บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 สตรีร้ายกาจผู้นั้นคือข้าเองหรือ! ep 3

“ช้าก่อน จะไม่มีผู้ใดพาน้องรองไปที่ไหนทั้งนั้น” นางยกมือรั้งห้ามปรามข้าบ่าว ยื่นมือเข้าไปแทรกเรื่องราวทั้งหมด เรื่องนี้มีแต่ต้องออกมาจากปากนางเท่านั้นถึงจะหยุดยั้งเรื่องราวได้

สิ้นเสียงประโยคนั้นทุกคนต่างหันมามองทางนาง ฮูหยินซีเหยาแทบร้องไห้ปริ่ม

“เยียนเหยี่ยนลูกแม่ เจ้าฟื้นแล้วหรือ เจ้าเจ็บป่วยตรงไหนหรือไม่ ตอนนี้เจ้าควรเข้าไปพักผ่อน มาอยู่ตรงนี้ได้เช่นไร เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่ กับท่านพ่อของเจ้าจัดการสตรีเลือดชั่วผู้นี้เองเสียเถอะ”

“ตามที่ท่านแม่เจ้าว่า เจ้ากลับไปเถอะ พ่อจะจัดการให้เอง…พวกเจ้าพานาง…”

ใต้เท้าโจวกล่าวไม่ทันกล่าวจบ นางตัดบทสนทนานั้นขึ้นก่อน “ไม่ต้องเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าสบายดีขึ้นมากแล้ว หากข้ามาไม่ทันเกรงว่าจะช้าไปเพียงก้าว เรื่องนี้ข้าต้องการมากล่าวให้กระจ่างเจ้าค่ะ”

“หมายความว่าไงเยียนเหยี่ยน เจ้าไม่สบายตรงไหนหรือ มาให้แม่ดูสิ”

นางส่ายศีรษะ “ข้าไม่เป็นอันใดเเล้วเจ้าค่ะท่านแม่ หากท่านเป็นห่วงข้า เช่นนั้นอย่าลงโทษน้องรองเลยนะเจ้าคะ เรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวกับนางทั้งสิ้น วันนั้นเป็นข้าที่นั่งเรือไม่ทันระวังตัว เผลอตกน้ำตกท่าเองเจ้าค่ะ ท่านอย่าไปเอาผิดน้องรองเลยนะเจ้าคะ”

“เยียนเหยี่ยน ข้ารู้ว่าเจ้ากล่าวมาเพราะต้องการปกป้องตานหลินใช่หรือไม่ เจ้าไม่ต้องกลัวไปจะไม่มีผู้ใดกล้าทำร้ายเจ้าทั้งนั้น”

“ท่านพ่อ ที่ข้าพูดล้วนเป็นความจริงทุกประการเจ้าค่ะ น้องรองไม่ได้มีส่วนผิดเรื่องนี้ หากท่านไม่เชื่อ ท่านพ่อจะตีข้าอีกคนก็ได้นะเจ้าคะ เพราะข้าก็มีส่วนผิดที่ต้องทำให้สกุลโจวต้องอับอายขายขี้หน้าต่อผู้คน”

สิ้นเสียงเข่าทั้งสองของนางทรุดลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นสำนึกผิด ขอความเห็นใจบิดาให้อภัยกับน้องรอง

สีหน้าทุกคนรอบข้างในยามนี้กลับแปลกใจอย่างเห็นได้ชัดนี่คือคุณหนูใหญ่ โจวเยียนเหยี่ยนที่รู้จักจริงหรือนางไม่เคยต้องคุกเข่า หรือร้องขอโทษผู้ใดเพราะคอยมีบิดา มารดาคอยตามใจนาง จนเสียนิสัย

“ตายแล้ว ลูกแม่เจ้าทำเช่นนี้ได้เช่นไรกัน ลุกขึ้นมาเถอะ เจ้ายังไม่สบายอยู่….ท่านพี่เจ้าคะ” ฮูหยินซีเหยาหันไปขอความคิดเห็นจากผู้เป็นสามี

ใต้เท้าโจวระงับอารมณ์ใจเย็นลง โยนไม้ด้ามเล็กทิ้งไปที่พื้น ตวัดสายตาไปมองตานหลินครู่หนึ่ง กลับมามองบุตรสาวที่รักอีกครั้ง “ก็ได้เยียนเหยี่ยน ข้าเห็นแก่เจ้าที่เป็นบุตรสาวของข้าก็แล้วกัน เรื่องนี้ข้าจะไม่เอาความ”

“ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ” นางยิ้มกว้างสดใสราวกับพระอาทิตย์ส่องสว่างหันไปมองตานหลินด้วยความดีใจ “น้องรองเจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่” ทว่าใบหน้านั้นของหญิงสาวไม่รู้สึกยินดีกับการกระทำของนางเสียด้วยซ้ำ

“ขอบคุณพี่ใหญ่นะเจ้าคะที่ช่วยข้า หากท่านพ่อไม่มีอันใดแล้วเช่นนั้นข้าขอตัวพาเหอชิงไปทำแผลก่อน” ตานหลิงรู้ดีว่าสายตาของทุกคนล้วนไม่ได้สนใจนางหรือเหอชิงแล้ว นางเดินไปพยุงหญิงชรานอนเจ็บปวดไร้เรี่ยวแรงกับพื้นให้ลุกขึ้นยืนกลับไปรักษาตัวที่เรือนอย่างยากลำบาก

เยียนเหยี่ยนมองดูนางเดินจากไป เหตุใดคำพูดเย็นชาเมื่อครู่นี้มันถึงรู้สึกเจ็บปวดนัก ไม่ผิดหากตานหลินนั้นจะโกรธแค้นนางมากขนาดไหน เพราะนางนั้นเคยรังแกตานหลินไว้สารพัด และมารดาของเจ้าของร่างเดิมนี้เองก็มีส่วนผิดทำให้แม่ของตานหลินต้องตาย

นางนึกย้อนไปในช่วงหิมะโปรยปราย ทุกหลังคาเรือนถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว ความหนาวเย็นสะท้านแทรกซึมสู่ผิวสัมผัส

ตอนนี้กำลังปรากฏร่างสตรีวัยย่าง 20 ต้นผู้หนึ่งกำลังอุ้มทารกน้อย นั่งคุกเข่าอยู่หน้าประตูจวน ใบหน้ามีหิมะเกาะ ริมฝีปากแตกเป็นขุ่ย มือของนางสั่นระริก สะอึกสะอื้นในลำคอมองบุตรสาวตัวน้อยที่อยู่ในห่อผ้าเก่าๆ สีน้ำตาล

“ตะ…ตานหลิน แม่ขอโทษที่ทำให้เจ้าเกิดมามีชะตากรรมแบบนี้” นางหัวเราะให้กับชะตากรรม หากไม่หลงลืมตัวคิดกระทำชั่วมอบกายให้ใต้เท้าตั้งแต่ทีแรก บุตรสาวของนางคงไม่ต้องเกิดมามีชะตาอาภัพเช่นนี้

“อุแว้…อุแว้” เสียงของเด็กทารกดังขึ้น ขยับเท้าน้อยๆ ดันผ้าห่อหุ้มร่างกายออก เพราะอากาศที่หนาวเกินไป หญิงสาวทำได้เพียงดูแล ถอดเสื้อคลุมตัวเองออกมาห่มร่างกายให้บุตรสาว นางกล้ำกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ยากที่จะกล่าวสิ่งใด ปัดหิมะออกจากพวกแก้มของบุตรสาว

“โอ๋…โอ๋…เจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว แม่อยู่ตรงนี้ ไม่ว่ายังไงแม่ก็จะปกป้องเจ้า” นางประคองบุตรสาวขึ้นมากอดให้ความอบอุ่น เสียงแหบพร่าสั่นเครือ นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วตั้งแต่นางคลอดบุตรออกมาก็ถูกฮูหยินสั่งให้คนนำนางออกไปจากจวนสกุลโจว

วันเวลาผ่านไปจนร่างกายของนางนั้นทนไม่ได้ ร่างทั้งร่างขาดสารอาหาร และน้ำประทังชีวิต ไม่ช้านางล้มทรุดไปนอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้น นางพยายามคว้าอากาศหายใจ พยุงตัวลุกขึ้นเอื้อมมือไปจับบุตรสาวตัวน้อยอยู่ท่ามกลางหิมะ กำลังมองมาทางนี้ นางน้ำตาพรากอาบแก้ม จากนั้นไม่นานชีวิตที่มีขาดหายไปในที่สุด ทิ้งไว้เพียงทารกน้อยที่เริ่มร้องกระจองอแงร้องไห้อยู่ตรงนั้น

เมื่อนึกถึงเรื่องราวตรงนี้เยียนเหยี่ยนรู้สึกผิดยิ่งนัก…อยากกล่าวขอโทษตานหลินเป็นพันๆ ครั้ง แต่ก็รู้ดีทำเช่นนั้นนางคงไม่มีทางให้อภัย

“เยียนเหยี่ยนเช่นนั้นเจ้าเองก็ไปพักผ่อนเสียเถอะ เดี๋ยวไม่สบายเอา”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

นางเดินมาตามทาง มองผู้คนรอบด้านที่กำลังมองมาทางนาง พร้อมสีหน้าดูไม่พอใจกับการกระทำของนางยิ่งนัก ไม่รู้ว่าผู้ใดนั้นปล่อยข่าวเสียๆ หายๆ ออกไปอีก

นางอุตส่าห์เข้ามาช่วยนางเอกในนิยายแท้ๆ เหตุใดคนที่มองว่าเป็นนางร้ายกลับเป็นนางเพียงผู้เดียวกัน

“แล้วต่อไปนี้ข้าจะเอาชีวิตรอดในนิยายนี้เช่นไรดี สวรรค์ หากอยากให้ข้าตายนักเหตุใดไม่เอาชีวิตข้าไปเลยเล่า แน่จริงก็ฟ้าผ่าตรงกบาลข้านี้เลยสิ!”

นางขมวดคิ้วนิ่วหน้า มองท้องฟ้าที่สว่างสดใสราวกับไม่พอใจที่สวรรค์ทอดทิ้งนางหรือเช่นไรกันถึงได้ถูกส่งมาอยู่ในร่างนี้

เปรี้ยง!!!

“กรี๊ด!...” นางกะพริบตาปริบ ร้อนวูบวาบไปหมด แสงสว่างวาบพร้อมเสียงคำรามดังราวกับมัจจุราชมัวครู่นี้คือสิ่งใดกัน นางหงายหงันมองไปทางข้างหลังที่เดินผ่านมา กลับพบต้นไม้ใหญ่นั้นหักล้มลงผ่านตัวนางไปเพียงเสี้ยว

นางหน้าถอดสี มือไม้สั่นเทาไปทั่วร่าง ริมฝีปากแข็งค้างยากที่จะกล่าว ‘ปากข้าพาซวยอย่างนั้นหรือ เกือบได้ตายอีกคราแล้วไหมเล่า T-T’

เยียนเหยี่ยนได้สติรีบรุดเร่งฝีเท้าตนเองออกมาจากบริเวณลานกว้างหลบฟ้าฝนที่เมฆเริ่มครึ้มเข้ามา วิ่งเข้าไปในเรือนทันที

นางหอบหายเหน็ดเหนื่อยทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ยิ่งหวนนึกถึงภาพเมื่อครู่แล้วเสียวสันหลัง เกือบได้ตายอีกหนไม่ทันเนื้อเรื่องได้ดำเนินไปถึงไหนด้วยซ้ำ

หญิงสาวยกมือกุมขมับ อยากกรีดร้องในใจ นางทำกรรมอะไรไว้กันเหตุใดแม้แต่ปรโลกยังไม่ยินดีต้อนรับ เอาเถอะ หลังจากนี้ชะตากรรมนางจะเป็นคนเปลี่ยนเอง

นางนั่งนับคำนวณวันหลังจากนี้หากเดาไม่ผิด วันนั้นก็คงจะมาถึงในไม่ช้า หวางเมิ่งหยวนที่ผู้คนต่างเกรงกลัวถูกลอบทำร้าย จนสูญเสียความทรงจำ และเป็นวันที่สกุลโจวที่รับเขาไว้ดูแล เรื่องนี้นางจะไม่มีทางให้เกิดขึ้นเด็ดขาด ไม่มีวัน!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel