ตอนที่ 6 คนที่อยากให้ฉันตายอีกครั้ง
ฝนตกตั้งแต่เช้า
ไม่หนัก
แต่ตกต่อเนื่อง
เหมือนตั้งใจจะทำให้เมืองทั้งเมืองชื้น เย็น และอึดอัด
ฉันยืนมองฝนจากหน้าต่างสำนักงานเล็ก ๆ
บริษัทใหม่ของฉันเพิ่งเปิดได้ไม่ถึงสองเดือน
ป้ายชื่อยังไม่เป็นที่รู้จัก
พนักงานมีไม่ถึงสิบคน
แต่ทุกคนที่นี่… เลือกฉัน ไม่ใช่นามสกุลของฉัน
โทรศัพท์สั่น
ชื่อที่ขึ้นหน้าจอ
ทำให้ปลายนิ้วฉันเย็นลงทันที
ภัทร
พี่ชายคนรอง
คนที่ในชีวิตก่อน
เป็นคน “เซ็นอนุมัติค่าใช้จ่าย”
ในวันที่ฉันเข้าไอซียู
ฉันรับสาย
ไม่รีบ
ไม่หลบ
“มีอะไรเหรอคะ พี่”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
เหมือนเขาไม่คิดว่าฉันจะรับ
“น้องเล็ก”
เสียงเขาเข้ม
“เธอกำลังทำอะไรอยู่”
“ทำงานค่ะ”
ฉันตอบเรียบ
“เหมือนที่พี่ทำ”
เขาหัวเราะหึในลำคอ
เสียงนั้นทำให้ฉันนึกถึงห้องประชุมเย็นเฉียบในบ้านหลังใหญ่
“อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง”
เขาพูด
“ข่าวที่เธอปล่อยออกมา
มันกระทบบริษัทโดยตรง”
ฉันพิงขอบโต๊ะ
มองแฟ้มเอกสารที่วางอยู่ใกล้มือ
แฟ้มเดียวกับที่ธามใช้เวลาทั้งคืนตรวจ
“หนูไม่ได้ปล่อยข่าวค่ะ”
ฉันพูด
“หนูแค่ไม่ปิดปากใครอีกแล้ว”
น้ำเสียงภัทรเปลี่ยน
จากแข็ง
เป็นเย็น
“เธอคิดว่าออกมาจากบ้าน
แล้วจะปลอดภัยเหรอ”
คำถามนั้น
ไม่ใช่คำขู่ตรง ๆ
แต่ฉันรู้ดี
ว่ามันหมายถึงอะไร
“พี่คะ”
ฉันตอบ
ช้า ชัด
“ถ้าพี่จะทำอะไร
ทำให้มันจบในครั้งเดียวเถอะ”
ปลายสายเงียบ
เงียบจนฉันได้ยินเสียงหายใจของเขา
“เธอเปลี่ยนไป”
เขาพูดในที่สุด
ฉันยิ้ม
แม้เขาจะมองไม่เห็น
“ใช่ค่ะ”
“เพราะครั้งที่แล้ว
หนูเปลี่ยนไม่ทัน”
ฉันวางสาย
มือสั่นเล็กน้อย
แต่หัวใจ… นิ่งอย่างน่าประหลาด
เย็นวันนั้น
ธามมาหาฉันที่สำนักงาน
สีหน้าเขาไม่ดีตั้งแต่ก้าวเข้ามา
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
ฉันถาม
เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ
เปิดหน้าแรกให้ฉันดู
เอกสารทางการแพทย์
ชื่อฉัน
วันที่คุ้นเคย
“ผมไปขอข้อมูลเก่ามา”
เขาพูดเสียงต่ำ
“จากโรงพยาบาลที่คุณเสียชีวิต”
คำว่า เสียชีวิต
ยังทำให้ฉันขนลุก
แม้จะรู้ว่ามันคืออดีต
“ผลชันสูตรถูกแก้”
ธามพูดต่อ
“สาเหตุการตาย
ถูกเปลี่ยนจาก ‘ภาวะแทรกซ้อน’
เป็น ‘โรคประจำตัวกำเริบ’”
ฉันหลับตา
ภาพเตียงไอซียู
สายระโยงระยาง
เสียงเครื่องช่วยหายใจ
ย้อนกลับมาอย่างชัดเจน
“แต่ฉันไม่มีโรคประจำตัว”
ฉันพูดเบา ๆ
“ใช่”
ธามตอบ
“และนั่นคือปัญหา”
เขาเลื่อนเอกสารอีกชุดมาให้
ผลตรวจเลือด
ตัวเลขบางค่า
ถูกวงไว้ด้วยปากกาแดง
“คุณถูกให้ยาบางอย่าง
ก่อนเข้าโรงพยาบาล”
เขาพูด
“ไม่ถึงขั้นฆ่าทันที
แต่พอจะทำให้ร่างกายล้ม
และเปิดช่องให้ ‘อุบัติเหตุทางการแพทย์’”
ฉันกำกระดาษแน่น
เล็บจิกลงไปจนยับ
“ใคร”
ฉันถาม
เสียงแหบ
ธามไม่ตอบทันที
เขามองฉัน
เหมือนกำลังชั่งใจ
ก่อนจะพูดชื่อหนึ่งออกมา
“พี่สาวคุณ”
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน
พิมพ์
คนที่จับมือฉันตอนเด็ก
คนที่บอกว่า จะปกป้องน้องเสมอ
คนที่ร้องไห้หน้ากล้อง
ในวันงานศพฉัน
“ไม่ใช่คนเดียว”
ธามพูดต่อ
“แต่เธอคือคนเริ่ม”
ฉันนั่งนิ่ง
นานมาก
จนธามต้องเรียกชื่อฉัน
“คุณโอเคไหม”
ฉันเงยหน้าขึ้น
สายตานิ่ง
แห้ง
ไม่มีน้ำตา
“โอเคค่ะ”
ฉันตอบ
“เพราะตอนนี้
ฉันรู้แล้วว่า
ฉันไม่ได้คิดมากไปเอง”
คืนนั้น
ฉันฝัน
ฝันว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล
แต่ครั้งนี้
ฉันลืมตาได้
ขยับตัวได้
และมองเห็นทุกคนชัดเจน
พิมพ์ยืนอยู่ข้างเตียง
ยิ้ม
ถือแก้วน้ำ
“น้องเล็ก กินยาหน่อยนะ”
เธอพูดเสียงอ่อน
ฉันมองแก้วนั้น
เห็นเงาสะท้อนของตัวเอง
ซีด
อ่อนแรง
และเชื่อใจผิดคน
ฉันสะดุ้งตื่น
เหงื่อเย็นเต็มแผ่นหลัง
ธามนั่งอยู่ข้างเตียง
เหมือนคืนก่อน ๆ
เหมือนคืนสุดท้ายในชีวิตก่อน
“ฝันร้าย?”
เขาถาม
ฉันพยักหน้า
ไม่พูด
เขายื่นมือมา
ไม่แตะ
แค่วางใกล้ ๆ
ให้ฉันเลือกเอง
ฉันวางมือลงบนมือเขา
ครั้งแรก
ที่ฉันเป็นฝ่ายเลือก
“พวกเขาจะไม่หยุด”
ฉันพูดเสียงเบา
“ถ้าหนูยังมีลมหายใจ
พวกเขาจะพยายามอีก”
ธามกำมือฉันแน่นขึ้นเล็กน้อย
“งั้นเราจะไม่รอให้เขาเดินเกม”
เขาพูด
“เราจะเป็นฝ่ายเปิดเผยทุกอย่างก่อน”
“มันจะพังหมดนะคะ”
ฉันบอก
“ชื่อเสียง
ตระกูล
ทุกอย่าง”
“คุณเสียดายเหรอ”
เขาถาม
ฉันส่ายหน้า
ช้า ๆ
“หนูเสียดายแค่เวลา”
ฉันตอบ
“เวลาที่หนูควรเลือกอยู่ข้างคุณ
ตั้งแต่แรก”
ธามนิ่ง
แววตาเขาเปลี่ยนไป
ไม่ใช่หวาน
ไม่ใช่ซึ้ง
แต่ลึก
และจริง
“เรายังมีเวลา”
เขาพูด
“ตราบใดที่คุณยังอยู่ตรงนี้”
แผนถูกวางเร็ว
และเงียบ
ไม่ฟ้อง
ไม่แฉ
ไม่ออกสื่อ
แต่ปล่อย “เอกสารจริง”
ให้คนที่ควรเห็น
ได้เห็น
คณะกรรมการ
ผู้ถือหุ้น
พันธมิตรทางธุรกิจ
ข่าวเริ่มเปลี่ยนทิศ
จาก น้องสาวดื้อ
เป็น อดีตผู้บริหารถูกกันออกจากอำนาจ
พ่อเรียกฉัน
เป็นครั้งแรก
หลังจากฉันออกจากบ้าน
“กลับมาคุยกันเถอะ”
เขาพูด
เสียงเหนื่อย
“เรื่องนี้มันใหญ่เกินไปแล้ว”
ฉันมองธาม
ก่อนจะตอบ
“ค่ะ”
“แต่ครั้งนี้
หนูจะไม่เข้าไปคนเดียว”
การประชุมวันนั้น
ไม่มีรอยยิ้ม
ไม่มีคำว่าครอบครัว
พิมพ์นั่งตรงข้ามฉัน
สีหน้าซีด
แต่ยังพยายามตั้งตัว
“น้องเล็กคิดจะทำลายทุกอย่างจริง ๆ เหรอ”
เธอถาม
เสียงสั่น
ฉันมองเธอ
มองผู้หญิงที่เคยเป็นทุกอย่างในชีวิตฉัน
“พี่ทำลายมันตั้งแต่วันที่
พี่เลือกให้หนูกินยานั่นแล้ว”
ฉันตอบ
เสียงนิ่ง
ชัด
ไม่ตะโกน
ห้องเงียบสนิท
พิมพ์อ้าปาก
แต่ไม่มีเสียงออกมา
พ่อทรุดลงบนเก้าอี้
เหมือนเพิ่งเข้าใจว่า
เขาเสียอะไรไปแล้ว
ฉันลุกขึ้น
วางเอกสารชุดสุดท้ายลงบนโต๊ะ
“หนูไม่เอาคืนด้วยความตาย”
ฉันพูด
“หนูเอาคืนด้วยความจริง”
แล้วฉันก็เดินออกมา
โดยไม่หันกลับไปมอง
ข้างนอก
ฝนหยุดตกแล้ว
ธามยืนรอ
เหมือนทุกครั้ง
“จบแล้วเหรอ”
เขาถาม
ฉันพยักหน้า
ยิ้มบาง ๆ
เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีมานานมาก
“เริ่มต้นแล้วต่างหาก”
เขายื่นมือมา
ฉันจับไว้
แน่น
โดยไม่กลัวใครเห็น
เพราะครั้งนี้
ฉันไม่คิดจะตาย
เพื่อใครอีกแล้ว
