ขอความช่วยเหลือ2
พรึบ
ชิ้ง!!
“อึก” คมดาบแวววาวที่จ่อลงบนลำคอระหง ทันทีที่นางยกตัวเองขึ้นมาจากน้ำเย็นเฉียบ ทำซู่เยว่ถิงกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง บุรุษชุดดำที่มีแววตาดุดันจ้องนางท่ามกลางความมืดมิด
“ดูเหมือนว่า…ข้าจะจับตัวนางโจรได้แล้ว” เสียงทุ้มพล่าที่แฝงความเย็นเหยียบทำขนอ่อนในกายสตรีร่างบางลุกโชน
“ข้า…ไม่ใช่โจร” เสียงนางแผ่วเบาแค่ไหนนางรู้ดี มืออีกข้าจ่อปิ่นปักผมไปที่อกซ้ายของเขาผู้นั้นด้วยใจแน่วแน่
“ไม่ใช่นางโจรแต่เจ้ากระโดดลงน้ำไม่กระพรื่มสักหยด กระโดดขึ้นเรือสุดแรงแต่เรือไม่ขยับ แถมฝีเท้าเจ้าเบาราวกับปุยนุ่น กริยาท่าทางเช่นนี้มันควรเป็นของพวกโจรมือฉมังในเมืองหลวงมิใช่หรือ” จากแววตาตกใจแปลเปลี่ยนเป็นแววตาเอาเรื่อง
“ข้าเคยแอบฝึกทหารมา จะเก่งเช่นท่านว่าก็ไม่ผิด แต่ทุกอย่างล้วนเป็นอดีต ข้ามาที่นี่เพราะถูกส่งตัวมาสังเวยให้แม่ทัพปีศาจ หลบห่าธนูและคมดาบ ยังมาเจอคนใจมารเช่นท่านเอาแต่ถามข้าด้วยท่าทางกวนโมโห ทั้งๆที่…ข้ามาขอความช่วยเหลือแท้ๆ” แม้จะพูดคุยแบบนั้นแต่สายตานางสำรวจคนตรงหน้าไปด้วย
คนที่มีร่างกายบึกบึน มือหยาบแค่เพียงสัมผัสก็รู้สึกถึงความกระด้าง แววตาดุดันนั้นไม่มีสักแวบเดียวที่จะอ่อนโยนต่อนาง
“ตาของท่านมันช่างเหมือน เขาคนนั้นเหลือเกิน“ ปากบางเผลอพรึมพรำออกมา ในใจนึกถึงเจ้าพ่อธุระกิจสีเทา ที่จับเธอไปขัง ยิ่งมองลงมาถึงปลายจมูกตั้งสูงที่บ่งบอกว่าดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวเพียงใด คิ้วที่เชิดหางขึ้นดูก็รู้ว่าเจ้าเล่ห์ มือที่ถือดาบมั่นยืนยันว่า…ไม่คิดจะลดลงสักนิด นี่มัน…คนเดียวกันหรือเปล่า!!
“แล้วถ้าหากข้า…ไม่ให้ความช่วยเหลือเจ้าหล่ะ” คงไม่ใช่!! คนนี้เย็นชากว่ามาก!! ริมฝีปากซีดเผือดค่อยๆแย้มยิ้มออกช้าๆ
“ฆ่าข้าเสียสิ หากข้าตายอย่างโดดเดี่ยว ดีกว่าต้องถูกเอาไปบูชายันต์ เพราะคนอย่างข้าถ้าหากตาย จะสวรรค์หรือนรก ข้าจะ…ถล่มให้ราบ!! และจะจดจำใบหน้าเจ้าเอาไว้ไปจองเวรในชาติต่อๆไป”
จึก!! ฉึบ!! ปึก!! มือเล็กกดปลายปิ่นลงไปบนเนื้อผ้าจนมันปักลงถึงผิวหนัง มือหนาตวัดนางออกก่อนปัดปิ่นทิ้ง กดหน้ามองหยดเลือดที่ไหลออกจากฝีมือของนาง
“ดี!! คนไม่กลัวตายแบบนี้ก็ดี เช่นนั้นข้าจะบอกให้เจ้ารู้ ข้าไม่ช่วยใครโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน!!” ปลายดาบถูกจ่อลงมาตรงหน้า แต่ด้วยชุดสีขาวที่เปียกน้ำยามต้องแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทำกายบุรุษตึงขมวด เนินอกที่แม้จะเห็นรำไร แต่ต้องยอมรับว่าร่างกายนี้มีในส่วนที่ควรมี และเพราะอาจจะด้วยเขายั้งแรงตัวเองไม่อยู่ ทำคนที่ถูกเหวี่ยงอยู่ในท่าที่ล่อแหลมเหลือเกิน ตอนนี้ชายกระโปรงของนางเลิกขึ้นมาจนถึงขาเรียวขาว
“เหตุใดจึงไม่นั่งให้เรียบร้อยกว่านี้!!” เขาเบนหน้าหนีไปทางอื่น จนซู่เยว่ถิงยิ้มขำ
…เห็นแค่นี้เลือดยังสูบฉีดไปถึงหู หากเป็นโลกเดิมของนางที่ชอบใส่ชุดว่ายน้ำอวดหุ่นลงโซเชี่ยวชายผู้นี้ไม่เลือดกำเดาไหลจนหมดตัวหรือ…คิดได้แค่ในใจก่อนจะหมายมาดแผนการบางอย่างไว้ในอก
“ท่านผลักขาสุดแรงเช่นนั้น ไม่คิดว่าจ้าจะเจ็บ หรือแข้งขาข้าจะหักบ้างหรือ!! ชิ้ส์“ ดวงตากลมค้อนบุรุษผู้นั้นผ่านลม เขาเหล่ตามองก่อนถอนหายใจ ปลายดาบเกี่ยวผ้าห่มผืนบางขึ้นมาคลุมตัวนางไว้จนมิด มือเรียวเล็กจึงต้องค่อยๆแง้มออกมามองเขา ทีี่ถอยตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ชิดผนังของเรือสินค้าขนาดใหญ่
“เป็นสตรีหากทำตัวไม่งาม บรรพบุรุษเจ้าคงไม่รับไหว้”
