Chapter 1
รถตู้สีขาวคันใหญ่วิ่งตามถนนซีเมนต์ มองออกด้านนอกรถ บริเวรรอบๆ เป็นดินทรายไปทั่วทั้งหมด หาบ้านคนแถบจะไม่มี และรถคันใหญ่สีขาวได้แล่นเข้าในตัวเมืองแต่ก็ยังคงไม่มีบ้านคนหรือตึกมากนัก
"คุณมาทำอะไรที่นี้ครับ" ชายคนขับรถได้ถามไถ่หญิงสาว
"ฉันมาเที่ยวพักผ่อนหนะค่ะ" หญิงสาวได้ตอบกลับชายที่ไม่รู้จัก แต่เธอก็ตอบเขาไปเพียงเท่านั้น เพราะที่จริงแล้วเธอหนีมาต่างหาก...
ย้อนกลับไปในบ้านหลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะเปิดร้านขายของอะไรสักอย่าง ร้านไม่ใหญ่มาก พื้นที่คับแคบแต่คนพลุ่งพล่าน
"รตี จานได้หรือยังเร็วๆ หน่อยสิ ลูกค้ารออยู่" รตีภิรมย์นางเอกของเรื่อง เธอถูกแม่เลี้ยงใช้ให้ทำนั่นทำนี่อยู่บ่อยครั้งตั้งแต่ซักผ้ากวาดบ้าน ทำทุกอย่างทำอาหารจ่ายตลาด ทำอะไรไม่ถูกใจ เธอมักจะถูกทุบตี
ตลอดเวลา 6ปีที่ผ่านมา เธอทนได้เพราะเธอยังมีพ่อ
พ่อของเธอก็ปกป้องเธอมาตลอด และได้ล้มป่วยต้องใช้เงินรักษาในจำนวนมาก แต่เธอพยายามทำงานทุกอย่างตลอดเวลา เวลาของเธอทั้งหมดคือหาเงิน เพื่อพ่อของเธอแล้วคำว่าเหนื่อยไม่มีในหัวสมองของรตีเลยแม้แต่น้อย
และเวลาหลังจากนั้น พ่อของเธอก็ได้เสีย รตีทำใจยากรำบากมาก เธอร้องให้ตาบวมทุกวัน แต่เธอก็ยังคงต้องทำงานดูแลคนในครอบครัว น้องอีก2คนที่ต่างมารดา
หลังจากนั้น ครึ่งปี
แม่เลี้ยงปานฉัตรได้พาเสี่ยแก่ๆ มาดูตัวรตีเพื่อที่จะได้เงินสินสอด รตีรู้ทันเธอจึงพูดตัดบท
"แม่ค่ะ เมื่อไหร่จะเลิกพาผู้ชายคนนั้นคนนี้เข้าบ้านเราสักที ตั้งแต่พ่อเสียแม่พาผู้ชายมาดูตัวหนูกี่ครั้งแล้ว แล้วนี้อะไร เสี่ยแก่ก็แก่ ถ้าแม่อยากได้เงิน แม่ก็แต่งเองไปเลยสิคะ" รตีเลือดขึ้นหน้า เธอหมดความอดทนเต็มที ความโมโหในใจของเธอตลอดเวลาที่ผ่านมา เธออดกลั้นเพียงเพราะพ่อของเธอเท่านั้น แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว
เพี๊ยะ... เสียงดังที่กระทบหน้าของรตี รอยแดงที่อยู่บนแก้มของรตี เธอถูกแม่เลี้ยงตบเข้าที่หน้าอย่างจัง จนเธอเซเเทบยืนไม่อยู่
"แกพูดบ้าอะไรห๊ะ....ผู้หญิงอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาเถียงฉันที่เป็นแม่" หญิงวัยกลางคนพูดด้วยความโมโห
"ฉันเป็นแม่แก ฉันให้ทำอะไรก็ต้องทำ" ปานฉัตรพูดด้วยหน้าตาที่เฉยชาและเยือกเย็น มีนารู้สึกกลัวเล็กน้อยแต่เธอจะไม่ยอมอีกแล้ว
"งั้นแม่ก็ให้ยัยจอยลูกสาวสุดที่รักของแม่แต่งเองสิค่ะ แล้วอีกอย่าง..คุณไม่ใช่แม่ฉัน" รตีพูดด้วยความอัดอั้นในใจ เธออยากพูดคำนี้มาตลอด เธอถูกยัยแม่มดใจร้ายคนนี้ทุบตีมาตลอดลับหลังพ่อ เวลาที่พ่อเธอไม่อยู่
จอยมองหน้ารตีด้วยความโมโห เธอนิสัยเหมือนแม่เธอ เห็นแก่เงิน ใช้เงินฟุ่มเฟือย ติดแบรนด์เนมรักความสุขสบาย ยกเว้นมีนาน้องคนเล็กของบ้าน ลูกสุดท้องของพ่อกับยัยแม่เลี้ยง เธอนิสัยต่างจากจอยและแม่ของเธออย่างมาก เธอเป็นคนเห็นใจคนอื่นไม่ฟุ่มเฟือยรู้จักใช้จ่าย เก็บเงิน นิสัยเหมือนพ่อไม่มีผิด
รตีพูดด้วยความโมโหและเธอกำลังจะเดินออกจากที่ตรงนั้น ปานฉัตรเห็นท่าไม่ดีจึงให้จอยจับรตีไปขังไว้ในห้องจนกว่าเสี่ยจะมาขอ และเสี่ยบ้ากามคนนี้ดันชอบรตีเป็นเดิมทีอยู่แล้ว เขาหลงไหลในรูปร่างหน้าตาของรตี
รตีเป็นหญิงที่รูปร่างหน้าตาดีผิวพรรณของเธอขาวสะอาดเหมือนลูกคนมีตระกูล ดวงตาดำกลมโต คิ้วโก้งเป็นรูปทรงที่สวยงามจมูกโด่งเล็กเข้ากับใบหน้าของเธอและปากกระจับสวยงามที่อวบอิ่ม หน้าอกใหญ่สมกับรูปร่างของเธอเอวที่เล็กคอดบาง และนี้ก็เป็นอีกประเด็นที่ทำให้แม่เลี้ยงเธอไม่พอใจ เพราะลูกสาวของเธอไม่ได้แม้แต่เสี้ยวของรตีเลยสักนิด
รตีถูกขังไว้ในห้องชั้นสองของเธอ เธอพยายามทุบตีประตู และเธอคิดไว้แล้วว่ายังไงครั้งนี้เธอจะไม่ยอมอีก เธอจะหนี....พอตั้งสติได้เธอได้นึกถึงพ่อ คำพูดของพ่อเธอ
พ่อของเธอได้บอกกับเธอก่อนที่ท่านจะเสีย เขาได้บอกที่ซ่อนเงินให้กับรตีเผื่อฉุกเฉิน รตีนึกได้และได้ไปค้นตามจุดที่พ่อของเธอได้บอกไว้นั้นคือในห้องของเธอนั้นเอง แต่รตีพยายามหายังไงก็หาไม่เจอ เธอหมดหวังและได้พิงกับผนังในห้องทำให้ผนังนั้นเคลื่อนที่เล็กน้อย รตีตกใจเธอเกือบล้มแต่เธอยังพยุงตัวไว้ได้และค่อยๆ จับไม้ที่อยู่ตรงผนังออก เธอค่อยๆ เอาออกทีละอัน จุดตรงนี้มองเผินๆ ก็เป็นเพียงผนังธรรมดาและมีกระถางออกไม้อยู่ตรงนั้น จึงไม่มีใครสังเกตเห็น รตีเปิดเห็นกล่องขนาดเล็กซ่อนอยู่ด้านในเธอพยายามล้วงมือเข้าไปหาจุดที่เจอกล่องและได้เจอกับกุญแจ รตีรีบเปิดทันทีเพราะพ่อบอกว่าในกล่องจะมีเงินและหากจะไปจากที่นี้ก็ขอให้มีเงินไว้ติดตัวบ้าง รตีตกใจกับยอดเงินที่เห็น เงินแบงค์เทา2ปึกหนาๆ 2แสนบาท เธอสามารถตั้งหลักได้เลย รตีตกใจไม่คิดว่าพ่อของเธอจะมีความรักให้เธอมากขนาดว่าซ่อนเงินแม่เลี้ยง รตีค่อยๆ เก็บกล่องเข้าที่เดิมและรีบเอาเงินซ่อนทันที เธอทำทุกอย่างปกติ เพราะมีคนกำลังจะไขกุญแจเข้ามาหาเธอ
ประตูได้เปิดออก "พี่รตีหนีไปเถอะ"ไป
รถตู้สีขาวคันใหญ่วิ่งบนถนนซีเมนต์ มองออกด้านนอกรถ
บริเวรรอบๆ เป็นดินทรายไปทั่วทัังหมด หาบ้านคนแถบจะไม่มี
และรถคันใหญ่สีขาวได้แล่นเข้าในตัวเมืองแต่ก็ยังคงไม่มีบ้านคนหรือตึกมากนัก
"คุณมาทำอะไรที่นี้ครับ" ชายคนขับรถได้ถามไถ่หญิงสาว
"ฉันมาเที่ยวพักผ่อนหน่ะค่ะ" หญิงสาวได้ตอบกลับชายที่ไม่รู้จัก แต่เธอก็ตอบเขาไปเพียงเท่านั้น เพราะที่จริงแล้วเธอหนีมาต่างหาก...
ย้อนกลับไปในบ้านหลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะเปิดร้านขายของอะไรสักอย่าง ร้านไม่ใหญ่มาก พื้นที่คับแคบแต่คนพลุ่งพล่าน
"รตี จานได้หรือยังเร็วๆ หน่อยสิ ลูกค้ารออยู่"
รตีภิรมย์นางเอกของเรื่อง เธอถูกแม่เลี้ยงใช้ให้ทำนั่นทำนี่อยู่บ่อยครั้งตั้งแต่ซักผ้ากวาดบ้าน ทำทุกอย่างทำอาหารจ่ายตลาด ทำอะไรไม่ถูกใจ เธอมักจะถูกทุบตี
ตลอดเวลา 6ปีที่ผ่านมา เธอทนได้เพราะเธอยังมีพ่อ
พ่อของเธอก็ปกป้องเธอมาตลอด และได้ล้มป่วยต้องใช้เงินรักษาในจำนวนมาก แต่เธอพยายามทำงานทุกอย่างตลอดเวลา เวลาของเธอทั้งหมดคือหาเงิน
เพื่อพ่อของเธอแล้วคำว่าเหนื่อยไม่มีในหัวสมองของรตีเลยแม้แต่น้อย
และเวลาหลังจากนั้น พ่อของเธอก็ได้เสีย รตีทำใจยากรำบากมาก เธอร้องให้ตาบวมทุกวัน แต่เธอก็ยังคงต้องทำงานดูแลคนในครอบครัว น้องอีก2คนที่ต่างมารดา
หลังจากนั้น ครึ่งปี แม่เลี้ยงปานฉัตรได้พาเสี่ยแก่ๆ มาดูตัวรตีเพื่อที่จะได้เงินสินสอด รตีรู้ทันเธอจึงพูดตัดบท
"แม่ค่ะ เมื่อไหร่จะเลิกพาผู้ชายคนนั้นคนนี้เข้าบ้านเราสักที ตั้งแต่พ่อเสีย แม่พาผู้ชายมาดูตัวหนูกี่ครั้งแล้ว แล้วนี้อะไร เสี่ยแก่ก็แก่ ถ้าแม่อยากได้เงิน แม่ก็แต่งเองไปเลยสิคะ" รตีเลือดขึ้นหน้า เธอหมดความอดทนเต็มที ความโมโหในใจของเธอตลอดเวลาที่ผ่านมา เธออดกลั้นเพียงเพราะพ่อของเธอเท่านั้น แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว
เพี๊ยะ... เสียงดังที่กระทบหน้าของรตี รอยแดงที่อยู่บนแก้มของรตี เธอถูกแม่เลี้ยงตบเข้าที่หน้าอย่างจัง จนเธอเซเเทบยืนไม่อยู่
"แกพูดบ้าอะไรห๊ะ....ผู้หญิงอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาเถียงฉันที่เป็นแม่" หญิงวัยกลางคนพูดด้วยความโมโห
"ฉันเป็นแม่แก ฉันให้ทำอะไรก็ต้องทำ" ปานฉัตรพูดด้วยหน้าตาที่เฉยชาและเยือกเย็น มีนารู้สึกกลัวเล็กน้อยแต่เธอจะไม่ยอมอีกแล้ว
"งั้นแม่ก็ให้ยัยจอยลูกสาวสุดที่รักของแม่แต่งเองสิค่ะ แล้วอีกอย่าง..คุณไม่ใช่แม่ฉัน" รตีพูดด้วยความอัดอั้นในใจ เธออยากพูดคำนี้มาตลอด เธอถูกยัยแม่มดใจร้ายคนนี้ทุบตีมาตลอดลับหลังพ่อ เวลาที่พ่อเธอไม่อยู่
จอยมองหน้ารตีด้วยความโมโห เธอนิสัยเหมือนแม่เธอ เห็นแก่เงิน ใช้เงินฟุ่มเฟือย ติดแบรนด์เนมรักความสุขสบาย ยกเว้นมีนาน้องคนเล็กของบ้าน ลูกสุดท้องของพ่อกับยัยแม่เลี้ยง เธอนิสัยต่างจากจอยและแม่ของเธออย่างมาก เธอเป็นคนเห็นใจคนอื่นไม่ฟุ่มเฟือยรู้จักใช้จ่าย เก็บเงิน นิสัยเหมือนพ่อไม่มีผิด
รตีพูดด้วยความโมโหและเธอกำลังจะเดินออกจากที่ตรงนั้น ปานฉัตรเห็นท่าไม่ดีจึงให้จอยจับรตีไปขังไว้ในห้องจนกว่าเสี่ยจะมาสู่ขอ และเสี่ยบ้ากามคนนี้ดันชอบรตีเป็นเดิมทีอยู่แล้ว เขาหลงไหลในรูปร่างหน้าตาของรตี
รตีเป็นหญิงที่รูปร่างหน้าตาดีผิวพรรณของเธอขาวสะอาดเหมือนลูกคนมีตระกูล ดวงตาดำกลมโต คิ้วโก้งเป็นรูปทรงที่สวยงามจมูกโด่งเล็กเข้ากับใบหน้าของเธอและปากกระจับสวยงามที่อวบอิ่ม หน้าอกใหญ่สมกับรูปร่างของเธอ เอวที่เล็กคอดบาง และนี้ก็เป็นอีกประเด็นที่ทำให้แม่เลี้ยงเธอไม่พอใจ เพราะลูกสาวของ เธอไม่ได้แม้แต่เสี้ยวของรตีเลยสักนิด
รตีถูกขังไว้ในห้องชั้นสองของเธอ เธอพยายามทุบตีประตู และเธอคิดไว้แล้วว่ายังไงครั้งนี้เธอจะไม่ยอมอีก เธอจะหนี....พอตั้งสติได้เธอได้นึกถึงพ่อ คำพูดของพ่อเธอ
พ่อของเธอได้บอกกับเธอก่อนที่ท่านจะเสีย เขาได้บอกที่ซ่อนเงินให้กับรตีเผื่อฉุกเฉิน รตีนึกได้และได้ไปค้นตามจุดที่พ่อของเธอได้บอกไว้นั้นคือในห้องของเธอ
นั้นเอง แต่รตีพยายามหายังไงก็หาไม่เจอ เธอหมดหวังและได้พิงกับผนังในห้อง
ทำให้ผนังนั้นเคลื่อนที่เล็กน้อย รตีตกใจเธอเกือบล้มแต่เธอยังพยุงตัวไว้ได้และค่อยๆ จับไม้ที่อยู่ตรงผนังออก เธอค่อยๆ เอาออกทีละอัน จุดตรงนี้มองเผินๆ ก็เป็นเพียงผนังธรรมดาและมีกระถางดอกไม้อยู่ตรงนั้น จึงไม่มีใครสังเกตเห็น รตีเปิดเห็นกล่องขนาดเล็กซ่อนอยู่ด้านใน เธอพยายามล้วงมือเข้าไปหาจุดที่เจอกล่องและได้เจอกับกุญแจ รตีรีบเปิดทันทีเพราะพ่อบอกว่าในกล่องจะมีเงินและหากจะไปจากที่นี้ก็ขอให้มีเงินไว้ติดตัวบ้าง รตีตกใจกับยอดเงินที่เห็น เงินแบงค์เทา2ปึกหนาๆ 2แสนบาท เธอสามารถตั้งหลักได้เลย รตีตกใจไม่คิดว่าพ่อของเธอจะมีความรักให้เธอมากขนาดว่าซ่อนเงินแม่เลี้ยง รตีค่อยๆ เก็บกล่องเข้าที่เดิมและรีบเอาเงินซ่อนทันที เธอทำทุกอย่างปกติ เพราะมีคนกำลังจะไขกุญแจเข้ามาหาเธอ
ประตูได้เปิดออก "พี่รตีหนีไปเถอะ"ไป
