บท
ตั้งค่า

Chapter 2 แรกสบตา

“แม่นาง! เป็นอย่างไรหรือไม่”

นางรู้สึกหมุนคว้างเหมือนลอยในอากาศ จู่ๆ ก็ถูกดึงไว้ด้วยอ้อมแขนอันอบอุ่น ครั้นลืมตาตั้งสตินางจึงพบว่าตนเองอยู่ในอ้อมแขนของชายคนเดิม ร่างนุ่มนิ่มถึงคราสั่นสะท้านเพราะมิเคยต้องมือชายใด นางบังเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นในใจเสียแล้ว...

“คุณหนู! คุณหนู!”

จินฮุ่ยอิงสะดุ้งสุดตัวผุดลุกขึ้นหันหลังให้บุรุษหนุ่มรูปงาม จัดแต่งเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยแล้วหันกลับมาปรากฏว่าชายคนนั้นพลันหายไป

“คุณหนูหายไปไหนมา บ่าวตามหาจนทั่วตลาดแล้ว”

“ข้ามิได้ไปไหน แค่อยากจะแวะซื้อแพรพรรณเนื้อดีสักผืนสองผืนอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดซิงซินแล้ว ข้าอยากตัดชุดให้นางเป็นของขวัญ”

“คุณหนูซิงซินคงดีใจที่คุณหนูใหญ่ตั้งใจทำให้” สาวใช้ตอบรับสีหน้ายิ้มแย้มไม่ต่างกัน

“เจ้าช่วยข้าเลือกสิว่าสีไหนดีระหว่างสีขาวกับสีชมพู”

“สีชมพู อ๊ะ! หรือสีขาวดี อย่างคุณหนูซิงซินวันวันไม่รู้เรื่องราวอะไรกับใครเขา ใส่เป็นสีขาวน่าจะเหมาะกับเด็กอายุสามขวบมากแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวติงพูดจบก็หัวเราะขบขันแต่พอเห็นแววตาผู้เป็นนายก็หยุดหัวเราะทันควัน

จินฮุ่ยอิงหัวเราะไม่ออก ร้องไห้ไม่ได้ เพราะรู้แก่ใจว่าน้องสาวของนางที่แท้แล้วไม่ต่างอะไรกับเด็กสามขวบแม้วัยล่วงเลยมาจนจะข้ามกำแพงสวนดอกไม้แล้ว...

ทั้งสองพักหายเหนื่อยในโรงเตี๊ยมต่างสำรวจข้าวของที่ซื้อหาอย่างตื่นตาตื่นใจ จินฮุ่ยอิงได้ผ้าแพรไหมหลากสีรวมถึงสีขาวที่ตั้งใจทำให้น้องสาวในพิธีจีหลี่ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ในขณะที่เป็นธุระจัดหาของไหว้ร่วมกับสาวใช้คนสนิทท่ามกลางการห้ามปรามของมารดาที่ไม่ยินดียินร้ายในตัวบุตรสาวคนเล็กของสามีไม่

แต่นางหรือจะดูดายได้...

“เจ้าดูสิว่าได้ของไหว้ครบแล้วหรือไม่”

เสี่ยวติงทอดถอนใจก่อนตอบ “ครบทุกอย่างเจ้าค่ะ ทั้งหมู เป็ด ไก่ ซาก้วย ผลไม้สามอย่าง ขนมสามอย่าง ชาเปี้ยแล้วก็...” นางพูดไม่ทันจบก็หัวเราะขบขันก่อนกระซิบผู้เป็นนายว่า “ซากั๊กเล้าก้วย ด้วยเจ้าค่ะ”

“เจ้าช่างทะลึ่งตึงตัง อย่าพูดเรื่อยเปื่อยอายคน” นางถึงกับหน้าเห่อร้อนทันใด

“จะเป็นไรเล่าเจ้าคะ ผู้หญิงเราพอออกจากสวนดอกไม้แล้วก็ต้องพบคู่ทุกคน มิมีใครเป็นดอกไม้รอวันโรยราอยู่ตลอดไปได้หรอกเจ้าค่ะ”

“มีสิ”

“คุณหนูหมายถึงข้าใช่หรือไม่” เสี่ยวติงกระเซ้าไม่มีทีท่าวิตกกังวลเรื่องที่ตนเป็นบ่าวและอาจไร้วาสนามีคู่เคียงเช่นใครเขา

แต่จินฮุ่ยอิงส่ายหน้าแล้วเอ่ย “หมายถึงตัวข้าต่างหาก”

“คุณหนู! ไยพูดเช่นนั้นเจ้าคะ” เสี่ยวติงจับมือคุณหนูของนางบีบเบาๆ ก่อนเอ่ย “อย่าได้พูดเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ คุณหนูยังเพิ่งสิบเจ็ดเท่านั้นเอง ยังมีหมู่ภมรอีกมากมายที่ยังบินมาไม่ถึงดอกไม้งามดอกนี้ คุณหนูไม่มีวันเฉาโรยราอยู่กับบ้านเปล่าเปลี่ยวแน่ๆ เจ้าค่ะ”

“ขอบใจติงติง คงมีแต่เจ้าที่เข้าใจข้า” นางรำพึงเบาๆ ก่อนจะปาดน้ำตาแล้วเผยรอยยิ้มอ่อนโยน

“อย่าเพิ่งคิดมากเลย จิบน้ำชานี้ดีกว่ารสชาติดีมากจริงๆ คุณหนู” เสี่ยวติงปลอบพลางส่งผ้าเช็ดหน้าให้แล้วรินน้ำชาส่งให้เอาใจ

จินฮุ่ยอิงรับไปจิบพลางครุ่นคิดถึงเรื่องราวเมื่อครู่ที่พบบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง นางคงได้แต่ฝันไปว่าสักวันจะมีใครสักคนที่ทั้งอ่อนโยนมีน้ำใจรับนางไว้เป็นคู่ร่วมหอสักคน แต่นางก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงคุยอย่างออกรสจากโต๊ะข้างๆ

“ข้าได้ยินว่าวันนี้มีขบวนรถม้าใหญ่โตมาที่เยือนเมืองฉู่ของเราด้วย”

“ขบวนหรือ ขบวนอะไรกัน”

“เขาว่ากันว่าขบวนแม่สื่อจากวังหลวงจะมาสู่ขอคุณหนูใหญ่ตระกูลจินให้อ๋องสี่หลี่หลานหมิง”

“ว่ากันว่าอ๋องสี่ผู้นี้เหี้ยมโหด ฆ่าคนเป็นผักปลา ใครไม่ถูกใจไม่ฆ่าก็โบย ได้ยินว่าไม่มีสตรีนางใดทนความร้ายกาจของอ๋องสี่ผู้นี้ได้สักราย”

ชายสองคนคุยไปร่ำสุราไปอย่างสบายอารมณ์โดยไม่รู้เลยว่าจินฮุ่ยอิงที่นั่งไม่ไกลได้ยินทุกคำถึงกับตัวชาไปแล้วอย่างไม่รู้ตัว

คุณหนูใหญ่ตระกูลจินเช่นนั้นหรือ?

นางได้ยินไม่ผิดแน่!

เป็นไปไม่ได้!

แต่ทั่วทั้งเมืองฉู่จะมีใครกันเล่านอกจากนาง...

ตะวันลับฟ้า สุดสายตามีเพียงแสงรำไร...

ดรุณีน้อยในชุดสีฟ้าอ่อนพลิ้วไหวไปตามแรงลมยกมือป้องแสงครู่หนึ่งจึงกระโดดโลดเต้นท่ามกลางเหล่ากระต่ายป่าขาวฟูขนนวลนุ่มที่เล็มหญ้าอยู่ริมลำธาร

“ตุ้งตุ้ง มาหาข้าเดี๋ยวนี้เลย อย่าหนีนะ!”

นางร้องเรียกแต่กระต่ายตัวที่หมายตากระโดดหนีนางจนตัวมันลื่นตกแอ่งน้ำตื้นแล้วเกาะก่ายรากไม้ขึ้นมาได้แต่ตัวเปียกมะล่อกมะแล่กสร้างเสียงหัวเราะกังวานใสของดรุณีน้อยให้ดังขึ้นท่ามกลางเสียงน้ำตกไหลรินเอื่อยๆ

“ข้าบอกว่าอย่าหนีข้า เจ้าก็ไม่ฟังเลยตุ้งตุ้ง”

จินซิงซินนั่งลงบนโขดหินช้อนกระต่ายขาวหูเทาตัวอวบที่สุดขึ้นมาวางบนตักลูบไล้ด้วยความรักใคร่ ดวงตาของมันแดงเหมือนสีชาดแต่หูกลับแซมสีเทาอ่อนประปรายดูโดดเด่นที่สุดในบรรดากระต่ายขาวทั้งหมด

กระทั่งเสียงแมลงกลางคืนเริ่มส่งเสียงร้องกระต่ายป่าจึงกระโดดผลุงจากอ้อมกอด จินซิงซินลุกพรวดพราดตามแต่เพียงครูมันก็หายลับไปจากสายตา นางจึงรู้ว่านั่งอยู่จนค่ำมืด ดวงหน้านวลใสราวหยกเนื้ออ่อนออกอาการตื่นกลัวทันใด

“มืดแล้ว! เสี่ยวเซียนช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย!”

สิ้นเสียงเรียก...

ทันใดก็มีเงาร่างทะมึนพุ่งตรงมา จินซิงซินเสียหลักหงายหลังจะตกโขดหินจึงถูกฝ่ามือใหญ่จากเจ้าของร่างทะมึนตะครุบริมฝีปากเสียก่อน นางดิ้นรนขัดขืนแต่ไม่เป็นผลจนน้ำตาไหลเป็นทางครู่หนึ่งจึงมีเสียงดังจากคนด้านหลังขึ้นว่า

“กระต่ายน้อย... ถ้าไม่หยุดร้องระวังจะถูกเสือจับกิน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel