บท
ตั้งค่า

หัวซุกหัวซุน

คนที่เพิ่มกำลังใจเต็มเปี่ยมตัดสินใจเดินออกจากห้องที่พ่อบ้านเฉินพามาพัก ก่อนจะพบว่านี่เป็นเวลาที่ตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าพอดี แต่ยังไม่ทันได้พ้นประตู เสียงโวยวายด้านนอกก็ดังขึ้นมาจนนางสงสัย รีบวิ่งไปเกาะดูตามรูผนังเรือ

“เรือลำนี้เราไม่ควรยุ่ง!!”

“เจ้าปอดแหกอะไร หากกลัวนักก็กลับไปซะ ลืมแล้วหรือนายใหญ่สั่งสิ่งใดมา!! หากสตรีผู้นั้นรูปโฉมงดงามไม่แน่ว่าท่านแม่ทัพอาจหลงไหล แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นกองกำลังรัตติกาลของเราไม่แตกสลายเพราะแม่ทัพโหลวเอาใจออกห่างหรือ” ชายที่แต่งตัวเป็นทหารเต็มยศกำลังยกกำลังพลมุ่งหน้ามาทางนี้ แม้แม่น้ำกว้างใหญ่แต่พวกเขายังมีใจมุ่งมั่น

“แย่แล้ว!!”

ปึก!!

ซู่เยว่ถิงรีบถอยเท้าออกจากผนังเรือไม่ทันระวังจมูกกลมมนกระแทกเข้าอกหนาอย่างจัง ก่อนจะค่อยๆมองไล่ขึ้นไปจนพบลำคอขาว ไล่ไปจนถึงปากบางเฉียบสีชมพู บุรุษผู้นั้นก้มลงมามองสบตานางพอดี เวลาค่อนข้าเช้าตรู่มีแสงรำไรแต่นางเห็นใบหน้าเขาชัดเจนยิ่งแน่ใจว่า บุรุษหน้าตาดีผู้นี้อาจจะเป็นคนๆเดียวกับเจ้าพ่อในโลกก่อน คงมีแต่เพียงแววตาคมดุเท่านั้นที่ไม่เหมือน

”ท่าน!!“ เขาจ้องตานางนิ่งๆไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา ทั้งๆที่คนพวกนั้นว่ายน้ำเกือบถึงเรือแล้ว

”พวกนั้นมาตามหาเจ้า“ มือเล็กกำเสื้อเขาแน่น น้ำตาสีใสเอ่อคลอหน่วยตางาม ใจแกร่งไหววูบ

”ข้ากลัว“ หากรู้สึกเช่นไรนางสามารถแสดงออกได้เลยโดยไม่ต้องปิดบังเช่นในโลกเดิม ตอนนี้ยอมรับว่ากลัวมาก ไม่มีมารยาใดๆมาเสแสร้งให้เขาสงสาร

”หากข้าไม่ช่วยหล่ะ? เห็นหรือไม่หากช่วยเจ้าข้าก็พาลจะตกที่นั่งลำบาก จะเอาชีวิตคนบนเรือเป็นเดิมพันงั้นหรือ…แล้ว…สินค้าของข้าหล่ะ?“ ซู่เยว่ถิงส่ายหัว

”ข้าจะพยายามเอาตัวรอดให้ได้ ไม่เอาชีวิตพวกท่านมาเสี่ยงเด็ดขาด!!“ นางผละออกจากร่างแกร่งก่อนจะมองหาอาวุธ จากนั้นหยิบผ้าคุมหน้ามาสวมปิดบังใบหน้าไว้เพียงครึ่ง เหลือเพียงดวงตากลมโตเท่านั้นให้คนอื่นได้เห็น ก่อนจะปีนกาบเรือเลาะขึ้นไปบนที่สูง มีดสั้นที่นางหยิบมามีเพียง3เล่ม ถูกยกขึ้นมาตั้งท่าเตรียมสังหารทหารเลวพวกนั้น!!

“เหตุใดจึงไม่ห้ามขอรับ” พ่อบ้านเฉินที่มองการกระทำของสตรีผู้นี้ด้วยความนึกทึ่ง เขาเชื่อว่าหากนางโดนจับได้ นางต้องสู้จนตัวตายแน่นอน

“ให้นางแสดงฝีมือหน่อย ข้าจะได้รู้ว่าทหารที่รับเข้ามาใหม่ต้องการอะไรกันแน่ ถึงตามสังหารสตรีพวกนี้ไม่ยอมปล่อย” เขานึกทึ่งที่นางหาทำเลดีในการโจมตีศัตรูที่มากกว่า ใจที่เด็ดเดี่ยวแววตาไม่ล่อกแล่กนั้นยิ่งน่าสนใจ

หวิ้วหวี๊ดดด นางเป่าปากจนคนพวกนั้นแหงนหน้าขึ้นมามอง แม้งงงวยแต่ในที่นี้ไม่มีสตรีที่ไหน จึงมั่นใจว่าเป็นคนที่ตามหา

”ก่อนจะลงมือ ข้าถามพวกเจ้าเพียงครึ่งคำ ทำไมต้องฆ่าสตรีทุกคนที่เข้ามาที่เมืองแห่งนี้“ พวกนั้นยกยิ้มก่อนจะหยุดว่ายน้ำเข้ามาที่เรือลำใหญ่ หยุดลงตรงกลางแม่น้ำเพื่อพูดคุยกับนางก่อนลงมือ

”คิดไม่ผิดจริงๆที่ตัดสินใจมาที่นี่ หากเจ้าอยากรู้ ข้าก็ยินดีจะบอกให้ สตรีคือสิ่งมีชีวิตที่ทำให้ทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้วุ่นวาย ยิ่งเป็นสตรีที่ถูกส่งมาสานสัมพันธ์ให้ท่านแม่ทัพได้ช่วยคุ้มครอง นั่นยิ่งแสดงเจตจำนงว่า เมืองพวกนั้น อาจมีแผนการบางอย่างพร้อมตลบหลังเรา!!“ ได้ฟังคำตอบนั้นนางถึงกับแหงนหน้าขึ้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งทำคนพวกนั้นอารมณ์ครุกกรุ่น

”เจ้าหัวเราะอะไร!!“ ชายที่คล้ายเป็นหัวหน้ายกดาบขึ้นถามนางอย่างโกรธเคือง

”จุ๊ๆ ผิดแล้ว เจ้ากลัวว่าแม่ทัพจะมีใจออกห่างจากการรบ และหากเป็นเช่นนั้นพวกเจ้าต่างหากจะพลอยซวยเพราะ…เบ่งอำนาจทำเกินกว่าหน้าที่ แถมยังเป็นทหารใหม่ที่ตั้งใจว่าจัดการสตรีโดยเฉพาะ บอกมา ใครส่งเจ้ามาทำเช่นนี้!!“ มีเล่มเล็กถูกซู่เยว่ถิงยกขึ้นมาเช็ดถูจนเงาวับ ไม่สนท่าทางตกใจที่นางรู้ทัน

”คะ ใครบอกเจ้า นางผู้หญิงชั้นต่ำ สตรีโง่เขลาเช่นเจ้าอ่อนแอร้องหาแต่ให้ผู้ชายปกป้อง บัดนี้กล้าจับผิดข้างั้นหรือ!! จัดการ!!“

ฟวิ้ววว ฉึบ!! ฉึบ!! ฉึบ!!

”อึก/ฮึก/อึก“ สามคนแนวหน้า รวมถึงคนเป็นหัวหน้าถูกคมมีดบินปักกลางลำคอได้อย่างแม่นยำทำทหารหลายคนเริ่มถอย

”ทีนี้ สตรีเช่นข้าดูมีประโยชน์ขึ้นหรือยัง?” นางเลิกคิ้วอย่างไม่แยแส แม้ในใจจะเต้นรัว เพราะหากพวกมันกู่กันเข้ามานางคงสู้ไม่ไหว ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป

“จะ จัด จัดการนาง!! อย่าให้รอดไปได้!!“ เป็นดั่งที่นางคิด คนพวกนั้นว่ายน้ำกรู่กันเข้ามาอีกครั้ง ครานี้นางไม่อยู่เฉย อาวุธที่หยิบมาได้มีเพียงมีดสั้นสามอันที่นางพึ่งปาออกไปเมื่อครู่ และมีเชื่อกเส้นยาวที่นางพันมันเอาไว้รอบแขน

”บ้าเอ้ย!!“ นางรู้ว่าบนเรือนี้มีของมีค่า ใจไม่คิดทำร้ายบุรุษเย็นชาแสนเย่อหยิ่งผู้นั้น รีบปีนลงเรือก่อนจะกระโดดลงน้ำ ว่ายเข้าหาตลิ่งอีกฝั่งที่ไกลจากเหล่าทหาร

“ตามหรือไม่ขอรับ” แววตาพ่อบ้านเฉินรู้สึกเป็นกังวล ในใจแอบชื่นชมนางไม่น้อยที่ยังเห็นแก่ส่วนรวม ในหัวไพล่คิดว่า…หากได้สตรีใจซื่อตรงผู้นี้มาเป็นนายหญิงคง…ดีกว่าสตรีที่อ่อนแอหรือมารยาร้อมเล่มเกวียนแน่นอน

“ไม่ต้อง” เจ้าของเรือยังคงยืนมองนิ่งๆ แม้ตอนนี้ใจเขาจะเต้นไม่เป็นส่ำ ยิ่งเมื่อเห็นร่างเล็กโผล่พ้นน้ำ ท่ามกลางลูกธนูเขายิ่งกำมือแน่น ข่มใจตัวเองให้เย็นเข้าไว้

“แต่ว่า…นายท่านบอกจะคุ้มกันนางสิบวัน” พ่อบ้านเฉินทวนความจำให้คนเป็นนาย

“ข้าเพียงแค่…อยากดูความจริงใจของนางเท่านั้น” แม้การกระทำของนางจะบ่งบอกว่าไม่อยากให้คนบนเรือเดือดร้อน มันได้ความไว้ใจจากเขาไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่อีกใจก็อดจะคิดไม่ได้ว่านี่อาจเป็นแผนของนาง …สตรีไว้ใจไม่ได้… บิดาเขาพูดกรอกหูมาตั้งแต่เด็ก สตรีทุกคนล้วนมีเล่เหลี่ยมไม่เว้นแม้แต่…ท่านแม่…

คนที่ปีนขึ้นฝั่งมาได้ถูกหญ้าริมฝั่งบาดแข้งขาแต่ไม่คิดย่อท้อ นางวิ่งหากองฟองของชาวบ้านแถวนั้น ก่อนจะคลำหาสมุดบันทึก…แปลกที่มันไม่เปียกน้ำและยังอยู่ดี…

“ไม้ขีดไฟ ธนู ลูกธนู” เท่านั้นที่นางเขียน ของทุกอย่างปรากฏข้างกายไม่มีเวลาให้ตื่นตลึง ซู่เยว่ถิงที่หลบหลังกองฟางหยิบฟางขึ้นมาปั้นเป็นก้อนให้ลูกธนูเสียบลงไป มองหาเป้าหมาย พบว่าซุ้มบางอย่างก่อสร้างด้วย ใบไม้แห้ง หลังคามุงฟาง!!

“หากตรงนั่นเป็นที่เก็บกำมะถันหล่ะ!!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel