2
ถึงแม้หน้าตาเธอไม่ได้สวยฉูดฉาดบาดใจเหมือนกับคู่ขาทั้งหลายของเขา แต่เธอก็ดูน่ารักมาก แต่งหน้าบาง ๆ เผยให้เห็นเนื้อแท้ของผิว ปากเคลือบไว้ด้วยลิปมันดูเป็นประกายวาว แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็หุ่นของเธอนี่แหละ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีลูกสองคนแล้ว
"สวัสดีค่ะคุณเควี่ ดิฉันณัฐวราค่ะ หรือจะเรียกน้ำผึ้งก็ได้นะคะ" ณัฐวราทักทายชายหนุ่มแปลกหน้า
เขาคนนี้สเป็กเธอเลย สูงใหญ่ บึกบึน ทรงอย่างแบด แต่ถ้าจะเกินสเป็กไปหน่อยก็ตรงความหล่อนี่แหละ เพราะเขาหล่อมาก ๆ ที่สำคัญเป็นลูกครึ่งเสียด้วยสิ กรี๊ดมาก.. น้ำผึ้งเอ๊ย ถ้าชาตินี้แกได้ผู้ชายคนนี้เป็นสามีคงนอนตายตาหลับ
"เควินครับ หรือจะเรียกเควี่ก็ได้" เขาแนะนำตัวเองบ้าง
"ยินดีค่ะ คุณเควินมาติดต่อเรื่องแบบเหรอคะ จากที่ไหนคะเดี๋ยวน้ำผึ้งเช็คให้" เธอเรียกเขาด้วยชื่อจริง รู้สึกคุ้น ๆ กับชื่อนี้มากแต่นึกไม่ออก
“ไม่ได้ติดต่อครับ วันนี้ผมตั้งใจมาพบท่านประธาน แต่บังเอิญเห็นน้องคิมกับน้องวาขึ้นลิฟต์มาแค่สองคน ก็เลยเดินมาส่งพวกเขาเท่านั้น" ความจริงแล้วตามมาดูมากกว่าว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร และพอได้เห็นมารดาของเด็ก ๆ เขากลับคิดว่าคุ้มมาก ๆ ที่ตามมาดู ถึงแม้จะได้แค่ดูแต่ไม่มีสิทธิ์แล้วก็ตาม
"ต้องขอบคุณคุณเควินมาก ๆ เลยค่ะ แต่น้องคิมเขาเก่งค่ะทำอะไรเป็นตั้งหลายอย่าง เรื่องขึ้นลิฟต์ลงลิฟต์นี่ไว้ใจเขาได้เลยค่ะ" เธอชมลูกชายแล้วลูบศีรษะอย่างเอ็นดู
"จริงครับ ผมขอตัวก่อนดีกว่า โอกาสหน้าเราคงได้เจอกันอีกนะครับ"
“ค่ะ เด็ก ๆ สวัสดีคุณลุงค่ะลูก คุณลุงจะไปแล้ว”
เด็กทั้งสองไหว้ลาชายหนุ่ม ส่วนหญิงสาวก็ส่งยิ้มให้ รอยยิ้มของเธอทำให้เขานึกอยากจะเข้าไปจูบลาเสียเหลือเกิน เพราะเธอยิ้มแล้วดูสวยสดใสมาก
หลังจากส่งแขกแล้วณัฐวราก็พาเด็ก ๆ เข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง แล้วปล่อยให้พวกเขาทบทวนบทเรียนเพื่อรอเวลาเลิกงาน ส่วนเธอก็ทำงานของตัวเองไปเรื่อย ๆ
แต่ก็มีเผลอใจนึกถึงชายหนุ่มที่ชื่อเควิน สาเหตุเพราะถูกใจอย่างแรง และรู้สึกคุ้นกับชื่อของเขาเหลือเกิน หน้าตาก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนคนรู้จักแต่นึกไม่ออก สุดท้ายเลยสรุปกับตัวเองว่าเป็นเพราะเขาถูกสเป็กเธอมาก เธอจึงรู้สึกแบบนี้
โธ่เอ้ย! ถ้าจะบ้านะแก อยู่มาจนครึ่งคนแล้วจะมาหวั่นไหวอะไรตอนนี้วะ เธอด่าตัวเองในใจแล้วเริ่มกลับมาสนใจงานตรงหน้าอย่างจริงจัง
เควินคุยกับบิดาอยู่ในห้องทำงานของท่าน เขาคุยกับท่านไปเรื่อย ๆ เกี่ยวกับงานแต่ละสาขาที่ได้ไปดูมา จนกระทั่งมาถึงเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจ
"พ่อครับ ตอนที่ผมขึ้นลิฟต์มาผมเห็นเด็กเล็ก ๆ สองคนขึ้นมาพร้อมผม พวกเขาไปที่ชั้นสาม มีอะไรที่ผมยังไม่รู้หรือเปล่าครับ"
"แกนี่เซ้นต์ดีจริง ๆ เลยนะ" คุณสมิธรู้ทันทีว่าเด็กที่ลูกชายเขาพูดถึงคือคิมกับวา หลานของณัฐวรา เพราะมีเพียงเด็กสองคนนี้เท่านั้นที่ได้รับอภิสิทธิ์เหมือนเป็นพนักงานของบริษัท
"ผมกำลังรอฟังอยู่ครับ"
"หลานของหนูน้ำผึ้งเขาน่ะ"
ชายหนุ่มถึงกับใจเต้นแรงเมื่อได้ยินบิดาบอกว่าเด็กสองคนนั้นเป็นหลานของน้ำผึ้ง และแทบจะกระโดดด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ไม่ให้บิดารู้
เขาคิดว่าเขาสนใจเธอมาก และตอนนี้ก็ได้รู้แล้วว่าเธอไม่ใช่แม่ของเด็กสองคนนั้น แบบนี้เขาก็มีสิทธิ์ที่จะพิชิตใจเธอ
"พ่อครับพ่อเชื่อเรื่องรักแรกพบมั้ยครับ"
"อะไรของแกเควี่ พ่อตามแกไม่ทันจริง ๆ นะเนี่ยะ อยู่ ๆ ก็มาถามเรื่องรักแรกพบ" คุณสมิธงงกับลูกชายเป็นอย่างมาก ที่อยู่ ๆ ก็ถามประโยคที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่คุยกันอยู่เลยออกมา
เควินรู้สึกตัวว่าปล่อยไก่ออกไปก็รีบกลบเกลื่อนทันที "เปล่าครับพ่อ ผมคิดอะไรเพลินไปหน่อย เมื่อกี้พ่อบอกผมว่าหลานของใครนะครับ แล้วทำไมต้องพามาที่บริษัทด้วย แบบนี้มันจะไม่เสียระบบหรือครับพ่อ"
"ยิ่งกว่าให้เขาเอาหลานมาเลี้ยงที่นี่แม่แกยังทำเลย แกรู้มั้ยตลอดสามปีที่ผ่านมา ถ้าโรงเรียนปิดเทอมเมื่อไหร่ แม่ของแกเอาเด็ก ๆ ไปอยู่ด้วยที่บ้านทุกครั้ง พ่อกับแม่รักพวกเขาเหมือนลูกหลานของตัวเองก็ไม่ผิด อยากจะให้พวกเขามาอยู่ด้วย แต่น้ำผึ้งเขาปฏิเสธ เขาขอแค่ให้พ่อยอมให้เด็ก ๆ มารอเขาที่บริษัทได้เขาก็พอใจแล้ว มันก็เลยกลายเป็นแบบที่แกได้เห็นนั่นแหละเควี่"
"แล้วทำไมพ่อกับแม่ถึงได้ดีกับเขาขนาดนั้นครับ" ถามด้วยความสงสัยอย่างมาก
"แกฟังพ่อให้ดีนะเควี่ น้ำผึ้งเขามีพี่ชายชื่อวายุ แล้ววายุเขาเคยช่วยชีวิตแม่แกไว้ไม่ให้ถูกรถชน วายุเขาช่วยแม่แกได้แต่ช่วยตัวเองไม่ได้ เขาถูกรถชนหัวกระแทกพื้น กลายเป็นเจ้าชายนิทราตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็สามปีกว่าแล้ว วายุเขาเป็นสถาปนิกที่บริษัทเรามาเป็นสิบปีก่อนเกิดเรื่อง ส่วนน้ำผึ้งก็ทำงานกับเรามาเกือบสิบปีแล้วเหมือนกัน
