EP.1 กระดิกนม
EP.1
สนามแข่งรถ
ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศนั่งกันหนาแน่นเต็มอัศจรรย์ จุคนได้นับหมื่น ต่างส่งเสียงเชียร์นักแข่งที่ชื่นชอบ กระทั่งยอมเสียบัตรค่าเข้าดูตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น
การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ถูกจัดขึ้นที่สนามโอซิส ซึ่งเป็นสนามจัดการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีสปอนเซอร์ทั้งไทยและเทศหรือแม้แต่นักข่าวก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
ในเวลานี้ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด ได้เข้าไปนั่งประจำที่ในรถแข่งของตัวเองเพื่อเตรียมตัวออกสตาร์ท และแน่นอนว่ารางวัลของการแข่งขันในปีนี้ ผู้ชนะจะได้เงินรางวัลสูงสุดถึงหนึ่งล้านบาท
โดยในสนามมีผู้เข้าแข่งขันที่เป็นหญิงสาวเพียงคนเดียว ทุกคนต่างรู้จักเธอดี
“ฟ้าใส ญาตาวี อัครเดชโภคิน” ลูกทายาทนักธุรกิจชื่อดังเบอร์หนึ่งของประเทศไทย
รถที่เธอใช้ในการแข่งขันมีความสวย โฉบเฉี่ยว และแน่นอนว่าจุดเด่นของรถคันนี้คือการออกแบบด้วยสีแดงทั้งคันรถ มีพลังการขับเคลื่อนที่ดุดัน เร็วแรง
ทว่าตัวหญิงสาวดูจะมั่นใจในการแข่งขันครั้งนี้มาก แต่หารู้ไหมว่ารถที่จอดเทียบเคียงอยู่ข้าง ๆ เบอร์ 8 คันสีดำมันขลับบ่งบอกถึงความเร็ว แรง และดุดันไม่แพ้กัน และเจ้าของรถที่นั่งอยู่ในนั้น เคยเป็นนักแข่งรถระดับตำนาน และกวาดรางวัลมาแทบทุกสนาม เมื่อครั้งในอดีต
ย้อนไปหนึ่งชั่วโมงก่อนเริ่มการแข่งขัน
ฟ้าใสในชุดนักแข่งดูทะมัดทะแมง ใบหน้าสวยหมดจดไร้เครื่องสำอางเติมแต่ง มองชายหนุ่มสองคนอย่างสนใจ แต่หนึ่งในนั้น มีคนนึงเธอรู้จักเป็นอย่างดี
ไอ้ซีซั่น!
แต่กับอีกคนเนี่ยสิ เป็นนักแข่งเหมือนกับเธอ ใส่หมวกกันน็อคปิดหน้าปิดตา ทั้งที่ยังไม่เริ่มการแข่งขันเลยด้วยซ้ำ และไม่รู้ว่าสุมหัวคุยอะไร แต่เธอสัมผัสได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่ เธอและโยชิยืนมองพวกเขาอยู่ห่าง ๆ
“ฟ้าใส นั่นมันไอ้ซีซั่นนี่ แล้วอีกคนใคร”
“ก็นักแข่งไง“
“ดูจากชุดฉันก็รู้แล้วไหม แต่แค่อยากรู้ว่าเขาคือใคร”
“เข้าไปถามเลยไหมล่ะ”
“ได้เหรอ”
“ได้สิจ๊ะโยธา”
“ฉันบอกว่าชื่อโยชิ เรียกให้มันติดปากด้วย” ฟ้าใสมองเพื่อนชายใจหญิง ทำปากขมุบขมิบ บอกย้ำนักหนาว่าเธอเปลี่ยนชื่อแล้ว โยธงโยธาอะไร ชื่อนี้ตายไปนานแล้วค่ะ
พายุและซีซั่นยืนคุยกันในที่ลับตาคน เพราะมีความลับที่ไม่อาจบอกใครได้ โดยที่พายุเองก็รู้สึกเบื่อหน่ายกับชายหนุ่มตรงหน้าไม่น้อย ที่คอยเอาแต่สั่งเขาอย่างเดียว
“ทำไมมึงถึงเปลี่ยนใจมา ไหนว่าตอนแรกไม่อยากแข่งแล้ว” ซีซั่นเคยติดต่อพายุไปสองครั้ง เขาก็โดนปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง
“ถ้าชนะ เงินรางวัลเป็นของผม” ไม่อยากโดนเอาเปรียบ เมื่ออยากได้คนมาแข่งแทน เพราะฉะนั้น เงินรางวัลก็ต้องตกเป็นของเขาเพียงคนเดียว
“เออ เงินเป็นของมึง” คงเพราะอยากได้เงินสินะ ถึงเปลี่ยนใจมา
และที่พายุต้องปกปิดใบหน้า เพราะไอ้ซีซั่นมันสั่งเขาไว้ ไม่ต้องการให้คนในสนามรู้ว่ามีการเปลี่ยนตัวผู้เข้าแข่งขัน
“มึงห้ามถอดหมวกกันน็อคเด็ดขาด”
“จะให้ใส่ตลอดคงไม่ได้” มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง ร้อนจะตายห่า
“มึงถอดได้ก็ต่อเมื่อมึงเปลี่ยนชุดกลับบ้าน”
“เวอร์จริง ก็แค่เปลี่ยนตัวคนแข่ง”
“ไม่ กูต้องการให้ทุกคนรู้ว่ากูก็เป็นที่หนึ่ง”
“หึ ไร้ความสามารถสินะ” พายุแค่นขอด เอ่ยน้ำเสียงอย่างดูถูก ความคิดไอ้ผู้ชายคนนี้ช่างประหลาดสิ้นดี ถึงกับต้องการให้เขามาแข่งแทนแต่ใช้นามของมันในการลงแข่งขัน
“กูไม่ได้ไร้ความสามารถ ยังไงเงินรางวัลมึงก็ได้ไปนี่ มึงต้องขอบคุณกูสิ”
“ทำไมต้องขอบคุณ ในเมื่อผมเป็นคนลงแข่ง ผมใช้ความสามารถ”
“กูจะแฉมึง...”
“แฉเรื่องอะไร คุณต่างหากที่ต้องโดนแฉ ให้ผมไปบอกกรรมการตอนนี้เลยไหม ว่าคุณกำลังเล่นสกปรก”
“ไม่ได้ ไอ้พายุ...” เสียงตวาดลั่น เมื่อพายุเดินหันหลังจะกลับเข้าไปในสนามแข่ง แต่ในจังหวะนั้น พายุได้ปะทะสายตากับสาวสวยที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ ไม่ไกล
“เจอตัวเสียทีนะ ปล่อยให้ผมกระวนกระวายได้ตั้งนาน” พายุขยับริมฝีปากยิ้มเล็กน้อย ภายใต้หมวกกันน็อคสีดำที่เขาสวมมันไว้บนศีรษะ
พายุมองเธออยู่ครู่ ก่อนจะเลื่อนสายตากลับ พาตัวเองกลับเข้าไปยังสนามแข่งขัน ในขณะที่ซีซั่นยังคงตะโกนเรียกเขาไม่เลิก
“ไอ้พายุ” ซีซั่นลืมตัวไปว่า เขาได้เดินตามพายุมาถึงโต๊ะกรรมการแล้ว
ซีซั่นตื่นคนที่จ้องมอง เมื่อเสียงของเขามันดึงดูดสายตาจากทุกคนที่อยู่โดยรอบ
“อ่าว คุณซีซั่น ไม่เปลี่ยนชุดเหรอครับ” หนึ่งในคณะกรรมการเอ่ยถามขึ้น
“เอ่อ...”
“ผมลงแข่งแทนคุณซีซั่น”
พายุถอดหมวกกันน็อคออก ยืนคุยกับคณะกรรมการว่าในตอนนี้มีการเปลี่ยนตัวผู้เข้าแข่งขันกระทันหัน แน่นอนว่าทุกคนต่างก็ตกใจเอามาก ๆ เมื่ออดีตนักแข่งรถฟอร์มูล่าวันเบอร์ต้น ๆ ของประเทศไทย ได้เข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้ หลังจากที่ห่างหายไปนานถึงสามปี
“ใช่ครับ ผม...บาดเจ็บที่ข้อมือ ให้เขาลงแข่งแทนผมได้เลย” ออกอาการลุกลี้ลุกลน จนต้องหาข้อแก้ตัว ในเมื่อไอ้พายุมันไม่ได้พูดอะไรให้เขาเสียหาย ก็คงไม่จำเป็นต้องอยู่ให้เสียหน้า
เมื่อใกล้จะเริ่มการแข่งขัน ทุกคนเข้าประจำที่รถของใครของมัน พายุเหลือบมองคู่แข่งรถคันสีแดงที่จอดคันข้าง ๆ เธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในสนามแข่งขัน
หญิงสาวสุดเซ็กซี่ในชุดบอดี้สูทสีแดง กำลังวาดลวดลายโบกสะบัดธงไปมา เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้เตรียมตัว ก่อนที่รถจะออกสตาร์ท
“นี่คุณ” เปิดกระจกหน้าหมวกกันน็อคสีดำขึ้นให้เห็นเพียงดวงตา ส่งเสียงเรียกสาวเจ้าที่ดูจะมุ่งมั่นในการแข่งเอามาก ๆ
ทว่าคนถูกเรียกไม่คิดจะสนใจ แต่ชายหนุ่มกลับส่งเสียงเรียกย้ำ ๆ ทำให้ฟ้าใสต้องหันไปมอง โดยที่ไม่ได้เปิดหน้าหมวกกันน็อคขึ้นมา จะถึงการแข่งขันอยู่แล้วเรียกเธอทำไมนักหนา กวนสมาธิเธอเป็นที่สุด
ใบหน้าคมคายที่อยู่ภายใต้หมวกกันน็อค ยกยิ้มเพียงนิดเมื่อเธอหันมา มือหนาขยับซิปชุดที่ใส่การแข่งขันลง ผายชุดออกเผยให้เห็นหน้าอกแกร่ง “ชอบไหม” กระดิกนมสองข้างหวังให้เธอจับจ้อง อีกเพียงแค่ไม่กี่วิก็จะเริ่มการแข่งขัน
อ่อยคู่แข่งแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ส่งต่อความยั่วยวนเผื่อเธอจะน้ำลายสอ และเหมือนว่ามันได้ผล...
บรึ๊น~
รถเบอร์ 8 ออกสตาร์ท พร้อมกับรถคันอื่น ๆ เมื่อหญิงสาวที่ยืนโบกธงส่งสัญญาณ ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งสุดแรงต้าน
ทว่ารถเบอร์ 9 กลับไม่อออกสตาร์ท เพราะไอ้ผู้ชายรถข้าง ๆ เปิดโชว์กล้ามอก มองยอดเม็ดสีชมพูเปล่งปลั่ง ไหนจะรอยสักบนหน้าอกทำเอาเธอใจสั่น สติมันกระเจิดกระเจิง
ใครไม่มองก็บ้า
“ยัยฟ้าใส ทำไมไม่ออกรถ” โยชิตะโกนเรียกาม เมื่อรถแข่งขันคันอื่น ๆ ออกตัวครบทุกคันแล้ว
“ห๊ะ” โอ๊ย ผู้ชายคนนั้นแกล้งเธอให้เสียสมาธิ ฟ้าใสรีบขับตามหาเจ้าของรถเบอร์ 8 ให้เจอ ก่อนทีี่เขาจะถึงเส้นชัย
ฟ้าใสขับด้วยความเร็ว เธอเซียนสนามแข่งเป็นอย่างดี เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ ก็ขึ้นแซงรถทุกคันจนมาเจอรถหมายเลข 8 พยายามขับเบียดหวังจะเอาคืน
“ไม่ธรรมดาเหมือนกันนี่” พายุพึมพำในขณะที่กำลังขับ เห็นรถเธอตีตื้น หวังจะเบียดรถเขาตกสนาม คิดจะเอาชนะด้วยอารมณ์โทสะงั้นเหรอ อย่าหวังเลยว่าจะชนะเขาได้ง่าย ๆ
บรึ๊น~
“รถหมายเลข 8 และ หมายเลข 9 สูสีกันมาก คุณว่าแมทช์นี้ใครจะชนะ” พิธีกรภาคสนามกล่าวออกไมค์มองบนหน้าจอมอนิเตอร์อย่างใจจดใจจ่อ พลางถามความเห็นอีกคนที่ยืนเป็นพิธีกรร่วมกัน
“คุณฟ้าใส รถหมายเลข 8 หญิงสาวเพียงคนเดียวในสนามแข่ง และคุณพายุ รถหมายเลข 9 เขาได้กลับมาลงสนามอีกครั้ง ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ ทั้งสองมีฝีมือชั้นเยี่ยมยอด” พิธีกรภาคสนามก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เมื่อได้เอ่ยชื่อตัวเต็งการแข่งขันในวันนี้
รถของฟ้าใสและพายุ ขับเทียบเคียงไปพร้อมกัน ต่างคนต่างหันมอง เปิดหน้าหมวกกันน็อคขึ้นพร้อมกันทั้งคู่ สบตาเข้ากับอีกฝ่ายเพียงเสี้ยว ก่อนจะมุ่งมั่นกับการแข่งต่อไป
“มาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน เรามาลุ้นกันครับว่าแมทช์นี้ใครคือผู้ชนะ”
รถคันสีแดงขับแซงเพื่อตีตื้นขึ้นมาได้ แต่ดูเหมือนว่ารถคันสีดำพยายามขับปิดทาง เธอพยายามอย่างสุดความสามารถ บางครั้งก็เหมือนจะยอมให้แซง แต่เพียงอึดใจคันสีดำก็เบียดแซงขึ้นมาใหม่
เขาพยายามหลอกล่อให้เธอโมโหและสับสน
“ศึกครั้งนี้แชมป์เก่าจะช่วงชิงบัลลังก์กลับมาได้หรือไม่ หรือจะเป็นสาวสวยเพียงคนเดียวในการแข่งขันออกตัวแรงแซงโค้งในอีกไม่กี่วินาทีสุดท้าย”
เสียงพิธีกรภาคสนาม ทำเอาสาว ๆ บนอัศจรรย์ลุกขึ้นยืนและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ว่าการแข่งขันในครั้งนี้ใครคือผู้ชนะ
เสียงเชียร์กึกก้องสนั่นเมื่อรถที่เข้าเส้นชัยก็คือ...
“การกลับมาของคุณพายุในครั้งนี้สมศักดิ์ศรีมากจริง ๆ” พิธีกรสนามเอ่ยชื่อของผู้ชนะการแข่งขัน เสียงกองเชียร์กึกก้องสนั่น โดยเฉพาะสาว ๆ บนอัศจรรย์ รวมไปถึงเชียร์ลีดเดอร์ข้างสนามที่ออกอาการดีใจเอามาก ๆ
ฟ้าใสยอมรับว่าทักษะในการขับรถของเขา เข้าขั้นระดับโคตรเซียน แต่ทำไมเขาถึงต้องแกล้งให้เธอเสียสมาธิด้วย
พายุถอดหมวกกันน็อคออก สะบัดผมเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือเสยผม เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นจากสาว ๆ ที่อยู่บนอัศจรรย์
“คุณเก่งมาก” หนีบหมวกกันน็อคไว้ข้างตัว เดินเท้าเข้าไปหาหญิงสาวเอ่ยชื่นชมจากใจ นับว่าเธอเองก็ไม่ธรรมดา
“คุณแกล้งฉันทำไม”
“ถอดหมวกกันน็อคคุยกับผมดี ๆ ก่อนสิ” ยิ่งได้ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็ยิ่งมั่นใจว่าใช่เธอ กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ และน้ำเสียงที่ได้ยินได้ฟัง เขาจำมันได้ดี
“ไม่ถอด” จะมาเยาะเย้ยเธอล่ะสิ
“ถอดหน่อยสิ ผมอยากเห็นหน้าคุณ” ไม่เจอกันตั้งนาน อยากเห็นหน้าใจจะขาด
“จะมายุ่งอะไรกับหน้าฉันล่ะ” ปั่นประสาทเธอแน่ ๆ อย่ามาทำหน้าแบบนี้นะ
“ถ้าคุณไม่ถอด ผมถอดเองนะ”
“อย่ามายุ่งกับฉัน” ขึ้นเสียงแข็ง ก้าวถอยหลังเพราะคิดว่าเขาจะจับถอดหมวกกันน็อคออก แต่เปล่าเลย เขากลับรูดซิปชุดตัวเองลง ใช้มือทั้งสองข้างแผ่ชุดออกกว้าง ๆ
จะมาอยากโชว์อะไรอีก เธอเห็นไปแล้ว
“จะหนีผมทำไม ผมแค่ร้อน คุณไม่ร้อนเหรอไง” ร้อนสิ เธอร้อนตั้งแต่หัวจรดเท้า มันร้อนเหมือนว่าร่างกายกำลังจะไหม้ เมื่อได้มองกล้ามอกขาวอีกครั้งก่อนจะหันหนี
“มองผมสิ” เห็นเธอหันหน้าหนี ร่างสูงก้าวเข้าไปหาเธอใกล้ ๆ ยกมือขึ้นจับหมวกกันน็อคหันกลับมา ดวงตาคมหรี่แคบ โน้มตัวลงอยู่ในระดับเดียวกับเธอ
ร่างบอบบางในชุดแข่งยืนตัวแข็ง เธอเห็นหน้าเขาใกล้ ๆ มันใกล้เสียจนเธอเสียอาการ...
พายุจับถอดหมวกกันน็อคเธอออกช้า ๆ อยากจะเห็นหน้าเธอชัด ๆ ก่อนขึ้นรับรางวัล
“คุณต้องรับผิดชอบ”
เห็นหน้าครั้งแรก อยากให้นางเอกเรารับผิดชอบแล้ว
