บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 กระทู้ (1/2)

“หนูเอาเงินมาจ่ายค่าหอค่ะป้าเดือน”

“ที่ค้างไว้สองเดือนใช่ไหมหนู”

“ค่ะ”

ขวัญญาดานำเงินสดที่เธอเพิ่งกดมาจากตู้ธนาคารยื่นให้กับคุณป้าเจ้าของหอพัก เป็นเงินค้างจ่ายมาสองเดือนเต็ม ป้าเดือนเพ็ญรับเงินไปถือเอาไว้ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย เพราะตอนนี้เพิ่งกลางเดือน อีกทั้งเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เด็กสาวรุ่นราวคราวลูกที่พักอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปีหนึ่งก็เคยมาแจ้งว่าจะขอผ่อนจ่าย

“หนูขวัญมีใช้เหรอลูก ถ้ายังไม่มี ไม่ต้องรีบเอามาจ่ายป้าก็ได้นะ”

“มีค่ะป้าเดือน ขอบคุณมากเลยนะคะที่ไม่เคยว่าขวัญเลย”

ด้วยความเอ็นดูเห็นว่าขวัญญาดาเป็นเด็กดี ทั้งตั้งใจเรียนและขยันทำงาน เดือนเพ็ญจึงอดไม่ได้ที่จะเห็นใจ อีกอย่างตลอดเกือบสี่ปีที่ผ่านมา ขวัญญาดามักจะค้างค่าเช่าห้องอยู่บ่อย ๆ แต่เธอก็มีความรับผิดชอบหามาจ่ายจนหมดทุกครั้ง ไม่เคยต้องปล่อยให้ตามหรือหนีหายไปเลย

“ไม่เป็นอะไรเลยจ้ะ แล้วนี่จะไปเรียนเหรอลูก”

“...”

“ป้าเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด มีกล้วยหอมอยู่หลายหวีเลย ถ้าอยากกินมาแบ่งเอาไปนะลูก”

ก็เพราะป้าเดือนเพ็ญเป็นคนใจดีขนาดนี้ ขวัญญาดาจึงรู้สึกเกรงใจทุกครั้งที่ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่าหอพักในบางเดือนทัน จนต้องขอเลื่อนครั้งแล้วครั้งเล่า เงินก้อนนี้ที่เธอได้มาจากผู้ชายคนนั้น ขวัญญาดาจึงรีบนำมาจ่ายทันที

ทว่าเมื่อนึกถึงผู้ชายที่เธอไม่ได้เจออีกเลยมาเกือบสองอาทิตย์ ภาพความทรงจำในคืนนั้นก็ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ ซึ่งขวัญญาดาจดจำทุกรายละเอียดได้เป็นอย่างดี 

เธอเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อภาพเหตุการณ์ฉายวนซ้ำในหัว ตอกย้ำว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขวัญญาดาจำได้ว่าหลังจากเสร็จกิจกรรมในเรื่องอย่างว่า หญิงสาวก็พาตัวเองออกมาจากคอนโดของอีกฝ่ายทันที พร้อมเงินหนึ่งแสนบาทที่โอนเข้าบัญชี

“ทำเหมือนว่าเรื่องคืนนั้นไม่เคยเกิดขึ้นเลยยิ่งดี ขวัญ…”

มันคือถ้อยคำที่ขวัญญาดาพร่ำบอกตัวเองมาตลอด เธอพยายามลืมเรื่องในคืนนั้น แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไร กลับยิ่งฝังลึกในความทรงจำ

“หนูขวัญ”

ขวัญญาดาไม่รู้ว่าตัวเองเหม่อลอยนานเท่าไร เพราะรู้ตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงของป้าเดือนเพ็ญและมือที่เอื้อมมาแตะแขนเบา ๆ

“คะ ว่ายังไงนะคะป้าเดือน”

“เป็นอะไรหรือเปล่าลูก”

“ไม่มีอะไรค่ะป้าเดือน เดี๋ยวขวัญต้องไปเรียนแล้วค่ะ ขอบคุณป้าเดือนอีกครั้งนะคะ”

หลังจากพูดคุยกับป้าเดือนเพ็ญเสร็จเรียบร้อย ขวัญญาดาก็นั่งรถเมล์มาที่มหาวิทยาลัย กึ่งวิ่งกึ่งเดินมาที่ตึกคณะด้วยความรีบร้อน เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะถึงเวลาเรียนแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าขวัญญาดาไม่อยากเข้าเรียนสายให้เสียประวัติ

“ขวัญ”

และในทันทีที่หญิงสาวในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเข้ามาในห้องเรียน เสียงของใยบัวก็ดังขึ้นทักทาย รวมถึงแพรววาและทอฝันที่นั่งอยู่ในห้องก่อนแล้ว เลยกลายเป็นว่าวันนี้ขวัญญาดามาสายกว่าเพื่อนทุกคนในกลุ่ม

“เรามาช้าที่สุดเลยเหรอ”

“ดูทำหน้าเข้า ยังไม่ถึงเวลาเข้าเรียนสักหน่อย อีกตั้งสิบนาทีแน่ะ”

แพรววาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ขณะสายตาก็มองคนที่กำลังหยิบสัมภาระของตัวเองออกมาจากกระเป๋า ก็เพราะขวัญญาดาเป็นแบบนี้ พวกเธอถึงอดไม่ได้ที่จะเอ็นดู

“ฉันปวดหัวกับรายงาน อยากตุย”

“อย่าเพิ่งตุยค่ะ ทนอีกนิดก็จะจบละ”

“ถ้ารู้ว่าการเรียนวิทย์คอมมันจะปวดหัวขนาดนี้ ฉันซิ่วไปเรียนนิเทศตั้งแต่อาทิตย์แรก เฮ้อ”

เป็นบทสนทนาโต้ตอบกันระหว่างใยบัวและแพรววา ใยบัวฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันทีเมื่อพูดจบ แต่กลับถูกแพรววาจับไหล่ให้ลุกขึ้นมาฟังเธอพูดต่อ

“ก็หล่อนนั่นแหละตัวตั้งตัวตีชวนฉันมาเรียน”

“...”

“แต่จะว่าไป… สี่ปีที่เรามาเรียนก็คุ้มอยู่นะ”

ไม่เพียงแค่พูดเปล่า แพรววายังตวัดสายตามองไปยังกลุ่มนักศึกษาชายซึ่งเป็นเพื่อนในสาขา นั่นก็เพราะพวกนั้นน่ะหล่อกันทั้งกลุ่ม ถือเป็นอาหารตา และเป็นแรงใจรายวันให้พวกเธอมีกำลังใจมาเรียน ทุกคนเลยเลี่ยงไม่ได้ที่จะมองตาม ขวัญญาดาได้แต่ส่ายหัวให้กับความขี้เล่นของเพื่อนตัวเอง

การเรียนในคาบเช้าไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากนั่งฟังอาจารย์อธิบายโครงสร้างระบบที่ขวัญญาดารู้ดีว่า เดี๋ยวเธอก็ต้องกลับไปดีบักต่อจนดึกดื่น ไหนจะอาจารย์ที่เริ่มทวงถามความคืบหน้าโพรเจกต์จบอีก ขวัญญาดามัวแต่เอาเวลาว่างไปทำงานพาร์ตไทม์ทำให้ยังไม่ได้เริ่มวางแผนเลยด้วยซ้ำ

เรียนจนจะจบปีสี่อยู่แล้ว

หญิงสาวยังไม่รู้เลยว่าจบไปแล้วเธอจะเอาอย่างไรต่อกับชีวิต
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel