Chapter 6
“อ้าว คุณฟลอเรนซ์ มาแล้วเหรอครับ” ดวงตาเรียวรีตามแบบฉบับหนุ่มตี๋เบิกกว้างอย่างดีใจที่เจอฉัน ฉันเองก็ไม่ได้เป็นสาวใสไร้เดียงสาอะไร พอจะรู้ว่าใครรู้สึกชื่นชอบตัวเอง
“ค่ะ ฟลอมาลองฝึกงานที่นี่ เรื่องหน้าจะไปแคสติ้ง ละครเรื่องแม่ครัวหัวป่าก์” ฉันกล่าวอ้างไปส่งๆไม่รู้ว่าอีตาเชฟภามไปบอกเหตุผลที่ฉันต้องมาทำงานที่นี่ว่าอะไร
“อ้าวเหรอครับ นึกว่าเรื่องสาวน้อยร้อยรัก” ใบหน้าหล่อเหลาพร้อมรอยยิ้มฉบับแบดบอยหันมามองสบตาฉัน เขากดยิ้มมุมปาก โชคดีที่เขาไม่ได้พูดประโยคนี้เสียงดังนัก ทว่าพอให้ฉันได้ยินเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น..
‘สาวน้อยร้อยรัก’ มันเป็นชื่อหนังไทยเรตอาร์ที่คนกำลังกล่าวถึงกันในตอนนี้ ฉันก็พอเคยเห็นผ่านตามาบ้าง พอนึกจินตนาการตามใบหน้าจึงแดงจัดรู้สึกขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก
‘อีตาบ้า’ ฉันมองกลับและก่นด่าในใจ คอยดูนะ ฉันจะแช่งชักหักกระดูกเขาทุกวัน คนชั่วคนเลวฉวยโอกาสกับคนเมา
“เชฟภาม เมนูพิเศษวันนี้ผมเตรียมวัตถุดิบเรียบร้อยแล้วนะครับ” เชฟพริกบอก เขาบอกฉันว่าอาหารสดที่จะเอามาทำอาหารของวันนี้ จะซื้อเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานเป็นแบบนี้ทุกวัน ของที่สั่งจากต่างประเทศจะแยกฟรีซไว้ ส่วนผสมที่หาซื้อในไทยจะซื้อวันต่อวันเพื่อความสดใหม่และรสชาติที่ได้มาตรฐาน
“ทำความสะอาดได้แล้ว ยืนบื๊ออะไร” เสียงทุ้มนุ่มปลายเสียงติดจะแข็งเอ่ยขึ้น ฉันมองอุปกรณ์ที่เชฟหนุ่มเตรียมไว้แล้วกัดปากแน่นเพื่อระงับความโกรธแค้นในใจ ฉันสาบานว่าหาทางลบคลิปที่ว่านั่นให้เร็วที่สุด แต่จะทำยังไงในเมื่อฉันยังไม่รู้เลยว่าเขาเก็บมือถือไว้ที่ไหนด้วยซ้ำ เอาน่า..วันนี้เป็นวันแรก หาลู่ทางไปพลางๆก่อน
“ผมช่วยครับคุณฟลอ” เชฟพริกที่ออกอาการปลื้มปริ่มฉันอย่างชัดเจนพยายามจะแย่งผ้าเช็ดโต๊ะจากมือฉัน
“จะลงคลิปที่เวบไหนดีนะเชฟพริก” ดวงตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์ หัวใจของฉันเต้นรัวด้วยความกลัว แค่จินตนาการถึงใบหน้าของคุณพ่อคุณแม่ที่มองมาอย่างผิดหวัง ฉันจึงรีบแย่งผ้าผืนนั้นกลับมา
“ฟลอทำเองค่ะ สบายมาก เช็ดโต๊ะแค่นี้เอง” ฉันฝืนยิ้มทำหน้าร่าเริงระดับสิบดูล้นๆจนเกินเบอร์
“ลงหน้าเพจร้านเราเหมือนเดิมครับ ตอนนี้คนกดไลค์กดแชร์เกือบแสน ยอดจองแต่ละวันยาวไปถึงสัปดาห์หน้าแล้ว ถ้าลงรูปเชฟภามหน้าเพจ คิวคงยาวไปถึงปีหน้า” เชฟพริกทำตาวาวล้อคนตรงหน้า
“คิวทานอาหารเหรอครับ?”
“คิวเป็นลูกสะใภ้คุณแม่เชฟภามครับ” เชฟผู้ช่วยหัวเราะ ยอมรับว่าเชฟภามหล่อแหละ แต่แล้วยังไงล่ะ นิสัยไม่ดีปากเสีย จอมวางแผนฉวยโอกาสกับผู้หญิงไม่มีทางสู้ใช้วิธีสกปรกข่มขู่แบล็คเมล์ฉัน
“เธอกำลังด่าฉันในใจรึเปล่า?” เขายื่นใบหน้าเข้ามาถามใกล้ๆฉันในขณะที่เชฟพริกเข้าไปทำงานในครัว
“ว้าย เป็นหมอดูเหรอคะ สู่รู้ด้วย” ฉันทำทีป้องปากหัวเราะแบบนางร้ายในละครหลังข่าว ในเมื่อชีวิตจริงจะไม่ได้เป็นนางเอกแล้ว เล่นบทนางร้ายไปเลยดีกว่า
“ยัยนางมารน้อย” ใบหน้าหล่อใสแบบฟูลเอชดียังไม่ได้ขยับไปไหน? ฉันรู้สึกหนาวๆร้อนๆถึงเราจะเคยมีซัมติงกันมาแล้ว แต่ตอนนั้นมันเมาไม่ได้สติ ทว่าตอนนี้พอต้องมาอยู่ใกล้ชิดเขา หัวใจของฉันมันก็เต้นแรงแปลกๆ
‘เขินเหรอ?’ ม่ายยย..มีทาง ฉันไม่มีวันชอบผู้ชายปากร้ายเย็นชาแบบนี้ได้หรอก เพราะผู้ชายที่ฉันชอบต้องลุคอบอุ่น ฉายาพ่อไมโครเวฟเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เนื้อคู่เป็นคนต่างชาติ ปล.ชาติหน้า..
“นี่นาย ฉันเช็ดโต๊ะถูพื้นเสร็จแล้ว พักได้หรือยัง” อย่างที่รู้ ฉัน..คุณหนูฟลอเรนซ์ แห่งบ้านธนานุกูลเวช เคยทำงานบ้านซะที่ไหนกัน ตั้งแต่เกิดมาฉันก็ถูกยกย่องเชิดชูในฐานะคุณหนูผู้สูงศักดิ์มาตลอด เป็นครั้งแรกที่เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ความแค้นในใจมันอัดแน่นรอวันเอาคืน นิ้วเรียวขาวนวลเนียนสวยราวกับมือของผู้หญิงถูไปตามเคาท์เตอร์
“ตรงนี้ฝุ่นจับเยอะ มาเช็ดตรงนี้ด้วย” เหมือนโดนเชฟหนุ่มแกล้งเพราะฉันถูตรงนั้นตั้งสองรอบ ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
‘ทนไว้ฟลอเรนซ์ ลบคลิปนั่นได้เมื่อไหร่ค่อยแก้แค้นก็ไม่สาย’
“ได้เลยคร้าเชฟ” ฉันยิ้มกว้างแต่น้ำเสียงประชดประชันอย่างชัดเจน
“เชฟภามครับ มื้อเที่ยงมีสปาเกตตี้ซอสครีมเห็ดกับซีซาร์สลัด” เชฟพริกโผล่หน้าออกมาจากห้องครัว เขาร้องบอกและหันมาส่งยิ้มให้ฉัน โอโห..ตอนนี้เกือบได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว นี่ฉันทำความสะอาดเกือบสามชั่วโมงเศษๆแล้วเหรอเนี่ย..แค่ได้กลิ่นอาหารกระเพาะก็ร้องโครกคราก
“มีสเต็กเนื้อวากิวไหมคะเชฟพริก” ฉันยิ้มหวานๆให้เชฟผู้ช่วย เจอรอยยิ้มการตลาดของฉันเข้าไปน้อยคนนักที่จะปฏิเสธฉัน
“คนงานอย่างเธอไม่มีสิทธิ์เลือกกิน เชฟพริกกินแค่นั้นพอไม่ต้องทำเพิ่ม” อ้อ..ยกไว้คนหนึ่งละกัน น้ำเสียงเข้มๆนั้นทำให้เชฟพริกต้องรีบพยักหน้ารับและทำตามคำสั่งเจ้านายอย่างเสียไม่ได้
“เชฟพริก เดี๋ยวฟลอจ่ายค่าสเต็กเนื้อวากิวเองค่ะ คิดว่าฟลอเป็นลูกค้าคนหนึ่งแล้วกัน” ใครจะยอมแพ้กันล่ะ นั่นไม่ใช่ฟลอเรนซ์ที่ได้ฉายานางมารน้อยหรอกนะ
“มีคลิปลับสุดยอดมาใหม่ อยากดูไหมเชฟพริก”
“คลิปอะไรครับเชฟภาม”
“นางเอกเอ็กซ์มากกกก..” เชฟภามเน้นคำว่ามาก จนฉันเผลอเอามือปิดปากเขา
“กินแค่สปาเกตตี้กับสลัดก็พอค่ะ ฟลอไดเอ็ท ขึ้นกล้องแล้วจะอ้วน” ฉันยิ้มแห้ง หันไปทำตาเขียวให้คนตัวสูง ชักจะเหลืออดเหลือทนกับผู้ชายปากร้ายคนนี้เข้าไปทุกที
“ถ้านายยังขู่ฉันแบบนี้ ฉันจะไม่ทนแล้ว อยากลงก็ลงเลย”
