บท
ตั้งค่า

ข้าชอบความอลังการ

“หากตรงนั้นเป็นที่เก็บกำมะถันหล่ะ!!” กลิ่นที่โชยมาตามลมทำนางมั่นใจ ในใจเต้นระรัวเพราะอาวุธน้อยนัก ในหัวสมองคิดสิ่งใดไม่ออก คิดเพียงว่า…

“หากข้าทำให้การตามล่าข้ายิ่งใหญ่ คนในเมืองนี้คงให้ความสนใจ ถึงเวลานั้น…หากเขาคนนั้นออกมา ข้าจะได้เจรจาอย่างสันติ” เสียงว่ายน้ำใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นางเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนตั้งท่าเตรียมยิง มือบางจุดไฟที่หัวธนูจนสั่นระริก เลือกซุ้มที่เก็บของที่ใกล้ที่สุด เพราะหัวธนูเป็นฟาง มันมอดไวเกินไป

”ช่วยข้าที ส่งลูกธนูไฟให้ถึง!!“ ในใจพร่ำภาวนา ก่อนจะตั้งมั่นและปล่อยธนูไฟลอยละลิ่วไปไกล

ฟิ่ววว พรึบ

บึ้มมมมม

เสียงระเบิกที่ดังมาตูมใหญ่ทำซู่เยว่ถิงรีบหมอบลงกับพื้น เขม่าควันลอยคละคลุ้ง เสียงผู้คนเริ่มโวยวาย นางแอบมองเหล่าทหารที่หยุดชะงัก พร้อมตะโกนตื่นตกใจ บางคนดำลงในน้ำเพื่อหลบความร้อนของเปลวเพลิง

“เวรแล้ว!!” การคาดคะเนของนางนั้นผิดคาด ตอนนี้นอกจากกำมะถันที่เยอะจนเกินไป ไฟเริ่มลามต่อเพราะส่วนใหญ่ที่แถวนี้คือที่เก็บฟางให้ม้า และมันใกล้กับเรือขนส่งที่นางพึ่งหนีออกมา!!

ฟิ้ว พรึบ พรึบ นางยิงธนูออกไป2ดอกติดกันเพื่อตัดเชื่อกที่มัดเรือเอาไว้ให้เรือลอยออกไปเพื่อหนีเปลวเพลิง

“ไปสิ ไปเร็วๆ” นางโบกมือให้พ่อบ้านเฉินที่วิ่งมาดู ก่อนที่คนเรือจะช่วยกันจ้ำไม้พายออกห่าง

“ออกไปไม่ต้องห่วงข้า!!” นางมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองที่เห็นสายตาห่วงใยของพ่อบ้านเฉิน จึงรีบตะโกนให้เขาเอาเรือที่มีแต่ของมีค่าออกห่างจากแรงระเบิด เพราะตอนนี้ไฟลามไปยังที่เก็บดินปืน!! เสียงทหารโวยวายว่าตรงนั่นห้ามให้ระเบิดเด็ดขาดแล้วทำนางใจหาย

“หากระเบิดอีกครั้ง ข้าตายแน่!!” นางมองหาทางที่จะวิ่งแต่พบว่าทุกที่มีฟางถูกลูกไฟปลิวใส่และเผาไหม้ลามไปเรื่อยๆ

“ขอโทษเถอะนะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ คือข้า…แค่เอาตัวรอด” นางมองกลุ่มทหารและชาวบ้านที่ลงมาช่วยกันดับไฟแล้วรู้สึกเสียใจ มองไปยังค่ายทหารที่ตั้งอยู่ไม่ไกลแล้วตั้งใจจะวิ่งเข้าไป อย่างไรนางต้องเจอกับโหลวเซิ่งหลงให้ได้!!

บึ้มมมม

“กรี๊ดดดด” ร่างเล็กลอยละลิ่วตามแรงระเบิด ที่ครั้งนี้มันรุนแรงกว่าที่เก็บกำมะถัน คนพ่ายผอมปลิวตามแรงอัด จนร่างเล็กไปกระแทกกับรั้วไม้ที่ห่างออกไป แต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บมากนักนอกจากจุกท้อง ก่อนจะลืมตามาพบมาผ้าคลุมสีดำกำลังปกป้องนางจากความร้อนของไฟมรณะ

“ท่าน!!! ฮึก!!” คนที่ทำทุกอย่างระเบิดเป็นจุนทั้งรู้สึกผิดทั้งกลัว เผลอกอดเจ้าของเรือแน่น ก่อนจะร้องไห้ออกมา ร่างกายแกร่งนิ่งงันกับอ้อมกอดเล็กๆ ก่อนที่มือหนาจะค่อยๆแตะลงบนหัวของนางอย่างปลอบประโลม

“ข้ากลัว ข้า…ขอโทษ ข้า…” ความสับสนใจจิตใจทำนางละล้ำละลักออกมาด้วยใจเจ็บหน่วง

“มีข้าอยู่ เจ้าไม่ต้องกลัว” คำพูดสั้นๆกลับทำให้หัวใจนางอบอุ่ม กระชับกอดร่างหนาจนแน่นขึ้นอีก

“ท่านช่วยพาข้าไปหาท่านแม่ทัพโหลวได้หรือไม่ ข้าจะสารภาพเรื่องทั้งหมดเอง ส่วนทหารทรยศพวกนั้นเขาก็ควรรู้เช่นกันว่ามีคนส่งมาขัดขวางความสุขของเขา” ใบหน้างามแม้เปื้อนเขม่าควันก็ยังดูงดงาม เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างร้องขอ

“จะไปเป็นเมียเขาหรือ และถ้าหากจริงๆแล้วเขาเป็นคนสั่งฆ่าเจ้าหล่ะ” นางส่ายหัว

“ข้า…คิดสิ่งใดไม่ออก แม้ไม่อยากเป็นเมียเขาข้าก็ต้องบอกความจริงเกี่ยวกับทหารพวกนั้น ข้ามั่นใจ ตอนที่คนพวกนั้นคุยกัน เขาบอกว่าต้องกำจัดข้าก่อนแม่ทัพจะมาเจอ เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์เกิดขึ้น…ตามคำสั่งนายใหญ่” นางได้ยินเช่นนั้นจริงๆ ได้ยินตั้งแต่คนพวกนั้นอยู่ฝั่งโน้น ก่อนนางจะกระโดดข้ามมาเมื่อคืน

มันเป็นสิ่งที่นางคิดมาตลอดยิ่งได้เจอบทความในบันทึกยิ่งทำให้นึกย้อนไปถึงคัมภีร์ที่บอกว่า …ชีวิตโหลวเซิ่งหลงเหมือนนาง ชีวิตที่ถูกผู้เป็นบิดากะเกณฑ์!!

“เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไป แต่จงรู้ไว้…หากเข้าไปแล้วเจ้าจะไม่ได้ออกมาอีก” แม้คำขู่นั้นจะน่ากลัวแต่นางก็ต้องทำ การมาที่นี่นางมั่นใจว่ามันคือภารกิจที่เกี่ยวกับแม่ทัพแห่งเมืองรัตติกาลแน่นอน…หากทำสำเร็จจะได้กลับบ้าน…

“แล้ว…หากท่านไปส่งข้า ท่านจะโดนทำร้ายหรือไม่” เขามองนางนิ่งๆ

“ห่วงข้าหรือ?” แม้ในใจจะหวั่นไหวเล็กน้อยแต่นางกลับวางมันลง สูดลมหายใจเข้าปอดลึก

“อย่างน้อย ท่านก็ไม่โหดร้ายที่จะฆ่าข้าตั้งแต่พบหน้า แถมเมื่อครู่ท่านยังช่วยชีวิตข้าเอาไว้ นั่น…เท่ากับว่าท่านมีบุญคุณกับข้า” เขาพยักหน้าก่อนจะอุ้มนางขึ้นแนบอก

“เจ้าบาดเจ็บ ข้าจะไปส่งเจ้าให้ถึงจวนท่านแม่ทัพ” มือเล็กที่มีแต่บาดแผลกำเสื้อเขาเอาไว้มั่น ในใจนึกกลัวสิ่งที่จะมาถึง โหลวเซิ่งหลงขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้าย นางจะรับมือเขาได้จริงๆหรือ แล้วบุรุษผู้นี้จะซวยไปด้วยหรือไม่

”ท่านปล่อยข้าลง ข้า…ไม่อยากให้ท่านไปส่งแล้ว“ นางมองเขาด้วยแววตาสับสน

”ทำไม?“ ฟันซี่เล็กขบกัดริมฝีปากบางอย่างหนักอก

”ท่าน…อาจโดนแม่ทัพปีศาจกำจัด“ แม้นางจะบอกแบบนั้นแต่เขาไม่ปล่อยนางลงจากอ้อมอก เสียงที่ดังวุ่นวายไม่ทำให้ความสนใจเขาละไปจากถนนเบื้องหน้าได้ สองขาแกร่งยังก้าวเดินอย่างมั่นคง

”ปีศาจงั้นหรือ? เจ้าเอาคำพูดพวกนี้มาจากไหนกัน“

”ใครในใต้หล้าแห่งนี้ก็รู้ทั้งนั้น เขาเกลียดสตรี เกลียดการถูกหักหลัง ไม่ชอบการถูกบังคับ แต่ข้า…กำลังหาเรื่องใส่ตัว ซึ่งท่านเป็นผู้มีพระคุณไม่ควรเดือดร้อนไปด้วย“ นางเบนสายตาไปทางอื่น เขาก้มลงมาสำรวจร่างผอมบางที่มีบาดแผลจากแรงระเบิด แต่นางไม่แยแสต่อบาดแผลตนเองสักนิด

”ใครในใต้หล้าที่เจ้าว่า…จะรู้จักข้าดี เท่าตัวข้าเองได้อย่างไร!!“ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเข้าใจความหมายที่เขาพูด อดไม่ได้จะยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อสะกดกลั้นความตกใจ ซึ่งการจบคำพูดเขาเป็นจังหว่ะเดียวกับที่เขาเดินมาถึงค่ายทหารพอดี

”ท่านแม่ทัพ!! เอ่อ…สตรีผู้นี้“ นายทหารคนนึงรีบวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างร้อนรน การเรียกสรรพนามเช่นนั้นยิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า…ชายผู้นี้คือโหลวเซิ่งหลงจริงๆ!!

”นางเป็นคนของข้า พวกเจ้ามีปัญหาอะไร!!” น้ำเสียงดุดันที่แตกต่างจากตอนสนทนากับนางทำมือเล็กกำเสื้อที่อกเขาแน่น หลับตาปี๋ด้วยความกลัว

“ไม่ๆ ไม่มีขอรับ!!” ทหารทุกคนคุกเข่าเอามือแนบอกตอนเขาเดินผ่าน

“หากไม่มีก็ไสหัวไปจัดการโรงเก็บอาวุธที่ระเบิดซะ และบอกให้ทหารทุกคนเตรียมตัว ข้าจะออกมา…จัดการทีละกอง!! ไป!!” เหล่าทหารวิ่งกันให้วุ่นวาย

“ท่าน!!“ ไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยสิ่งใดทำได้เพียงเรียกเขาแผ่วเบา

”ข้าชอบความอลังการที่เจ้าสร้าง หวังว่าข้าจะมองคนไม่ผิด!!“

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel