EP 4 : แบบนี้เหมือนมาเดท [3]
ขนมโป๊งเหน่งถูกยื่นมาตรงหน้าหญิงสาวทำให้เธอตาลุกวาวก่อนใบหน้าหวานจะผุดยิ้มน่ารักออกมา ขนมชนิดนี้เป็นขนมไทยโบราณที่หายทานยาก ลักษณะของขนมเป็นลูกกลมๆ ที่มีไม้เสียบไส้กรอกตรงกลางอยู่ด้านในแล้วนำไปชุบแป้งทอดหลายชั้น
“ขอบคุณค่ะ”
จัสมินรับมันมาก่อนจะกัดคำใหญ่ เนื้อขนมนุ่มๆ กับกลิ่นวนิลาหอมอบอวนในโพรงปาก จัสมินละเลียดรสชาติอย่างช้าๆ
“เป็นไง?”
“อร่อย! หวานกำลังดี”
และจัสมินก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาพขนมที่โดนกัดไปแล้วคำหนึ่งเอาไว้รีวิวให้ลูกเพจของอร่อยมีไว้พุ่งชนได้ตามมาลิ้มชิมรสของมัน
“เอาน้ำไหม?”
“ชาเย็น!” เสียงใสเปร่งออกมาอย่างร่าเริง
“หึ”
ไม่นานน้ำสีส้มผสมนมก็ยื่นมาตรงหน้าตามคำบัญชาของคนตัวเล็ก
“ทำไมอันนั้นน่ากินจัง” ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ มองน้ำสีม่วงไล่โทนจนไปถึงสีน้ำเงินตาละห้อย
..มันคือน้ำอัญชันมะนาวในตำนานนั่นเอง
“ให้ชิมเอาไหม?”
“ได้หรอคะ?”
ชายหนุ่มยิ้มให้จัสมินก่อนจะคนน้ำสองสีให้เข้ากันก็ถูกเสียงใสร้องห้ามเสียก่อน
“อ๊ะ อย่าพึ่งคนนะ ขอถ่ายรูปก่อน”
มือเล็กควานหาโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าผ้าแคนวาสก่อนจะถ่ายภาพน้ำสีสวยที่อยู่ในมือของเมฆแบล็กกราวด้านหลังเป็นเสื้อของชายหนุ่มกับทางเดินในตลาด
“ทำไมต้องถ่ายรูปด้วย”
“เอาไว้รีวิวไงคะ” จัสมินมองผลงานของตอนแล้วเก็บโทรศัพท์ แต่เดี๋ยวก่อน.. เธอสามารถฝากโทรศัพท์ไว้ที่กระเป๋าเสื้อของเมฆได้หรือเปล่านะ
“ฝากได้ไหมค่ะ”
เมฆมองมือถือเครื่องหรูในมือสาวน้อยสลับกับใบหน้าหวานที่ยิ้มอย่างอ้อนๆ เขาพยักหน้าก่อนที่มือถือเครื่องนั้นจะหย่อนลงไปในกระเป๋าเสื้อนักศึกษา
“ขอบคุณค่ะ”
..แบบนี้ก็ไม่ต้องควานหาให้เหนื่อยแล้ว
..แบบนี้เหมือนมาเดทเลยแฮะ
สองหนุ่มสาวเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อของกิน ถ่ายรูป และชมสินค้าที่ขายในตลาดอย่างเพลิดเพลิน แต่ของในมือของจัสมินและเมฆก็มีเพียงแค่ของกินเท่านั้น
“ไม่ต้องถ่ายเห็นหน้านะ”
เสียงใสเอ่ยขึ้นในขณะที่ถือขนมครกในกระทงใบตอง และอีกมือหนึ่งถือขนมทองหยอดกับฝอยทองที่อยู่ในกระทงใบตองเช่นกัน สองมือเธอไม่ว่าจึงต้องวานให้เพื่อนร่วมทางถ่ายรูปให้
“ทำไม?” เมฆค้างกล้องเอาไว้ก่อนจะถาม
“ให้คนดูโฟกัสที่อาหารค่ะ ไม่อยากให้โฟกัสที่ความสวยของหนู”
และคำตอบนั้นก็ทำให้เขาถึงกับหลุดขำออกมา
“แบบนี้ดีกว่า”
พูดจบเขาก็เดินมาซ้อนหลังคนตัวเล็กก่อนจะส่งสัญญาณให้เธอยื่นขนมในมือออกมา เมฆยกล้องโทรศัพท์ในมือขึ้นพร้อมกับแก้วน้ำอัญชัญในมือ ส่วนด้านหลังเป็นภาพบรรยากาศตลาดท่าน้ำที่มีร้านรวง และผู้คนเดินเลือกซื้อสินค้าอยู่
..แบบนี้ก็เหมือนพี่เมฆกอดเราทางอ้อมเลยสิ จัสมินเอ้ย
คนตัวเล็กยืนตัวแข็งทื้อ กลิ่นหอมละมุนจากคนตัวเล็กลอยขึ้นมากระทบจมูกโด่งทำให้เมฆอดที่จะตักตวงกลิ่นหอมเข้าปอดอย่างอดใจไม่อยู่ ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาเกือบจะแตะแก้มของจัสมินอยู่รอมร่อ กลิ่นนั้นมันล่อลวงเขา
..ใจเย็นไว้เมฆเอ๋ย
แชะ!
“งื้อ.. สวยอ่ะ”
จัสมินมองภาพในกล้องอย่างพอใจ รอยยิ้มชวนมองนั้นทำให้ชายหนุ่มไม่อาจละสายตา เมื่อพอใจแล้วก็ยัดโทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋าเสื้อของเมฆเหมือนเดิม
“ไปนั่งตรงนู้นดีกว่า”
“ขอซื้อขนมเบื้องก่อนได้ไหมคะ?”
เมฆไม่พูดอะไรเพียงแต่เดินไปสั่งขนมเบื้อง หลังจากได้ของที่ต้องการแล้วทั้งสองก็เดินมานั่งโต๊ะที่ทางตลาดจัดไว้ให้ จัสมินเลือกนั่งบริเวณใต้ต้นจามจุรี ซึ่งเห็นทิวทัศน์ของอีกฝั่งอย่างชัดเจน
“กินแต่ของหวานไม่กลัวอ้วนหรือไง?”
ชายหนุ่มถามขึ้นหลังจากที่คนตัวเล็กกวาดขนมที่อยู่บนโต๊ะลงท้องพร้อมกับใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
“ไม่ค่ะ เพราะหนูกินยังไงก็ไม่อ้วนหรอก”
จัสมินตอบเสียงใส อีกอย่างเธอก็รู้สึกว่าของหวานมันทำให้คนอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ตอนอ่านหนังสือสอบจัสมินก็มักจะมีขนมหวานจำพวกช็อกโกแล็ตเอาไว้ข้างๆ
“หึ ระวังจะอ้วนเหมือนหมู”
“ไม่มีทางหรอกค่ะ” จัสมินยิ้มอย่างมั่นใจก่อนจะส่งขนมเบื้องเข้าปาก และยื่นมาจ่อปากหยักของเมฆอีกชิ้น
“กินคนเดียวมันเขินนะ พี่เมฆกินเป็นเพื่อนจัสมินหน่อยสิ”
จะไม่ให้เขินได้อย่างไรก็ในเมื่อชายหนุ่มจ้องเธอทุกการกระทำแบบนี้ เมฆอ้าปากรับขนมเบื้องจากมือสาวน้อยซึ่งจัสมินก็ไม่ได้คิดอะไร แต่คนตัวสูงนี่สิ ใจเต้นแรงแทบหลุดออกจากอกแล้ว
“อร่อยใช่ป่ะ”
เมฆพยักหน้าเป็นคำตอบ
จัสมินเลิกสนใจคนตรงหน้าจัดการแต่งรูปอาหารที่เธอมาทานในวันนี้โดยตั้งหัวข้ออัลบั้มว่า ‘ฉันมารอพี่ @ตลาดท่าน้ำ’ ก่อนจะอัพโหลดภาพ คำบรรยายของรสชาติ และหน้าตาอาหาร เมื่อเสร็จภาระกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงวานให้สารถีสุดหล่อไปส่งที่คอนโด
“ขอบคุณมากๆ ค่ะสำหรับทุกอย่างในวันนี้” เธอกล่าวอย่างจริงใจหลังจากก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซคันใหญ่
“อีกสองวันฉันจะทำขนม”
“คะ?”
“นี่.. ไม่ทันไรก็ลืมบุญคุณแล้วหรอ?” คนตัวสูงกลั้วหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นสีหน้าฉงงของจัสมิน
“เอ้า! แล้วเกี่ยวอะไรกับหนู?”
“ฉันต้องการลูกมือ อีกสองวันเจอกันฉันเมมเบอร์ฉันไว้ในเครื่องเธอเรียบร้อยแล้ว”
“ห๊ะ” ..ต้องเป็นตอนที่เธอฝากโทรศัพท์ไว้ที่เมฆแน่ๆ
“ไว้เดี๋ยวโทรหา ไปนะ”
พูดจบรถของเมฆก็ทยานออกไปสู่ถนน แต่จัสมินยังยืนเป็นท่อนไม้อยู่ที่เดิมพร้อมกับปากที่อ้าเล็กน้อยและดวงตากลมโตที่กระพริบปริบๆ
เขาจะไม่ถามเธอหน่อยหรอว่า ทำได้รึเปล่า? เธอว่างไหม? มันเป็นแค่การแจ้งให้ทราบ
