญิงคนนั้นสแกนจากนั้นเธอก็ขอตัวกลับออกไปทางหลังร้าน
“ขอบคุณมากนะครับนายหัวที่เข้ามาช่วยแก้สถานการณ์แล้วณิรินล่ะเป็นไงบ้าง เจ็บมากไหมต้องไปหมอหรือเล่า”
“ไม่เท่าไหร่ค่ะพี่ช้าง”
“จะทำงานต่อไปไหวไหมหรือจะกลับบ้านเลยก็ได้นะ”
“ณิรินไม่มีอารมณ์ทำงานแล้วค่ะพี่ช้าง ณิรินขอตัวกลับก่อนก็แล้วกันนะนะ”
“เดี๋ยวพี่จะโอนให้นะ”
“ขอบคุณค่ะพี่ช้าง”
ผู้จัดการร้านเดินออกไปแล้วตอนนี้หน้าห้องน้ำก็มีนายหัวปาริธกับณิรินทร์ญายืนคุยกันแค่สองคนเท่านั้น
“เจ็บมากไหมจะไปหาหมอหรือเปล่าเดี๋ยวฉันพาไป”
“ไม่เจ็บหรอกค่ะ กลับไปบ้านเอาน้ำเย็นประคบก็น่าจะดีขึ้น”
“แต่มุมปากเธอมีเลือดออกนะแบบนี้น่าจะกินน้ำพริกไม่ได้ไปอีกหลายวัน”
“กินไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ ช่วงนี้ณิรินอาหารที่จืดไปก่อนก็ได้ ขอบคุณนะคะ ถ้านายหัวไม่เข้ามาช่วยณิรินก็ไม่รู้ว่าเขาจะตบอีกกี่ครั้ง นายหัวเชื่อไหมที่เขาบอกว่าณิรินเป็นเมียน้อย”
“ฉันอาจจะไม่ได้รู้จักเธอมากแต่เท่าที่ได้คุยกันมาก็พอจะรู้ว่าเธอคงไม่ไปทำอะไรแบบนั้นหรอก เอาล่ะตอนนี้เธอก็ได้เลิกงานแล้วรีบกลับบ้านเถอะให้ฉันไปส่งไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะณิรินขับรถมา”
“ถ้างั้นฉันขับตามไปส่งที่บ้านได้ไหมอยากเห็นว่าเธอถึงบ้านอย่างปลอดภัยเพราะยังไงคอนโดฉันก็ต้องผ่านไปทางนั้นอยู่แล้ว เผื่อว่าผู้หญิงคนนั้นตามเธอไปจะได้ช่วยทัน”
“ขอบคุณค่ะ ณิรินขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเอาของก่อนนะนายหัวไปรอที่ลานจอดรถได้เลยค่ะ”