ตอนที่ 1 รังเกียจ
ณ ผับหรูของเวกัส
" คุณวิคขาคืนนี้ให้โยอยู่เป็นเพื่อนนะคะ "
โยษิตานางแบบสาวดาวรุ่งอายุ 25 ปีเท่ากันกับวิคเตอร์ในตอนนี้เธอได้รับแรงผลักดันจากเขาเพื่อเข้าสู่วงการบันเทิง เขาจึงเป็นทั้งผู้มีพระคุณของเธอและเป็นคนที่เธอแอบหลงรักมาโดยตลอดด้วย
" อืม ได้สิคนสวยถ้าเป็นคุณผมยอมอยู่แล้ว "
วชิรวิทย์หรือวิคเตอร์นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของบริษัทนำเข้าและส่งออกยาและเวชภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดของเมืองนี้ในวัยเพียง 25 ปีพูดออกมา ชื่อเสียงของเขาเป็นที่เลื่องลือในเรื่องความเจ้าชู้ไก่แจ้อยู่แล้ว ทำไงได้ล่ะก็เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ และยังไม่คิดที่จะหยุดอยู่ที่ใคร
วิคเตอร์พูดคุยกับนางแบบสาวอยู่เพียงแค่สองคนบนโซฟากว้างโดยที่เพื่อนอีกสามคนของเขาอย่างแมน อานนท์และไตรภพพวกเขาเป็นเหมือนสิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่าธาตุอากาศอยู่ในตอนนี้
" เบาๆ หน่อยสิวะตรงนี้ยังมีพวกกูอยู่นะเว้ย "
ไตรภพเอ่ยออกมาทันทีเมื่อนางแบบสาวคนนี้แทบจะกลืนกินเพื่อนของเขาเข้าไปอยู่แล้ว
" เออจริง เดี๋ยวค่อยไปมีความสุขกันก็ได้นี่หว่า มาๆ ชนแก้วกันก่อน ไม่เมาไม่มันส์นะเว้ย "
แมนรีบเอ่ยปากชวนทันทีก่อนที่พวกเขาจะได้กินเหล้ากันแค่ 3 คนเพราะสองคนที่กำลังนัวเนียกันอยู่กำลังจะไปกินกันเองเสียแล้ว ทั้งหมดจึงกระดกแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในแก้วจนหมดเพียงรวดเดียวราวกับว่าเครื่องดื่มนี้ไม่มีรสขมอยู่เลย
" ว่าแต่คืนนี้วันเกิดน้องมิรินไม่ใช่หรอวะ "
อานนท์ที่จำได้เพราะวันนี้ของปีที่แล้วคนที่นั่งอยู่ตรงนี้คือมิรินนักศึกษาสาวสวยที่ตอนนี้เหลืออีกเพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้นเธอก็จะจบการศึกษาแล้ว
" มิรินไหนคะ "
โยษิตาทำท่าทางใสซื่อไม่รู้เรื่องทั้งที่เธอสืบเรื่องนี้มาจนกระจ่างแล้วอีกทั้งวันนี้เธอยังตั้งใจนัดวิคเตอร์พร้อมกับจงใจนัดนังเด็กนั่นมาที่นี่ด้วย
วิคเตอร์ช่วงนี้เขางานยุ่งมากจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท มิรินคือสาวน้อยในสต๊อกของเขาอีกคนแต่เธอเป็นเด็กน่ารักเขาจึงคบกับเธอเอาไว้อย่างนั้นแต่ไม่ได้มีความเร่าร้อนในชีวิตเหมือนกับผู้หญิงคนอื่น มิรินก็เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นในสต๊อกของเขาที่เขาไม่คิดจะสนใจเพราะเขาได้คบกับเธอแบบฟลุ๊คๆ หากเธอไม่ได้ชอบเขาเขาก็พร้อมที่จะปล่อยไปได้ทุกเมื่อเช่นกัน ชีวิตของเขาในตอนนี้ไม่เหมาะกับการมีครอบครัวหรอกนะเขายังไม่พร้อม
" กูลืมว่ะ เอาเถอะเดี๋ยวไว้วันหลังค่อยพาเธอไปฉลองก็ได้ "
วิคเตอร์ตอบอานนท์ออกไปแบบไม่ได้คิดอะไรมากมายไม่ได้มีความรู้สึกผิดอยู่ในนั้นเลยสักนิด
" แฟนหรอคะวิค "
โยษิตาเมื่อมองออกไปนอกประตูเธอเห็นเงาตะคุ่มของคนที่ยืนแอบฟังอยู่เธอจึงรู้ได้ทันทีว่าคนนั้นต้องเป็นมิรินแน่นอน ถึงแม้ว่าวิคเตอร์จะไม่ได้ชอบมันแต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาให้ความสำคัญกับมันอยู่ไม่น้อยและในวันนี้แหละเธอจะเขี่ยมันให้พ้นทาง
" เปล่าครับ เด็กในสต๊อกน่ะไม่มีอะไรหรอก ไม่ได้จริงจังอะไร "
วิคเตอร์พูดออกมาแบบนั้นด้วยความที่เธอยังเป็นเด็กนักศึกษาและเขากับเธอก็ทำเพียงแค่คุยกันเท่านั้นแม้จะเป็นระยะเวลามากกว่า 3 ปีแล้วก็ตาม เขาคุยกับเธอตั้งแต่เธออยู่ปี 1 จนตอนนี้เธอจะจบปี 4 แล้วความสัมพันธ์ของเขาและเธอยังเป็นแค่คนคุยกันอยู่เลยเพียงแต่ว่าเขาคุยกับเธอทุกวันแบบไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง
โยษิตาทำหน้าเศร้าแบบไม่จริงจังนักทั้งที่ในแววตาของเธอตอนนี้เปล่งประกายด้วยความสุข คำตอบนี้ของเขามันต้องทำให้ยัยเด็กนั่นในวัยแค่ 22 ปีคิดได้แน่นอน
" อ่าว กูก็นึกว่านั่นคือตัวจริงของมึงเห็นคบมาตั้งนาน ผู้หญิงคนไหนของมึงก็ไม่เกิน 2-3 เดือนสักคน กูเห็นมีแค่คนนี้ที่คุยกันมาได้ถึง 3 ปีกูกำลังจะเรียกพี่สะใภ้เบรกไว้เกือบไม่ทัน "
คราวนี้แมนพูดขึ้นมาด้วยความงงเล็กน้อยเขาก็เห็นทั้งวิคเตอร์และมิรินไปไหนมาไหนด้วยกันก็ดูน่ารักดีเขายังแอบคิดว่ามันชอบเธอมากอยู่เลย
" กูไม่มีแฟนพวกมึงก็รู้ อายุแค่นี้จะจริงจังไปทำไมคุยได้ก็คุยคบไม่ได้ก็เลิก ดูสิวันนี้กูอยู่กับโยษิตาพรุ่งนี้กูอาจอยู่กับใครก็ได้ "
วิคเตอร์บอกเพื่อนออกไปพร้อมกับยกแก้วเหล้าที่อยู่ในมือกระดกจนหมดแก้วอีกครั้ง
" ขนาดนั้นเลยหรอวะ "
ไตรภพที่ถามออกไปพร้อมกับมองไปที่ประตูแล้วก็ต้องแปลกใจที่เห็นเงาเล็กๆ นั้นอยู่ ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยออกมาวิคเตอร์ก็พูดออกมาเสียก่อน
" ขนาดนั้นแหละ กูยังไม่พร้อมที่จะมีใครเป็นตัวเป็นตน นิสัยของกูตอนนี้ดูแลใครไม่ได้หรอก แล้วเด็กนั่นก็เด็กเกินไปสำหรับกู อีกทั้งใสซื่อจนกูไม่กล้าทำอะไรด้วยซ้ำ "
วิคเตอร์ถอนหายใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าทุกครั้งที่อยู่กับเธอแม้ว่าเขาอยากจะทำอะไรไปมากกว่าการจับมือถือแขนแต่ก็ไม่อาจหักหาญน้ำใจของเธอนั่นเพราะเธอดีเกินไปจริงๆ
" เอ่อ...มึงดูนั่น "
ไตรภพชี้ไปที่เงาหน้าประตูวิคเตอร์จึงมองตามไปเเขาเห็นแค่เงาก็พอรู้แล้วว่าคนนั้นเป็นใคร
" มิริน "
วิคเตอร์ตกใจเล็กน้อยที่เห็นเธอมายืนอยู่ตรงนี้ นึกถึงคำพูดของตัวเองเธอจะได้ยินมันหรือเปล่านะ ส่วนมิรินเธอเดินออกมาจากเงามืดพร้อมกับเค้กปอนด์เล็กๆ ที่ถือมาด้วย แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันเกิดของเธอแต่เธอก็ไม่เคยเรียกร้องให้ใครต้องซื้อให้หรือให้ความสำคัญเพียงแต่ว่าวันนี้เธออยากเป่าเค้กร่วมกันกับเขาเธอเห็นเขาส่งข้อความมาบอกให้เธอมาที่นี่ แต่พอมาถึงไม่คิดเลยว่าจะได้ยินประโยคพวกนี้จากปากเขาจริงๆ ความรักที่เธอมีให้เขาเต็มร้อยตอนนี้มันลดลงไปเหลือศูนย์แบบอัตโนมัติ ที่ผ่านมาเธอจริงจังกับเขาแค่ฝ่ายเดียวสินะ
" จริงๆ ถ้าคุณมีคนสำคัญนั่งด้วยอยู่แล้วก็ไม่เห็นต้องส่งข้อความไปบอกให้มิรินมาที่นี่เลยหนิคะ ทำแบบนี้มันเกินไปหรือเปล่า "
เมื่อมิรินเดินมาเผชิญหน้าวิคเตอร์ขมวดคิ้วเป็นปมอย่างไม่เข้าใจ เขาไปส่งข้อความหาเธอตอนไหนกัน เขาจึงได้แต่มองหน้าเพื่อนสนิทแต่ทุกคนก็ส่ายหน้าเหมือนกันหมดเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าไม่รู้เรื่องเหมือนกัน
" พี่ไม่ได้ส่ง "
วิคเตอร์ตอบออกไปเพียงสั้นๆ เป็นการแก้ตัวกับคำพูดที่ดูห่างเหินจากที่เธอเคยเรียกพี่กลายเป็นคุณไปเสียแล้วแต่มิรินเธอกลับคิดว่าเขาทำเพียงแค่ต้องการให้เธอมาเห็นภาพนี้และต้องการไล่เธอออกไปให้พ้นจากชีวิตเขาโดยที่ไม่ต้องพูดสินะ
" แหม ช่างไร้เดียงสาจังเลยนะจ๊ะน้องมิริน ไม่เอาสิคะโตแล้วไม่ร้องนะ น้องยังเด็กจะจริงจังอะไรกับความสัมพันธ์แค่ฉาบฉวยแบบนี้ล่ะคะ "
โยษิตารีบยุยงให้มิรินคิดแบบนั้นเพราะวิคเตอร์เธอจองเอาไว้แล้วและจะไม่มีใครมาแย่งได้ และตอนนี้นังเด็กนั่นกำลังจะเรียกคะแนนความสงสารด้วยการร้องไห้เธอไม่ยอมหรอกนะ
มิรินพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมาประจานความโง่งมของตัวเองพร้อมกับตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
" เราเลิกกัน จากนี้ต่อไปเจอกันที่ไหนก็ไม่ต้องทักนะคะ รังเกียจ! "
