บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.2

ท่านย่าของหญิงสาวเปลี่ยนฐานะเป็นฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเมิ่ง กอดบัญชีสินเดิมของเมิ่งเสวี่ยเยวียนเอาไว้แน่น รอวันที่หญิงสาวจะได้ออกเรือนอย่างถูกต้อง ไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องแม้แต่เมิ่งสวี่บิดาของหญิงสาวเองก็ตาม!!

เมิ่งเสวี่ยเยวียนถอนหายใจออกมาเสียงเบา

ซิ่วเอ๋อร์หันกลับมามองผู้เป็นนาย “คุณหนู...ยังคิดถึงเรื่องเมื่อวานอีกหรือเจ้าคะ เรื่องสินเดิม??”

“อืม เกรงว่าท่านแม่คงรู้แล้วเป็นแน่” ข่าวลือข้างนอกลือกันไปทุกมุมถนน เมิ่งอวี่อี้ พี่ชายคนโตของนางแต่งฮูหยินเข้าจวนอย่างยิ่งใหญ่ สินสอดที่สมทบกับสินเดิมเจ้าสาวขบวนยาวถึงสองมุมถนน คหบดีสองตระกูลผูกไมตรีสัมพันธ์แนบแน่น ร้านแพรพรรณกับร้านเครื่องกระเบื้องอันมั่งคั่งของเมืองหวงฝู่

เรื่องเหล่านี้คงน่าชื่นชมและได้รับการกล่าวถึงที่ดีกว่านี้ หากมิใช่คนตระกูลอวี้ตระกูลเดิมมารดาของหญิงสาวมิได้มาต่อว่าถึงที่จวน กล่าวว่าเมิ่งอวี่อี้ไปที่ร้านข้าวสารที่เป็นสินเดิมของเมิ่งเสวี่ยเยวียน ชี้มือชี้ไม้สั่งการบอกว่าร้านนั้นถูกยกให้เขาแล้ว และเขาจะใช้ร้านนั้นเป็นสินสอดแต่งฮูหยินน้อยเข้าจวนตระกูลเมิ่ง!!

เรื่องน่าขบขันเช่นนี้ถูกชาวบ้านกล่าวถึงอยู่เกือบสิบวัน ผู้เป็นพี่ชายหมายแย่งสินเดิมของน้องสาว อีกทั้งยังเป็นน้องสาวต่างมารดา เรื่องขบขันของตระกูลเมิ่งถูกขุดขึ้นมากล่าวถึงอย่างสนุกปาก

ไม่พอยังกล่าวว่าเมิ่งสวี่ทำให้ฮูหยินเอกของตนขุ่นเคืองจนหนีไปบวชชี อีกทั้งบุตรชายที่เขายกขึ้นเป็นว่าที่ผู้นำตระกูล แท้ที่จริงกลับเป็นบุตรชายที่เคยได้ชื่อว่าเป็นบุตรที่เกิดจากอนุ!!

ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเมิ่งโกรธจนเป็นลมหมดสติ หลังได้สติก็ให้แม่นมหยางตรวจสอบบัญชีสินเดิม ตรวจทานจนมั่นใจว่ามีโฉนดร้านขายข้าวสารหายไปจริง!! วุ่นวายกันยกหนึ่งจึงสามารถตามกลับคืนมาได้ กระทั่งพบว่าคนที่ขโมยไปก็คือเมิ่งสวี่ บิดาของนางนั่นเอง...

รถม้ายังไม่ทันได้จอดลงเด็กหญิงคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาบอก มารดาของนางขอให้นางกลับไป เรื่องภายนอกนางไม่ได้อยากรับรู้ อีกทั้งตอนนี้เมิ่งเสวี่ยเยวียนก็นับว่าเติบโตจนปักปิ่นแล้ว ไม่อาจค้างแรมอยู่ข้างนอกนานๆ ไม่อาจรั้งอยู่นอกจวนเกินยามโหย่ว ยิ่งไม่สมควรที่จะไปๆ มาๆ อารามนางชี

ดังนั้น...นอกจากปิ่นหยกเรียบๆ อันหนึ่งที่มารดาฝากเอาไว้ให้ หญิงสาวก็ไม่ได้พบมารดา ยิ่งไม่อาจอยู่ค้างกับมารดาเช่นที่เคยทำก่อนหน้านี้แล้ว

เดิมทีในทุกๆ ปีฮูหยินผู้เฒ่าจะส่งนางมาอยู่ข้างกายมารดาสองสามครั้ง ครั้งหนึ่งก็เดือน สองเดือน สลับกับอยู่ที่จวนเพื่อเรียนรู้เรื่องมารยาทและธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ ตอนนี้นางเติบโตแล้วและใกล้ออกเรือน มารดาไม่ให้นางอยู่ค้างที่อารามก็นับว่าเข้าใจได้ แต่ไม่ให้นางเข้าไปพบคือเรื่องที่ทำให้นางงุนงงและสับสนยิ่ง

“คุณหนูเมิ่งท่านกลับไปเถิด หลายวันมานี้เพราะเรื่องของตระกูลเมิ่งทำให้อารามแห่งนี้วุ่นวายเหลือเกิน มารดาของท่านเพราะถูกเรื่องทางโลกรบกวน แม้แต่สวดมนต์ก็เหม่อลอยบ่อยครั้ง” บ่าวรับใช้ของอารามกล่าวขึ้น “บางทีนางคงไม่อาจสงบใจได้หากว่ายังมีเรื่องทางโลกกระทบกับการบำเพ็ญเพียรเช่นนี้ ท่านเองก็ปักปิ่นแล้ว เติบโตแล้ว ทั้งยังดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี...”

นางถอนหายใจมองเข้าไปยังโถงพระประธาน “รบกวนแล้ว” เรื่องที่เกิดขึ้นรบกวนอารามจริงๆ ไม่คนตระกูลเมิ่งก็คงเป็นคนตระกูลอวี้ที่เวียนกันมาสอบถาม เกรงว่าหลายวันมานี้มารดากับแม่ชีในอารามคงวุ่นวายไม่น้อยจริงๆ

คิดๆ แล้วก็ให้รู้สึกผิด หญิงสาวก็มิได้อยากให้มารดากับคนที่นี่ถูกรบกวน ดังนั้นจึงได้แต่นั่งรถม้ากลับลงเขาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

“คุณหนู” ซิ่วเอ๋อร์เห็นท่าทีหดหู่ของผู้เป็นนายก็ได้แต่เป็นห่วง
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel