บท
ตั้งค่า

3. บังเอิญหรือพรหมลิขิต

โชนก็ไม่ได้พูดอะไรเขาก็กดกริ่งฉุกเฉินในลิฟต์ไปแบบไม่ได้หวาดกลัวอะไร ส่วนบิวก็มองเขากดกริ่งฉุกเฉินเธอก็นึกได้ว่าหอพักเคยแจ้งว่าถ้าลิฟต์เสียให้โทรแจ้ง

“เดี๋ยวฉันโทรหาคนดูแลหอดีกว่า น่าจะเร็วกว่ากดกริ่งนี่อ่ะ แปปนะ” บิวก็หยิบโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาแล้วก็เลื่อนหน้าจอปลดล็อค แล้วเธอก็เข้าไลน์แล้วโทรหาผู้ดูแลหอพักทันที

โชนก็มองการกระทำของเธอแบบเงียบๆ แล้วสายตาของเขาก็เห็นตระกร้าเสื้อผ้าของเธอหล่นลงที่พื้นแล้วกางเกงชั้นในเป็นวงสีดำของเธอที่เขาเห็นมันก็กระเด็นออกมาปะปนกับผ้าชิ้นอื่น เขาก็มองด้วยสายตาจดจ้องเลยทีเดียว

“พี่คะลิฟต์ค้างค่ะ พี่ช่วยมาดูหน่อยนะคะ หนูติดอยู่ในลิฟต์ค่ะ” บิวบอกคนในสายแล้วเธอก็หันไปมองที่ตัวเลขปุ่มเพื่อเลี่ยงสายตาของโชนแบบอายๆ

โชนเห็นเธอหันไปเขาก็ก้มลงไปหยิบกางเกงชั้นในของเธอขึ้นมาแล้วยัดใส่ในกระเป๋ากางเกงของเขาทันที

“เห้ย แล้วเราจะเอากางเกงในยัยนี่ไปทำไมวะเนี่ย...” โชนรู้ตัวว่าทำอะไรก็งงกับการกระทำของตัวเองมาก

ก่อนจะเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอีกครั้งเพื่อจะเอามันคืนที่เดิม แต่หญิงสาวตรงหน้าก็หันมาซะก่อน ทำให้โชนรีบยัดกางเกงในเธอกลับเข้าไปใหม่

“พี่เขาบอกว่าไฟมันตกน่ะ เขากำลังรีเซ็ตระบบใหม่อยู่ นายรอแปปนึงละกันนะ ไม่น่าจะนานหรอก” บิวบอกโชนแล้วก็เม้มริมฝีปากแบบเกร็งๆ

“เข้าใจแล้ว...ฉันว่าเธอเก็บเสื้อผ้าก่อนดีไหม มันกระจัดกระจายหมดแล้ว” โชนบอกเธอแบบอดไม่ได้

“อ่อ...ขอโทษนะ ฉันตกใจไปหน่อยเลยซุ่มซ่ามทำตกน่ะ ฉันจะรีบเก็บเดี๋ยวนี้เลย” บิวพูดแบบรนๆด้วยความอาย

เธอก็รีบนั่งยองๆแล้วเก็บเสื้อผ้าของเธอใส่ตระกร้าไปแบบอายสุดๆ เพราะมันมีชุดชั้นในของเธอกระเด็นออกมาด้วย น่าขายหน้าสุดๆเลย จะมีอะไรแย่กว่านี้อีกไหมเนี่ย

โชนก็ก้มมองเธอเก็บผ้าแล้วเขาก็ถอนมือที่กำกางเกงชั้นในของเธอไว้ในกระเป๋ากางเกงด้วยความรู้สึกอายๆ นี่เขาเป็นโรคจิตโดยไม่รู้ตัวหรือไงนะ แม่งเอ้ย ถ้าเธอจับได้นี่โคตรอายเลยนะ โชนคิดในใจ

“หึ...หายไปไหนนะ เมื่อกี้เราก็เอาใส่มาด้วยแล้วนิ” บิวพูดพร้อมกับสีหน้าแปลกใจ เพราะเธอจำได้ว่าเธอเอากางเกงในและชั้นในใส่มาด้วยนิ ทำไมเธอไม่เห็นกางเกงในลูกไม้ของเธอเลยนะ

“มีอะไรเหรอ..” โชนก็ใจตุ้มๆต่อมๆเมื่อเธอพูดออกมาแบบนั้น เขาก็ลองถามเธอทันที

“อ่อเปล่า ไม่มีอะไรหรอก...ฉันแค่บ่นเฉยๆน่ะ” บิวเงยหน้าขึ้นมาตอบเขาแล้วยิ้มให้เขาไป

โชนก็ก้มมองเธอที่เงยหน้าขึ้นมามองเขา แล้วหน้าของเธออยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับตรงนั้นของเขาพอดี มันก็ทำให้เขาอดคิดในหัวไม่ได้เลยว่า ถ้าเธอเลียท่อนเอ็นของเขามันจะเป็นยังไงกันนะ

“ติ้ง!....” เสียงลิฟต์กลับมาทำงานอีกครั้ง ก็ทำให้บิวลุกขึ้นมามองด้วยรอยยิ้มโล่งใจทันที ส่วนโชนที่กำลังคิดลามกในหัวก็ได้สติแล้วเขาก็มองที่ไฟด้านบน แล้วลิฟต์มันก็ขยับลงไป

“เฮ้อ...รอดแล้วล่ะ...” บิวพูดออกไปแบบโล่งใจแล้วก็รอให้ลิฟต์ลงไปยังชั้นล่างสุด ซึ่งเหลืออีกแค่หกชั้น

“ติ้ง....ฉันไปก่อนนะ ” พอลิฟต์เปิดออกเธอก็รีบหยิบตระกร้าแล้วหันมาพูดกับเขา ก่อนจะเดินออกจากลิฟต์ไปทันที แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปยังห้องซักผ้าของหอพัก

“น่ารักขนาดนี้ทำไมพึ่งโผล่มาวะ...” โชนเดินออกมามองตามแล้วยิ้มมุมปาก เพราะเธอมีเสน่ห์ดึงดูดเขาไม่น้อยเลย โชนคิดไปก็เดินออกไปที่ลานจอดรถด้านนอก

พอถึงที่รถเขาก็ปลดล็อคแล้วขึ้นไปนั่งบนรถพร้อมกับสตาร์ทรถเปิดแอร์ฉ่ำๆทันที แล้วเขาก็เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเอากางเกงชั้นในของเธอออกมาดู พร้อมกับคลี่มันออกให้เห็นเป็นรูปเป็นทรง แล้วเขาก็เห็นคราบสีขาวตรงเป้ากางเกงชั้นในของเธอ

“กลิ่นนี่เองสินะที่มันดึงดูดให้ฉันสนใจเธอ...” โชนพูดเพราะเขาได้กลิ่นสาวของเธอที่มันยั่วอารมณ์ของเขามาก เขาก็สูดดมไปแบบรู้เลยว่ามันคือกลิ่นที่เขาได้กลิ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งมันหอมชวนให้เกิดอารมณ์ทางเพศอย่างบอกไม่ถูก

“แล้วเรามาทำตัวโรคจิตดมกางเกงในยัยนั่นทำไมวะเนี่ย...เราไม่ได้ขัดสนขนาดที่ต้องมาดมแบบนี้สักหน่อย” โชนพูดไปแบบเตือนสติตัวเอง เพราะเขาชักจะหื่นเกินไปแล้ว

“บ้าไปแล้วโชน..แกทำอะไรของแกวะเนี่ย” โชนพูดกับตัวเองแล้วเขาก็เอากางเกงในของเธอยัดเข้าไปในลิ้นชักหน้ารถของเขา เพื่อหลีกเสี่ยงความคิดลามกของเขาที่มันคิดถึงกลิ่นของเธอไม่หยุดเลย

จากนั้นโชนก็ขับรถออกไปแล้วมุ่งหน้าไปยังร้านซ่อมรถของเพื่อนสนิททันที ส่วนบิวที่เอาผ้าลงมาซักแล้วก็กลับขึ้นไปที่ห้องของเธอ ซึ่งตอนนี้หยกที่กลับมาที่หอพักแล้วก็แวะมาอยู่ที่ห้องของเธอรอให้แม่บ้านทำความสะอาดห้องให้อยู่

“แกๆ เมื่อกี้ฉันเจอโชนด้วยแหละ โคตรหล่อเลยแก แถมตัวก็ห้อมหอมอ่ะ...” บิวเข้าห้องแล้วรีบบอกเพื่อนสาวทันที

“โชนที่เป็นเดือนคณะรุ่นเราอ่ะนะ...” หยกหันมาถามเพื่อนว่าใช่คนเดียวกันไหม

“ใช่แก เมื่อกี้ฉันเจอเขาในลิฟต์แบบระยะประชิดเลยแกเอ้ย หล่ออย่างกับพระเอกซีรีย์จีนเลยอ่ะ แถมยังสูงมากอีกด้วย ฉันไปยืนใกล้เขาฉันตัวเล็กนิดเดียวเองอ่ะ ” บิวบอกเพื่อน

“แกก็ทำเหมือนไม่เคยเจอเขางั้นแหละ จะตื่นเต้นทำไมเนี่ย” หยกว่าเพื่อนไปแบบอดไม่ได้

“ก็ครั้งนี้มันไม่ได้เจอเขาแบบผ่านๆนิแก แต่เขาคุยกับฉันเลย แกจะไม่ให้ฉันตื่นเต้นได้ยังไงเล่า คนหล่อมาคุยด้วยทั้งทีอ่ะ” บิวตอบเธอสาว

“มันก็จริงของแก เจอคนหล่อแบบนั้นเป็นใครก็ใจสั่นอ่ะ แล้วแกคุยอะไรกับเขาอ่ะ” หยกก็พยักหน้าเข้าใจแล้วถามเพื่อนอย่างอยากรู้

“ไม่ได้คุยเยอะหรอกแก ลิฟต์มันค้างอ่ะฉันมัวแต่ติดต่อพี่ที่ดูแลหอน่ะสิ แถมฉันยังไปทำเรื่องหน้าขายหน้าต่อหน้าอีก แม่ง น่าอายจริงๆ” บิวคิดไปก็ส่ายหน้าอย่างอายๆเมื่อนึกถึงเหตุกการณ์ก่อนหน้านี้

“ขายหน้าอะไรอีกอ่ะ แกก็เล่ามาให้จบๆสิ จะให้ฉันถามทำไมเยอะแยะเนี่ย” หยกที่นั่งฟังก็ลุ้นแล้วลุ้นอีก

“ตอนแรกที่เข้าไปเขาก็ได้กลิ่นเหม็นของเสื้อผ้าฉันน่ะสิ แล้วตอนลิฟต์ค้างตระกร้าก็หล่นลงจนเสื้อผ้ากระเด็นออกน่ะสิ มีชั้นในอะไรพวกนี้ด้วยอ่ะ น่าขายหน้าไหมล่ะ มาซุ่มซ่ามตอนไหนไม่ซุ่มซ่าม มาซุ่มซ่ามตอนเจอคนหล่อ ฉันล่ะเซ็งเลย” บิวบ่นไปแล้วลุกไปหยิบน้ำมาดื่ม

“ก็สมควรจะอายอยู่หรอก....นี่แกคงไม่ได้หลงความหล่อจนลืมซันของแกไปแล้วหรอกนะ” หยกแซวเพื่อน เพราะบิวชอบซันเพื่อนในรุ่นเดียวกันมานานแล้ว จนตอนนี้ก็ยังชอบอยู่

“ของฉันอะไรล่ะ ตอนนี้ซันเขาเป็นของคนอื่นไปแล้ว เฮ้อ...ฉันก็คงเป็นได้แค่เพื่อนของซันเท่านั้นแหละแก ซันคงไม่คิดกับฉันเป็นอย่างอื่นได้หรอก ถ้าเขาจะคิดเขาก็คิดไปนานแล้วล่ะ” บิวพูดด้วยใจห่อเหี่ยว

เพราะเธอและซันโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆและบ้านก็อยู่ใกล้กัน พอเขาสิบอายุสิบสามก็ย้ายไปอยู่ภูเก็ตกับครอบครัว ทำให้เธอไม่ได้เจอซันอีกเลย จนกระทั่งมาเรียนตอนปีหนึ่งเธอก็ได้เจอเขาอีกครั้ง แต่ความสนิทสนมระหว่างเธอและเขามันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ทำให้ความชอบที่มีต่อซันในวันเด็กถูกปกปิดไว้ และไม่กล้าเผยความในใจกับเขา เพราะกลัวว่าจะผิดหวัง

“เข้าโหมดเศร้าซะงั้น...อกหักทั้งที่ยังไม่เริ่ม...สรุปแกจะเป็นเพื่อนเขาไปแบบนี้งั้นสิ” หยกถามเพื่อน

“อืม ก็คงจะเป็นเพื่อนเขาแบบนี้ต่อไปแหละแก ยังไงก็มีมีหวังแล้วนิ” บิวพยักหน้าบอกไปตรงๆ

“ถ้าแกคิดว่าไม่มีหวัง แกก็เลือกคบหนุ่มๆที่แกคุยสักคนสิไป บางทีมันอาจจะทำให้แกลืมรักวัยเด็กของแกไปเลยก็ได้ ” หยกบอกเพื่อนด้วยรอยยิ้ม

“แต่ล่ะคนที่ฉันคุยหวังเยเย้ทั้งนั้นเลยนะแก ไม่เอาหรอก...ฉันไม่อยากเสียตัวให้คนที่ฉันไม่ได้รักอ่ะ ถ้าจะเสียตัวก็ขอฉันรักฉันชอบหน่อยเถอะ” บิวบอกเพื่อน

“ฉันเป็นเพื่อนแกมาตั้งหลายปี ฉันยังไม่เห็นว่าแกจะรักจะชอบใครเลยสักคน นอกจากซันน่ะ...นี่แกคงไม่คิดจะเก็บไว้ให้ซันหรอกใช่ไหม” หยกถามอย่างอดไม่ได้

“จะบ้าเหรอ ฉันกับซันจะไปถึงขั้นนั้นกันได้ยังไงเล่า ฉันจะเก็บเอาไว้แรดกับผู้ชายแซ่บๆ ” บิวตอบเพื่อนแล้วยักคิ้วใส่ด้วยรอยยิ้ม

“จ้า...ฉันจะคอยดูว่าผู้ชายแซ่บๆที่แกจะแรดด้วยน่ะเป็นใครนะยะ ” หยกก็ลากเสียงยาวแซวเพื่อน

“ไม่หล่อไม่แซ่บไม่ได้กินฉันหรอก...แกคอยดูเถอะ” บิวก็พูดเสริมไปแบบแรดๆ

“อืม..ฉันดูแน่ๆ....เออจริงสิ ฉันมัวแต่คุยกับแกจนลืมไปเลยเนี่ย เมื่อกี้น้องบาสโทรมาบอกว่าจะมาพรุ่งนี้นะ วันนี้จะนอนที่บ้านเลย” หยกบอกเพื่อนสาว เพราะเมื่อกี้บาสโทรมาบอกเธอ

“แล้วน้องฉันโทรบอกแกทำไม มันควรจะโทรบอกฉันสิ” บิวก็มองเพื่อนแล้วยิ้มแบบเจ้าเล่ห์

“อย่ามายิ้มแบบนี้ยัยบิว...ฉันไม่ได้อะไรกับน้องชายแกนะ น้องบาสบอกว่าโทรหาแล้วแกไม่รับ น้องมันก็เลยโทรมาบอกฉันแทน...” หยกเห็นสายตาของเพื่อนสาวมองแบบนั้นก็รีบพูดดักทางไว้ทันที

“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ แกจะร้อนตัวไปไหนเนี่ย หึๆ แกรู้ไหมว่าปิดเทอมนี้ฉันแทบไม่ได้เจอมันเลย น้องฉันมันไปทำงานที่อู่ที่สั่งของที่ร้านพ่อฉันทุกวันเลย ไม่รู้มันจะอยากไปอะไรกันนักกันหนา...” บิวบ่นน้องชายของเธอ

“ก็น้องแกเรียนเกี่ยวกับเครื่องยนต์ไหมล่ะ น้องมันก็ต้องไปหาความรู้สิแก จะมานั่งดูซีรีย์แบบแกทั้งวันก็ไม่ใช่ไหม” หยกว่าเพื่อนไปแบบอดไม่ได้

“ถึงฉันจะดูซีรีย์แต่ฉันก็ช่วยพ่อฉันขายของจ้ะ แต่ไอ้น้องชายตัวแสบของฉันน่ะหายหัวไปทั้งวัน กลับมาสภาพมอมแมมตลอด เฮ้อ...” บิวพูดไปแล้วถอนหายใจออกมา

“เอาน่า อย่าบ่นนักเลย น้องแกก็โตขนาดนั้นแล้ว ทำงานที่อู่ก็ดีกว่าไปเที่ยวเล่นไร้สาระแบบพวกเราอ่ะ” หยกพูดบอกเพื่อนสาว

“มันก็จริงของแก ช่างเถอะ ฉันขี้เกียจบ่นเรื่องบาสมันแล้ว ไหนๆเราก็ลงทะเบียนเสร็จแล้ว เราเล่นเกมสักชั่วโมงไหมแก ไต่แรงก์กัน” บิวบอกเพื่อนแล้วยักคิ้วใส่แบบรู้กัน

“อืม ฉันก็รอแกอยู่เนี่ย เพื่อนในกลุ่มก็รอแกคนเดียวเลยเนี่ย..ไปเลย ฉันเปิดคอมให้แกแล้ว” หยกบอกเพื่อนไปด้วยรอยยิ้ม แล้วเธอก็หันกลับไปแชทบอกเพื่อนในกลุ่มว่าพร้อมเล่นแล้ว

จากนั้นสองสาวก็เล่นเกมต่อสู้ที่พวกเธอชอบเล่นด้วยกันเป็นประจำอย่างสนุกสนาน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel